ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน : 7. จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติ (๒) เน้นที่บุคลิกของครู และที่โครงสร้างรายวิชา

เพื่อเปิดโอกาสให้ นศ. เลือกกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น และมีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ครูเอลิซาเบธ จึงแบ่งเวลาเรียนเป็น โมดูล ให้ นศ. เลือกโมดูล และเลือกวิธีเรียนในแต่ละโมดูล นศ. บางคนอาจเลือกหลายโมดูล แต่เรียนในระดับพอรู้ บางคนอาจเลือกน้อยโมดูลแต่เรียนลงลึก มีกำหนดส่งผลงานโดย นศ. ส่งก่อนได้ แต่รวมแล้วการเรียนต้องจบตามกำหนดภาคเรียน

ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน  : 7. จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติ  (๒) เน้นที่บุคลิกของครู  และที่โครงสร้างรายวิชา

บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด    จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley    ในตอนที่ ๗ นี้ ได้จากบทที่ ๖ ชื่อ From Theory to Practice Teachers Talk About Student Engagement  

ในบทจากทฤษฎีสู่ปฏิบัติ มีกรณีตัวอย่างจากครูรวม ๗ คน หรือ ๗ แบบ   ในบันทึกตอนที่ ๖ ได้เล่าเทคนิกการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ โดยมีทีเด็ดสำคัญคือให้ นศ. เป็นผู้ลงมือปฏิบัติเป็นหลัก    เนื่องจากครูจูดี้ในตอนที่แล้วเป็นคนขี้อาย   ในบันทึกนี้จะว่าด้วยการสร้าง student engagement โดยเน้นที่บุคลิกของครู   และเน้นที่โครงสร้างวิชา 

 

สร้าง student engagement ด้วยบุคลิกของครู     

ครู นาตาเลีย เป็นศาสตราจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่มีไฟแรงกล้า และมีบุคลิกดึงดูด และคล่องแคล่วว่องไว    เอาใจใส่ นศ. เป็นรายคน   ไม่ปล่อยให้คนที่เรียนอ่อนหรือไม่เอาใจใส่เล็ดรอดสายตา    รวมทั้งเอาใจใส่รับรู้ฐานะความยากลำบากของ นศ. เป็นรายคนด้วย

ความรัก ความหวังดี และความชัดเจนต่อมาตรฐานการเรียนรู้ในวิชาที่ตนสอน   สื่อสารออกไปยัง นศ. อย่างชัดเจน   นศ. จะต้องเข้าใจว่าบทเรียนนั้นคืออะไร มีความหมายอย่างไรต่อชีวิตอนาคตของตน    และต้องพยายามทำแบบฝึกหัดเพื่อยกระดับความสามารถของตนขึ้นสู่มาตรฐาน    ครูนาตาเลีย มี “คำพูดของโค้ช” ที่ยุ ให้กำลังใจแกมบังคับ ให้ นศ. ต้องฝึกเขียนร้อยแก้ว ร้อยกรอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อยกระดับทักษะด้านภาษาของตน

สำหรับครูที่มีบุคลิกเช่นนี้ นศ. ไม่มีทาง disengage ได้

 

สร้าง   student engagement ด้วยโครงสร้างรายวิชา

นี่คือเรื่องของครู เอลิซาเบธ ผู้เขียนหนังสือเอง    เพื่อฟื้นตนเองจากการถูก นศ. ร้องเรียนว่าสอนไม่ดี    จึงดิ้นรนสร้างหรือพัฒนาวิธีจัดการเรียนรู้แบบที่ นศ. นิยม ขึ้นมา     ทำให้มีนักศึกษาลงทะเบียนเข้าเรียนวิชาเพิ่มจาก ๔๕ คน   เป็น ๑,๒๐๐ คน ในเวลาไม่กี่ปี    โดยตอนดำเนินการเปลี่ยนแปลงวิธีจัดการเรียนการสอนของรายวิชาดนตรีนั้น ครูเอลิซาเบธ ไม่ทราบทฤษฎีที่ใช้    มาทราบภายหลังว่าเป็นวิธีการจัดการหลักสูตรแบบที่เรียกว่า differentiation พัฒนาโดย Carole Ann Tomlinson แห่งมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย

