เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
ปลานิลกินหญ้า

ผมกำลังเล่าเรื่อง"ปลานิลกินหญ้า"ให้ ดร.ยุวนุช กับ คุณหมอ ป. ฟังริมบ่อเลี้ยงปลา
เมื่อคราวที่คณะกัลยาณมิตรจาก gotoknow.org ได้เดินทางมาเยี่ยมบ้านแม่ตาด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย.2555 ที่ผ่านมา วันนั้นผมถือโอกาสนำทุกท่านไปเยี่ยมชมที่นาของน้องสาว(ดร.ปริมจิรา ทัดบุบผา)ด้วย
ช่วงหนึ่งผมได้พูดถึงวิธีการเลี้ยงปลานิลให้ทีมงานได้ฟังอย่างละเอียด จนทำให้ คุณหมอ ป. ถึงกับขำก๊ากและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า “ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย...ปลานิลกินหญ้า 555”
ต่อมา คุณหมอ ป. ก็นำความรู้ใหม่เรื่องนี้ไปเขียนลงในบันทึกชื่อว่า “ปลานิลกินหญ้า คนเรากินอะไร?” พลอยทำให้คุณปริม น้องสาวผมได้ความรู้ใหม่เพิ่มเติมไปอีกคน
ย้อนหลังไปเมื่อ 2 เดือนก่อน สำนักงานประมงจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำลูกปลานิลมามอบให้กับชาวบ้านแม่ตาดที่มีบ่อเลี้ยงปลา คนละ 1,500 ตัว เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านแม่ตาดได้เลี้ยงปลาไว้บริโภคในครัวเรือนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ผมก็เลยนำมาปล่อยไว้ในบ่อน้ำกลางที่นาของคุณปริมที่ผมทำหน้าที่ดูแลอยู่ และบังเอิญชาวบ้านคนหนึ่งไม่พร้อมที่จะเลี้ยง ก็เลยนำลูกปลาทั้งหมดมามอบให้พบเลี้ยงแทน เลยทำให้บ่อที่ผมเลี้ยงมีลูกปลานิลทั้งหมด 3,000 ตัวด้วยกัน
ทั้งนี้ ก่อนที่ผมจะนำลูกปลามาปล่อยไว้ในบ่อแห่งนี้ ผมได้ทำการสูบน้ำออกจากบ่อ จับปลาเก่าๆ ออกทั้งหมด (โดยเฉพาะปลาช่อนซึ่งเป็นปลากินเนื้อที่ชอบกินลูกปลานิลมาก) รวมทั้งตากบ่อไว้จนแห้ง จากนั้นจึงปล่อยน้ำใหม่เข้าไปในบ่ออีกครั้ง แล้วค่อยนำลูกปลานิลปล่อยลงไป
ปลานิล....จัดเป็น “ปลากินพืช” แบบเดียวกับปลาทับทิม ปลาตะเพียน ปลาไน ปลานวลจันทร์ และปลายี่สก ซึ่งกินพืชเป็นหลัก โดยเฉพาะพืชที่เกิดหรืออยู่ในน้ำ เช่น ตะไคร่น้ำ ไข่น้ำ จอก แหน และหญ้าทุกชนิด เป็นต้น
ตอนนำลูกปลามาปล่อยใหม่ๆ ลูกปลายังมีขนาดเล็กมาก ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตรเอง ผมเลยซื้ออาหารเม็ดเล็กมาเลี้ยงอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็นำเศษผัก เศษหญ้า เศษอาหารเหลือต่างๆ รวมทั้งขี้วัวขี้ควายด้วย มาให้ปลากินแทน เพื่อจะได้ประหยัดต้นทุนลง
