บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การปฏิบัติการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โรงเรียนบ้านนาดูน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
ผู้วิจัย นางณัฐธิดา แสงใส
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาดูน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
ปีที่พิมพ์ ปี พ.ศ. 2554
.................................................................................................................................................................
การปฏิบัติการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโรงเรียนบ้านนาดูนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 มีวัตถุประสงค์สองประการ คือ 1) เพื่อปฏิบัติการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โรงเรียนบ้านนาดูน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 และ2) เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโรงเรียนบ้านนาดูน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ก่อนและหลังการพัฒนา โดยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา 3 กิจกรรม คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการนิเทศภายในโดยอาศัยหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของเคมมิส และแม็กแท็กการ์ท (Kemmis และ Mctaggart ) มาเป็นกระบวนการในการดำเนินการวิจัย ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planing) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) การสะท้อนผล (Reflection) กลุ่มผู้ร่วมวิจัย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ผู้วิจัยและครูโรงเรียนบ้านนาดูน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 14 คน ประกอบด้วยวิทยากร จำนวน 2 คน ครูจำนวน 2 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบบันทึก แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินโครงงานด้วยตนเอง แบบทดสอบ และแบบประเมินโครงงานสำหรับครู การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation Technique) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดในการวิจัย แล้วนำเสนอผลการวิจัย ในลักษณะเชิงพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า
- การปฏิบัติการพัฒนาครูให้มีความรู้ ความความเข้าใจและมีความสามารถด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการนิเทศภายในนั้น สามารถพัฒนาผู้ร่วมวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจ ในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ แต่ในด้าน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 5 ขั้นตอน จากข้อมูลการสังเกตพฤติกรรมการสอน ที่ผู้วิจัยได้ไปนิเทศการสอนของผู้ร่วมวิจัย ทั้ง 2 คนปรากฏว่า ผู้ร่วมวิจัยทั้ง 2 คน ยังไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ในขั้นการคิดและเลือกหัวข้อของโครงงาน การวางแผนในการจัดทำโครงงาน ผู้ร่วมวิจัย มีความต้องการจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ผู้วิจัย เห็นควรจัดให้มี การดำเนินการพัฒนาผู้ร่วมวิจัยและการนิเทศการสอนในวงรอบที่ 2 และเสนอแนะให้จัดหาตัวอย่างการเขียนรายงานโครงงานของนักเรียนที่ดำเนินการได้เป็นอย่างดีมาเป็นสื่อในการศึกษาต่อไป และการพัฒนาครูในวงรอบที่ 2 ใช้วิธีการนิเทศภายในโดยผู้วิจัย ได้ดำเนินการนิเทศการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานของผู้ร่วมวิจัยอย่างใกล้ชิด หลังการสังเกตพฤติกรรมได้สะท้อนผลและการให้คำปรึกษาแนะนำในการปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยแนะนำให้ผู้ร่วมวิจัย เพื่อสรุปผลการพัฒนาในวงรอบที่ 2 โดยนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสังเกตพฤติกรรมการสอน แบบประเมินแผน การจัดการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์นักเรียน แบบประเมินโครงงานด้วยตนเอง และแบบประเมินโครงงานสำหรับครู มาจัดหมวดหมู่ตามกรอบแนวคิดในการวิจัย และการวิเคราะห์ผลร่วมกัน ผลปรากฏว่าผู้ร่วมวิจัยทั้ง 2 คน มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานได้เป็นอย่างดี
2. การเปรียบเทียบผลการพัฒนาครูด้านจัดการเรียนรู้แบบโครงงานของโรงเรียนบ้านนาดูน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พบว่า ก่อนดำเนินการพัฒนา ครูไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ไม่มีความรู้ความเข้าใจและความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ผู้วิจัยใช้กลยุทธ์ในการพัฒนา 3 กิจกรรม คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงาน และการนิเทศภายใน โดยการสังเกตการสอนและการเยี่ยมชั้นเรียนเพื่อคอยติดตาม และชี้แนะแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดกับครู โดยดำเนินการเป็น 2 วงรอบ หลังดำเนินการพัฒนาพบว่า ครูมีความรู้เกี่ยวกับการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานและมีความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานได้เป็นอย่างดี