ครูเอลิซาเบธ สรุปว่าตนใช้ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้ ๔ ยุทธศาสตร์ คือ

  1. ใช้เนื้อหาจากหลากหลายวัฒนธรรม   เนื่องจากเป็นวิชาดนตรี  และเนื่องจาก นศ. มาจากหลากหลายวัฒนธรรม   แต่ละวัฒนธรรมก็มีดนตรีของตน   การที่เนื้อหามาจากวัฒนธรรมของ นศ. ทำให้เกิดความสนใจ ตื่นใจ   และครูเอลิซาเบธ คิดยุทธศาสตร์หาตัวเชื่อมคุณค่าเพื่อสร้างความเป็นชุมชนในชั้นเรียน    และสรุปกับตนเองว่า จะใช้ยุทธศาสตร์สร้างความรู้สึกเป็นคนอเมริกันร่วมกัน แม้จะมาจากเชื้อชาติและวัฒนธรรมต่างกัน แต่ก็เป็นอเมริกันด้วยกัน หรือหากเพิ่งย้ายถิ่นเข้ามาก็ต้องการเข้าสู่เบ้าหลอมเพื่อเป็นคนอเมริกัน

ครูเอลิซาเบธ เปลี่ยนชื่อรายวิชาเป็น Musics of Multicultural America   ซึ่งช่วยให้การเรียนดนตรีเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายไปพร้อมๆ กัน   เน้นเรื่องราวของคนตัวเป็นๆ ที่พบปะกันอยู่    ไม่ใช่เรียนดนตรีจากตำราวิชาดนตรีคลาสสิคยุโรปที่น่าเบื่อ   ความน่าสนใจของเนื้อหาวิชาจึงดึงดูดความสนใจของนักศึกษาอย่างยิ่ง

2. เปิดโอกาสให้ นศ. เรียนตามความสะดวกของตน (personalized course delivery)   ซึ่งหมายความว่าในขณะนี้ นศ. บางคนเลือกเรียนด้วยวิธี online เป็นหลัก   และนักศึกษาแต่ละคนจะกำหนดวิธีเรียนของตนร่วมกับครู    เพื่อให้ได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร   วิธีการนี้ ครูเอลิซาเบธ เรียกว่า “สอนแบบผสม” (blended delivery)   นศ. แต่ละคนเลือกส่วนผสมของตนเอง    แต่รวมแล้วต้องได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของรายวิชา    โดย นศ. เป็นผู้รับผิดชอบพิสูจน์ว่าตนเองบรรลุแล้ว

ครูเอลิซาเบธ เล่าที่มาของวิธีการนี้ว่า   เริ่มจากตนต้องคิดหาทางสร้างความมั่นคงให้ตัวเอง    ด้วยการดึงดูดให้ นศ. มาเรียนวิชาที่ตนสอน   และเมื่อลงทะเบียนเรียนแล้วไม่ถอน   ครูเอลิซาเบธสังเกตว่า นศ. ถอนวิชาเพราะคิดว่าจะเรียนไม่ทัน สอบไม่ได้   ครูจึงต้องหาวิธีจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ให้ นศ. ที่มีภารกิจส่วนตัวแตกต่างกันสามารถเรียนได้ตลอดรอดฝั่ง  

ครูเอลิซาเบธ เริ่มจากการยกเลิกการบังคับให้ต้องเข้าชั้นเรียน   และจัดให้มี lecture note ไว้ที่ห้องสมุด และต่อมาไว้ online ให้ นศ. อ่านเมื่อไรก็ได้ อ่านหลายเที่ยวก็ได้   เมื่อเอาเวลาเรียนทฤษฎีหรือเนื้อหาไปไว้ในเวลาเรียนที่บ้าน   เวลาที่มาพบครูที่มหาวิทยาลัยก็สามารถจัดเป็นกิจกรรมที่หลากหลาย ให้ นศ. เลือกเข้าเรียนตามความพอใจของตน     

