ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามการทำงานของ นายพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง มาแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 1 ผมชอบบุคลิกการทำงานที่ถึงลูกถึงคนดี แม้กระทั่งเมื่อเกิดเหตุยศนี้พี่ติดให้ ผมก็ยังไม่อาทรร้อนใจกับเรื่องดังกล่าวซักเท่าไหร่ สำหรับข้าราชการผมถือว่าทีใครทีมัน แต่เมื่อเกิดกรณีชักชวนผู้ใต้บังคับบัญชาแต่งเครื่องแบบเต็มยศ เดินทางไปที่พรรคประชาธิปัตย์ในวันเวลาราชการ ในเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ราชการแต่อย่างใด ผมจึงอดไม่ได้ที่จะนำเอาวินัยของข้าราชการซึ่งมีอยู่ 19 ข้อ โดยจะนำเอาเฉพาะข้อห้ามข้อปฏิบัติที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 กรณี มาให้ท่านผู้สนใจได้เทียบเคียงดูว่าจะเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยหรือไม่ หากเป็นความผิดทางวินัยจะเป็นความผิดในฐานใด
1. ข้าราชการต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2. ข้าราชการต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ
3. ข้าราชการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้ฯ
4. ข้าราชการต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชน ผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้าและด้วยความสุภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการฯ
5. ข้าราชการต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการโดยอนุโลม
6. ข้าราชการต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วฯ
สำหรับบทบัญญัติทางวินัยของข้าราชการที่นำมานี้ ซึ่งพอจะเทียบเคียงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ทั้ง 2 กรณีที่เกิดกระแสวิพากวิจารณ์อยู่ในสังคมขณะนี้ ทุกท่านลองนำไปเปรียบเทียบดูว่าน่าจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดทางวินัยหรือไม่ หากเป็นความผิดทางวินัยจะผิดในข้อใด สำหรับผมนั้นมีความเห็นว่าหากปฏิบัติตามวินัยข้าราชการอย่างตรงไปตรงมาและเคร่งครัด โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ปกป้องช่วยเหลือแล้วละก็ คงไม่แคล้วต้องโดนวินัยอย่างแน่นอน แต่คงเป็นแค่ความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงจะให้หนักหนาไปกว่านั้นคงจะยังไปไม่ถึง แต่หากฟังเสียงของผู้บังคับบัญชาสูงสุดซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วละก็คงเป็นไปได้ยากครับ