เนื่องจากผมได้ศึกษาและทดลองเลี้ยงปลานิลมาก่อนแล้ว เลยทำให้รู้ว่าปลานิลเป็นปลากินพืชและกินพืชทุกชนิด ช่วงก่อนมีฟางข้าวเหลืออยู่ ผมก็เลยหอบฟางข้าวไปโยนไว้ในบ่อเพื่อให้ปลากิน ซึ่งปรากฏว่าเพียงแค่สัปดาห์เดียวปลาก็จัดการฟางข้าวหนักประมาณ 300 กก. จนหมดเกลี้ยงเลย
เมื่อฟางหมดแล้ว ผมก็เลยใช้วิธีตัดหญ้านำไปโยนลงในบ่อให้ปลากินแทน รวมทั้งนำขี้วัวหรือขี้ควายใส่กระสอบไปแช่ไว้ในน้ำให้ปลากินด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ปลาโปรดปรานมากๆ อีกเช่นกัน
ทุกวันนี้ ผมก็ยังใช้วิธีตัดหญ้าให้ปลากินอยู่ บางวันก็ตัดหญ้าไปให้ปลาเอง บางวันชาวนาพื้นที่ใกล้ๆ กันตัดหญ้าตามคันนาทิ้ง ผมก็จะไปขอหญ้าจากเขาเพื่อนำมาให้ปลากิน ซึ่งเขาเองก็ชอบใจมาก เพราะช่วยทำให้คันนาของเขาโล่งมากขึ้น
ผมได้แนะนำให้ชาวบ้านที่เลี้ยงปลานิลพร้อมกันนำวิธีนี้ไปใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุนลง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ พูดทีไรก็ได้แต่มองหน้าผมแบบงงๆ จนผมเริ่มจะขาดความมั่นใจในตัวเองแทน 555
แม้ว่าปลานิลจะเป็นปลากินพืช แต่ก็ไม่ได้เป็น “มังสวิรัติ” นะครับ เพราะมันกินแมลง แพลงตอน ไส้เดือน และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในน้ำด้วย เพียงแต่มันจะไม่กินปลาตัวใหญ่ๆ และชอบกินพืชมากกว่าเท่านั้นเอง
สำหรับฟางข้าวหรือหญ้าชนิดต่างๆ ที่เอาไปโยนไว้ในบ่อนั้น ใหม่ๆ ตอนแรกจะยังแข็งอยู่ ปลานิลจะยังกินไม่ค่อยได้ แต่พอผ่านไปหลายวัน เมื่อหญ้าเริ่มเปื่อยแล้ว ปลานิลและปลากินพืชอื่นๆ ก็จะพากันกัดกินหญ้าหรือฟางข้าวอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว
ประโยชน์ของการใช้หญ้าหรือฟางข้าวเลี้ยงปลานิล ก็คือ จะทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงลดลงมากถึง 80% ปลาเติบโตอย่างธรรมชาติ เนื้อแน่นและอร่อยกว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด ที่สำคัญที่สุดก็คือ ปลอดจากสารพิษและมีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้อย่างดีเลยกับแนวทางของ “อาหารเพื่อสุขภาพ” หรือ GFGAP .....คิคิคิ
หากเพื่อนๆ ท่านใดกำลังเลี้ยงปลานิลอยู่ ก็สามารถนำวิธีปลานิลแบบผมไปใช้ได้เลยนะครับ
ของแบบนี้ ไม่ลอง...ก็ไม่รู้...นะเออ!

ผมกำลังเล่าเรื่องปลานิลกินหญ้าให้คุณหมอ ป. ฟัง จนคุณหมอหัวเราะก๊ากเลย
(ภาพนี้ถ่ายโดย คุณหมอ ป.)
หญ้าที่นำไปให้ปลานิลกิน
เปลือกผลไม้ปลาก็ชอบมากเช่นกัน
เศษข้าวเหลือ
ชาวนาใกล้ๆ กันกำลังตัดหญ้าบนคันนาทิ้ง
หญ้าเหล่านี้เป็นวัชพืชของชาวนา แต่เป็นอาหารอันโอชะของปลานิล
หากยืนดูใกล้ๆ จะมองเห็นปลานิลกำลังพากันกินหญ้าเปื่อยอยู่ใต้น้ำอย่างเอร็ดอร่อยมาก
อาหารฝรั่ง(เศษขนมปัง)ปลานิลก็ชอบมากๆ เช่นกัน
ทุ่งนาอันแสนงดงามของคุณปริม (ดร.ปริมจิรา ทัดบุบผา)
สวัสดีครับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
* ปลานิลกินทั้งพืชและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นะครับ แต่พวกแมลงหายาก ก็เลยกินหญ้าหรือพืชเป็นหลัก
** คุณหมอ ป. กับลูกสาวของผม ชอบน้ำแข็งใส่น้ำหวานและมาม่าเหมือนกันเลยนะครับ 555
ความรู้ใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ
มีประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์จันทวรรณ
ที่จริงแล้ว วิธีนี้เป็น "ความรู้เก่า" ที่รู้กันมานานแล้วนะครับ แต่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้
พอผมนำมาใช้ดูบ้าง ก็เลยกลายเป็น "ความรู้ใหม่" ไปเลย 555
สวัสดีครับ คุณปริศนา ศรีบุญเรือง
* ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ นะครับ
** ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน
ทุ่งนาสวยมาก น้ำเย็นน่าลงไปเล่นนะคะ
กลัวปลาตอด
สวัสดีครับ คุณหมอ ทพญ.ธิรัมภา
* น้ำในบ่อที่เห็นลึกกว่า 2 เมตรนะครับ
** ปลาคือสิบ่กล้าตอดดอกครับ มันย่านหมอแข่วเด้อครับ 555
เห็นปลานิลหลายตัว
นำมาให้ "เพื่อนข้างบ้าน" คนนี้หน่อยครับ
มีแต่ข้าวเปล่า กับปลาเค็มสองตัว
สวัสดีค่ะพี่เพลิน
ขอบคุณค่ะที่นำรูปสวยๆ มาให้ดู พร้อมความรู้ใหม่
อีกกี่เดือนคะกว่าจะโตเต็มที่น่ะค่ะ
แต่ที่นาสวยจริงๆ อิอิอิ
สุขสันต์วันพุธค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ เปียสนิท
* ปลานิลของผมยังไม่โตนะครับ ไม่งั้นจะส่งไปให้สัก 1 กระสอบ
** ท่าทางเพื่อนบ้านของอาจารย์คงจะเป็นชาวแต่ชาติแน่ๆ เลย 555
สวัสดีครับ น้องสาว
* อีกประมาณ 6 เดือนนะครับ ปลาถึงจะโตได้ขนาดพอดี
** ที่เห็นในภาพคือ บรรยากาศตอนเย็นนะครับ ก่อนพระอาทิตย์จะลับฟ้า บรรยากาศจะสวยงามมากๆ เลย
*** คงอยากจะกลับมาเป็นชาวนาเต็มทีละซิเนี่ย 555
หมอเปิ้น ได้ความรู้ใหม่นะคะ เพราะ พึ่งรู้ว่า ปลากินหญ้าด้วยนะค่ะ
ขอบคุณมาก กับความรู้ใหม่ๆ ที่ดีมีคุณภาพนี้ค่ะ
สวัสดีครับ ...Dr. Ple
* ปลากินหญ้า...เป็นเรื่องที่รู้กันมานานแล้วนะครับ แต่ไม่ค่อยมีคนนำมาปฏิบัติจริงๆ เพราะว่าปลาโตช้า คนเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ก็เลยนิยมซื้ออาหารเม็ดมาให้กินแทน ซึ่งปลาโตไวสมใจ ขายดีด้วย แต่ต้นทุนสูงและมีสารพิษตกค้างอยู่เพียบ คนที่รับเคราะห์เต็มๆ ก็คือ ผู้บริโภคนะครับ 555
ผมเลี้ยงปลาไว้กินเองเป็นหลักนะครับ กินเบื่อแล้วค่อยจับขาย ก็เลยใช้วิธีเลี้ยงแบบธรรมชาติอย่างที่เห็น การนำหญ้าไปให้ปลากิน เลยกลายเป็น "ความรู้ใหม่" สำหรับท่านที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
** หากพี่เปิ้ลมีโอกาสขึ้นมาเชียงใหม่ ก็อย่าลืมนำขนมหม้อแกงเมืองเพชรมาแลกปลานิลปลอดสารที่บ้านแม่ตาดนะครับ 555
เยี่ยมเลยปลานิลในบ่อนี้ ได้กินแต่ของดีๆ ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงปลานิลอย่างครบถ้วน ดูแลเอาใจใส่อย่างดี เมื่อมันโตขึ้นจะจัดการอย่างไรกับปลาประมาณ 3000 ตัวค่ะ ถ้าเอาไปขายจับขึ้นมาน่าสงสารมันมากนะ อยู่ในน้ำบ่อนี้กินอาหารอร่อยมีความสุขไม่มีปลาตัวใหญ่อย่างอื่นมารบกวน
พี่ดามีคำถามว่า จัดการอย่างไรกับหอยเชอรี่มันถึงได้ตายเกลื่อนอย่างที่พี่ดาพบ
และ ถ้ามีอาหารที่หอยเชอรี่ชอบให้มันกิน แล้วจับมันขึ้นมาได้ จะทำอย่างไรกับมัน
ชอบบรรยากาศแบบนี้ค่ะ
สวัสดีครับ พี่กานดาน้ำมันมะพร้าว
* ปลานิล 3000 ตัว อาจจะเหลืออยู่จริงๆ แค่ 500-700 ตัวเท่านั้นเองนะครับ เนื่องจากตอนยังเล็กอาจจะโดนปลาตัวใหญ่กว่ากัดกิน ที่สำคัญที่สุดก็คือบริเวณนั้นมี "นกกระเต็น" อยู่หลายตัว ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการจับปลากินมาก วันหนึ่งๆ คงจับปลากินไปหลายสิบตัวเลยทีเดียว เลยทำให้จำนวนปลาลดลงไปเยอะ....ถ้ามันโตจริงๆ ก็คงจะทะยอยจับขายนะครับ กินด้วย ขายด้วย สบายใจดี
** หอยเชอรี่ที่ตายกองอยู่บนคันนาเป็นฝีมือของ "นกกระปูด" ล้วนๆ เลยนะครับ ซึ่งบริเวณนั้นมีอยู่หลายสิบตัว โดยนกชนิดนี้ชอบกินหอยมากๆ เลย เป็นนกที่มีคุณประโยชน์ต่อชาวนาอย่างยิ่งเลย
ส่วนหอยเชอรี่ที่ตายอยู่ในนานั้น สาเหตุแรกเกิดจากน้ำแห้ง ส่วนสาเหตุที่สองเกิดจากยาฆ่าหอยที่ชาวนานำไปพ่นเพื่อกำจัดหอยโดยเฉพาะครับ
*** ถ้ามีอาหารที่หอยชอบกินแล้วจับมันขึ้นมา ส่วนใหญ่ชาวนาจะจับใส่กระสอบแล้วมันปากกระสอบเอาไว้จนมันตายและเน่าเปื่อยนะครับ จากนั้นค่อยเทออก....บางคนก็นำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ และบางคนก็นำไปเลี้ยงเป็ดครับ
สวัสดีครับ คุณ kunrapee
เก็บเงินเอาไว้เยอะๆ แล้วมาซื้อที่ดินที่บ้านแม่ตาดนะครับ
รับรองว่าจะได้บรรยากาศแบบนี้เป็นของแถมอย่างแน่นอนครับ 555
อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่ม ปลานิลกินหญ้า..เปื่อย..
.... หลังจากอายปลานิล แถมโดน อ.ขจิต แอบแซว เมนูเย็นวันนี้เลยเป็นผักลวกกับผักเทมปุระ นะคะ