3. เปิดโอกาสให้มีเมนูกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ นศ. เลือก    เมนูที่มีให้เลือกมีตั้งแต่วิธีฟังการบรรยาย และอ่านตำรา ตามแนวทางที่ใช้กันมานาน (ซึ่งน่าเบื่อ), การเดินทางไปศึกษาภาคสนาม, การสัมภาษณ์นักดนตรี, การดูหนัง,การไปชมคอนเสิร์ต, การตอบคำถาม online, และการทำวิจัย   ความกล้าริเริ่มของครูเอลิซาเบธ ถึงกับให้มีกิจกรรม “wild-card activity” คือให้ นศ. คิดเองว่าจะทำกิจกรรมอะไรเพื่อการเรียนรู้ของตน แล้วเอามาตกลงกับครู    กิจกรรมนี้นำไปสู่การสร้างภาพยนต์สารคดีเรื่องดนตรีในชนเผ่าอเมริกันพื้นเมือง ที่ นศ. เป็นคนในชนเผ่านั้น เป็นต้น

เพื่อเปิดโอกาสให้ นศ. เลือกกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น และมีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ   ครูเอลิซาเบธ จึงแบ่งเวลาเรียนเป็น โมดูล   ให้ นศ. เลือกโมดูล และเลือกวิธีเรียนในแต่ละโมดูล   นศ. บางคนอาจเลือกหลายโมดูล แต่เรียนในระดับพอรู้   บางคนอาจเลือกน้อยโมดูลแต่เรียนลงลึก   มีกำหนดส่งผลงานโดย นศ. ส่งก่อนได้   แต่รวมแล้วการเรียนต้องจบตามกำหนดภาคเรียน

4. ให้โอกาส นศ. เลือกเกรดของตนเองได้   ซึ่งหมายความว่า หากอยากได้เกรดดีก็ต้องทำงานหนัก   และต้องพิสูจน์ระดับการเรียนรู้ของตนว่าคู่ควรแก่เกรดนั้น   โดยที่มีการทำงานและสอบสะสมคะแนน ในการประเมินหลากหลายแบบ   รวมทั้งวิธีสอบแบบ face-to-face กับครู ที่ครูประเมินระดับความลึกซึ้งของการเรียนรู้ของนักเรียนได้   และวิธีสอบแบบ Primary Trait Analysis  เพื่อให้น้ำหนักคะแนนที่ช่วยให้ประเมินคุณภาพ (ความลึกและเชื่อมโยง) ของการเรียนรู้ของ นศ. ได้  

จะเห็นว่า วิธีการสร้าง student engagement ของครูเอลิซาเบธ คือออกแบบการเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด   รวมทั้งตัวอุดมการณ์หรือเป้าหมายของวิชาด้วย   คือกลายเป็นวิชาดนตรีเพื่อการสร้างชาติอเมริกันพหุวัฒนธรรม   ไม่ใช่วิชาดนตรีทั่วๆ ไป

เนื่องจากเวลานี้ มี นศ. ลงทะเบียนเรียนวิชานี้ถึงประมาณ ๑,๒๐๐ คน   จึงต้องมีครูสอนหลายคน และครูเอลิซาเบธ ทำหน้าที่ course coordinator มากกว่าจัดการเรียนการสอนเอง

วิจารณ์ พานิช

๒๒ ก.ย. ๕๕ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

...นักศึกษาเลือกเกรดเองได้... "สิ่งที่มีค่าย่อมเหมาะสำหรับคนที่เห็นค่าแล้วพยายาม"

ชอบแบบนี้ค่ะ  เมื่อไหร่ครูไทยจะไปถึงขั้นนั้น...

หมายเลขบันทึก

503282

เขียน

24 Sep 2012 @ 05:40
()

แก้ไข

24 Sep 2012 @ 16:31
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ดอกไม้: 5, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง