ภาษิตพื้นบ้าน
หมออนามัย นายอานนท์ ภาคมาลี
ภาษิตพื้นบ้าน หมายถึง คำกล่าวที่สืบทอดกันมาตามประเพณีและมีความหมายค่อนข้างกว้างกล่าวคือ รวมหมายถึงทั้งที่สุภาษิตและคำพังเพยไว้ด้วย
คำพังเพย หมายถึง คำที่กล่าวแล้วตีความอาจจะเป็นคำสั่งสอนหรือไม่เป็นก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ในแต่ละสถานการณ์
สำนวน หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นชั้นเชิงชวนให้คิด ไม่แปลตรงตัว คือไม่สามารถแปลความหมายได้จากคำ แต่เป็นที่เข้าใจกันถึงความหมาย เช่น เฒ่าหัวงู ลูกขุนพลอยพยับ บ้านแตกสาแหรกขาด
ภาษิตบางบทไม่อาจกำหนดแน่นอนตายตัวได้ว่าเป็นสุภาษิตหรือคำพังเพย เช่น ชักใบให้เรือเสีย
ปลาหมอตายเพราะปาก รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา น้ำนิ่งไหลลึก จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าผู้ใช้ประสงค์ใช้ในการสั่งสอนเป็นสุภาษิต หากกล่าวให้ตีความโดยที่มิได้มุ่งการสั่งสอน ก็ถือว่าเป็นคำพังเพย
ที่มาของภาษิตหรือสำนวนไทย
ภาษิตหรือสำนวนไทยมีมูลเหตุที่เกิดจากค่านิยม ความเป็นอยู่ตลอดจนเป็นคนช่างสังเกต ของคนไทย การเป็นเจ้าของสำนวนชอบกระทบกระเทียบเปรียบเปรย และนำสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวมาเปรียบเปรย เป็นต้นว่า จากธรรมชาติ จากการกระทำ ความประพฤติ จากการเป็นอยู่ของสังคม จากแบบแผนประเพณีและวัฒนธรรม ตำนานหรือประวัติศาสตร์ และมูลเหตุอื่นๆที่พอสรุปได้เป็นประการสำคัญดังต่อไปนี้
- สำนวนจากการกระทำ ความประพฤติ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ เช่น ชักใบให้เรือเสีย คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ นอนตาไม่หลับ หว่านพืชหวังผล หาเช้ากินค่ำ ขึ้นต้นไม้ปะรังแตน ทำนาบนหลังคน นอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
- สำนวนที่เกิดจากธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้นไม้ เช่นฝนสั่งฟ้า ข้าวคอยฝน คลื่นกระทบฝั่ง น้ำกลิ้งบนใบบอน ไฟสุ่มขอน น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง น้ำขึ้นให้รับตัก ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ต้นไม้ตายเพราะลูก ไม้สูงเกินต้นมักโนเพราะลม ไม้ล้มอย่าข้าม ไม้ใกล้ฝั่งทางใกล้ตลิ่ง
- สำนวนที่เกิดจากสัตว์ เช่น ไก่แก่แม่ปลาช่อน ขี่ช้างจับตักแตน นอกกระจอกกินน้ำ ปลากระดี่ได้น้ำ ปลาหมอตายเพราะปาก จระเข้ฟาดหาง ดินพอกหางหมู วัวแก่เคี่ยวหญ้าอ่อน วัวสันหลังหวะ เสือซ่อนเล็บ หมาเห่าใบตองแห้ง มดแดงเฝ้ามะม่วง หมาลอบกัด ปิดประตูตีแมว
- สำนวนที่มาจากประเพณีและวัฒนธรรมไทย กินเครื่องเซ่น เข้าตามตรอกออกตามประตู คนตายขายคนเป็น กินสี่ถ้วย กินขันหมาก กินไข่ขวัญ ตื่นก่อนนอนหลัง ช้างเท้าหลัง รักนวลสงวนตัว ฝังรกฝังราก ชิงสุกก่อนห่าม ร่วมหอลงโรง เป็นทองแผ่นเดียวกัน ตัดไม้ข่มนาม ครองกฐินสองไตร คลุมถุงชน ตกฟาก นอกรีดนอกรอย เบียดก่อนบวช กินแตงเถาตาย เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนตาย
- สำนวนที่เกิดจากอวัยวะต่างๆ เช่น ตาบอดได้แว่น หัวล้านได้หวี ลูบหน้าปะจมูก แค่จมูกมาปาก หนังหุ้มกระดูก หนังหน้าไฟ ใจดำ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ สวรรค์ในอกนรกในใจ คดในข้องอในกระดูก เอาใจเขามาใส่ใจเรา บีบน้ำตา ลืมตาอ้าปาก น้ำตาเช็ดหัวเข่า ตีนเท่าฝาหอย ต่อมือต่อตีน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ปากเปียกปากแฉะ พออ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ พอแย้มปากก็เห็นไรฟัน มือห่างตีนห่าง ลิ้นไม่มีขน เงยหน้าอ้าปาก เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ตบหัวลูบหลัง
- สำนวนที่เกิดจากการละเล่น ได้แก่ การกีฬา หรือการพนันแข่งขัน เช่น เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน ไม่ดูตาม้าตาเรือ งงเป็นไก่ตาแตก ไก่รองบ่อน หัวปั่นเป็นลูกข่าง ลูกหม้อลูกไล่ ปั่นหัว กินก่อนล่อนแก่น กินที่หลังนั่งแท่น สมบัติผลัดกันชม นอกสังเวียน บ่อนแตก ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย เปิดโปกลางบ่อน มวยล้มต้มคนดู ถือไพ่เหนือมือ หน้างอเป็นม้าหมากรุก
- สำนวนที่เกิดจากของกินของใช้ อย่างเช่น ข้าว เกลือ หมาก พลู เงิน ทอง บ้านเรือน เรือนแพ เช่น เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ผู้ดีตกยากเหมือนนากปนทอง ก้นถึงฟาก ปากถึงข้าว ข้าวแดงแกงร้อน ข้าวยากหมากแพง ข้าวใหม่ปลามัน ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร ปูนอย่าให้ขาดเต้า ข้าวอย่าให้ขาดโอ่ง ใกล้เกลือกินด่าง กัดก้อนเกลือกิน กินปูนร้อนท้อง เอาปูนหมายหัว เปิดฝาเรือน ผ้าขี้ริ้วห่อท้อง เรือขาดหางเสือ บ้านเคยอยู่อู่เคยนอน มีสวนใกล้ท่า มีนาใกล้บ้าน แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้
- สำนวนที่มาจากกฎหมาย เช่น พลั้งปากเสียเงิน พลั้งตีนตกต้นไม้ กำหนดกฎหมาย เจ้าขุนมูลนาย ข้าวเหนือเกลืออิ่ม น้องก็ว่าจะจี้ พี่ก็ว่าจะเผา ตีให้หลาบปราบให้กลัว เรือนท่านเคยอยู่
- สำนวนที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี เช่น ศรศิลป์ไม่กินกัน ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง กระต่ายหมายจันทร์ กบเลือกนาย เทพอุ้มสม กระเชอก้นรั่ว หมาหางด้วน เสือเฒ่าจำศีล สอนลูกให้เป็นโจร ไก่ได้พลอย หนีเสือปะจระเข้ ชักแม่น้ำทั้งห้า ฤาษีแปลงสาส์น ดอกพิกุลร่วง ปากพระร่วง หนุมานอาสา ยักษ์ลักมา ลิงพาไป ลูกทรพี ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก
- สำนวนที่มาจากพระพุทธศาสนา เช่น วันโกนไม่ละ วันพระไม่เว้น สมภารกินไก่วัด กรวดน้ำคว่ำขัน เกาะชายผ้าเหลือง ขนทรายเข้าวัด เปรตขอส่วนบุญ เทศน์ไปตามเนื้อผ้า ตักบาตรถามพระ บุญทำกรรมแต่ง ปิดทองหลังพระ ผ้าเหลืองร้อน บวชเสียผ้าเหลืองเปลือกผ้าลาย คว่ำบาตร เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ก้นกุฏิ กรรมตามทัน ชายสามโบสถ์ กลับตาลปัตร ตัดหางปล่อยวัด ไม่ได้เป็นพระอิฐพระปูน พอไปวัดไปวาได้ สอนหนังสือสังฆราช
หวัดท่านหมอแดง"
ไปแวะมาแวะ พอเสือขบแพะไม่แวะไม่เวียน พังเพยภาคใต้ หมายถึง เทียวไปเทียวมา หมั่นเยี่ยมไม่หยุด โดยมีจุดมุ่งหมาย แต่พอได้สิ่งที่หมาย ไม่มาให้เห็นหน้า ประมาณนี้แหละท่าน
พี่แดง ไลน์รูปงานกลางคืน สรุปผลงาน คปสอ.แก่งคอยให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