“ท่านฝันอยากเห็นการศึกษาไทยในปี 2020 เป็นอย่างไร”
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ เพราะการศึกษาเปรียบเสมือนหน้าที่หรือสิ่งที่มนุษย์ต้องปฏิบัติมาตั้งแต่เล็กๆ การศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคนเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ตลอดชีวิต และจากการศึกษานี้เองทำให้คนเรามีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการศึกษาจึงมีบทบาทในการประกอบอาชีพหรือการดำเนินชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก ทาง GotoKnow และ สรอ. (EGA) ได้ร่วมมือกันกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความรู้และข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อการพัฒนาระบบบริการเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ของประเทศ เป็นประเด็นที่สี่ขึ้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2555 โดยขอเชิญชวนสมาชิก GotoKnow ทุกคนร่วมบันทึกถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้เรื่อง “ท่านฝันอยากเห็นการศึกษาไทยในปี 2020 เป็นอย่างไร” ซึ่งมี ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านบล็อกเป็นจำนวนมากโดยสามารถรวบรวมและสรุปประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้
ปัญหาการศึกษาไทย
ปัญหาการศึกษาของไทย ได้แก่ ปัญหาของโรงเรียนวัดหรือโรงเรียนตามชนบทที่ยังมีความพร้อมน้อยกว่าโรงเรียนใหญ่ในเมือง, ปัญหาด้านระบบการเรียนการสอนของไทยตั้งแต่ระดับประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ยังเป็นการศึกษาที่ไม่ได้ฝึกในด้านความคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนไม่กล้าซักถาม, ปัญหาของบางคนที่ไม่สามารถเรียนทางด้านที่ตนเองชอบ หรือถนัดอย่างแท้จริง , ประเทศไทยยังประสบปัญหาความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในอีกหลายประการ, ปัญหาการจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามพ.ร.บ.การศึกษาหรือหลักสูตรไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร, การถ่ายโอนโรงเรียนไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร, งานครูที่โรงเรียนมากเกินไป, การติว การกวดวิชา หรือการสอนพิเศษ ซึ่งไม่ใช่วิถีตามที่หลักสูตรหรือพ.ร.บ.การศึกษากำหนด กำลังระบาดหนักเข้าไปในโรงเรียน, ปัญหาการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน ซึ่งจัดตามหลักสูตร เน้นเนื้อหาสาระมากเกินไป และปัญหาการประเมินคุณภาพโรงเรียนหรือการประเมินอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงเรียนในปัจจุบันมีมากมายหลายประการ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นประเมินที่เอกสาร ทำให้ครูมีภาระนอกเหนือจากการสอนเพิ่มขึ้น
แนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาไทย
วิธีการแก้ปัญหาการศึกษาไทย ควรมีลักษณะดังนี้
รัฐบาลไทยควรดำเนินนโยบายด้านการศึกษาให้ถูกทางและใช้ทรัพยากรทางเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง, ในระดับประเทศนักการเมือง หรือผู้บริหารระดับสูง ควรมีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ด้านการศึกษาอย่างแท้จริงผนวกกับทักษะด้านการบริหารที่ลึกซึ้ง มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละในการบริหารเชิงนโยบาย ระดับรายบุคคลผู้บริหารโรงเรียน/ครูผู้สอน มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ, ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความถนัด / ความต้องการ / ความจำเป็นต้องใช้ในชีวิตจริง, ผู้เรียนสามารถที่จะเกิดเป็นการบูรณาการบ้านกับโรงเรียนเพื่อให้เชื่อมโยงกันได้, ควรสอนให้ผู้เรียนเกิดการ “ตระหนักรู้” เพื่อให้เกิดการ “รู้ตนเอง” มากขึ้น, ควรมีการสอนแบบมุ่งเน้นคุณธรรมจริยธรรมให้มากขึ้น, ควรออกแบบการเรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางผ่านปรัชญาของการ “สอนน้อย แต่เรียนรู้ให้มาก” การสอนควรเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ผู้อาวุโสกว่าคือ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน ทำหน้าที่ถ่ายทอด บอกเล่าแนะทิศทางที่ดีกว่า มุมมองของการเรียนรู้ สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหา ได้แก่ การสร้างความเข้าใจในสังคมโลก (Global Awareness) ควบคู่กับ ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Literacy)และด้านข่าวสารข้อมูล (Information Literacy) การปรับตัว การสนใจรู้ และความ สัมพันธ์ด้านการปรับตัว และความสามารถในการใช้เครื่องมือจริงที่มีอยู่จริง (Effective Use of Real-World Tools) , เยาวชนไทยควรมีโอกาสได้เรียนรู้ การตั้งคำถามดีๆ และในแต่ละระดับการศึกษาควรให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับระดับนั้นๆ
การเตรียมความพร้อมของการศึกษาไทยเพื่อก้าวไกลสู่สากล
การเตรียมความพร้อมของการศึกษาเพื่อก้าวไกลสู่สากล ได้แก่ การวางแผนการศึกษาแห่งชาติ ที่ควรมุ่งสร้างความตระหนักรู้ของคนไทยในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนของประชาคมอาเซียน, พัฒนาสมรรถนะให้พร้อมจะอยู่ร่วมกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา โดยให้มีการร่วมมือกันใน 3 ด้านคือ ด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษา, ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษาด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่าง ประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่าง กันในประชาคมอาเซียน, พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามหลัก 3N ได้แก่ Ned Netโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ NEIS ศูนย์กลางรวบรวม จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา NLC ศูนย์เรียนรู้แห่งชาติ นอกจากนี้ประเทศไทยควรมีการปลูกฝังให้เด็กในสังคมรู้จักรักการอ่านหนังสือตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งครอบครัวควรให้ความร่วมมือและเอาใจใส่ให้เด็กอ่านหนังสือ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีประ สิทธิภาพ จะทำให้เด็กก้าวทันต่อการศึกษา สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและพัฒนาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ซึ่งตรงกับหลักพุทธศาสนา โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) เรียกว่าการพัฒนา 4 ด้าน คือ พัฒนากาย พัฒนาศีล พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา
ความใฝ่ฝันของประชาชนกับการศึกษาไทยในปี 2020
ความใฝ่ฝันของประชาชนกับการศึกษาไทยในปี 2020 ประชาชนฝันอยากให้การศึกษาไทยในปี 2020 เป็นอิสระจากระบบการเมือง, ฝันอยากให้เน้นการสร้างคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรมและจริยธรรมซึ่งเป็นคุณสมบัติของคนดี, เน้นผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รู้จักความถนัดของตนและความสนใจเรียนอย่างสนุก ไม่เครียด, เน้นคุณภาพโดยเด็กสามารถคิดวิเคราะห์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมีความสุขกับการทำงาน, ฝันอยากให้ครูเพื่อศิษย์เปลี่ยนเป้าหมายการเรียนรู้ของศิษย์จากเน้นเรียนวิชาเพื่อได้ความรู้ ให้เลยไปสู่การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อชีวิตในยุคใหม่ย้ำว่า การเรียนรู้ยุคใหม่ต้องเรียนให้เกิดทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 หน้าที่ของครูเพื่อศิษย์จึงต้องเปลี่ยนจากเน้น “สอน” หรือสั่งสอนไปทำหน้าที่จุดประกายความสนใจใฝ่รู้ (inspire) แก่ศิษย์ ให้ศิษย์ได้เรียนจากการลงมือปฏิบัติ (learning by doing) และศิษย์งอกงามทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21, ฝันอยากเห็นการศึกษาไทยในปี 2020 มีการนำเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มาผสมผสานกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นนวัตกรรมในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่นักเรียนนักศึกษา, อยากเห็นการจัดการศึกษาที่ทำให้เกิดผลจริงของการคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น, อยากเห็นการศึกษาที่ทำให้คนเรามีอิสระและเสรีภาพในการเลือกทางของตัวเองมากขึ้น, การศึกษาที่ทำให้สังคมเราวัดคนจากการกระทำมากกว่าสิ่งที่เขาเป็น เขามี, การศึกษาที่ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันต่อข่าวสาร เข้าใจในความเป็นมนุษย์ การรอมชอม ยอมรับความต่าง เพื่อสร้างสิ่งดีกว่า, การศึกษาที่ทำด้วยกันทั้งสังคมไม่ใช่โยนภาระให้กับสถานศึกษาหรือกระทรวงศึกษาเพียงอย่างเดียว, ฝันอยากเห็นการศึกษาไทยในปี 2020 คือการศึกษาที่กลับมารับใช้สังคมชุมชนของตนเอง , ครู ต้องทำหน้าที่ สอนคน มากกว่า สอนหนังสือ, ฝันอยากให้ระบบการศึกษาเลิกการวัดมาตรฐานบุคลากรด้วยกระดาษ, ระบบควรจัดแยกการทำงานด้านการศึกษาให้ชัดเจน การเรียนรู้ของเด็กเห็นผลจากการกระทำจริงได้ ก็อยากให้ ระบบการเรียนการสอน ควรกระชับเจาะตรงเหมือนเรียนกวดวิชา, อยากให้เทคโนโลยีมาช่วยในการทดสอบ, ควรมีการเปลี่ยนระบบการเชิดชูคนเก่ง มาเป็นเชิดชูคนดี คนเสียสละ เพราะถ้าจิตใจของเขาดีแล้ว สิ่งดีๆจะตามมาเอง , อยากให้การศึกษาไทยในปี 2020 เป็นการศึกษาแบบพอเพียง โดยมีความเชื่อว่า เมื่อคนเราได้ทำในสิ่งที่รัก และถนัด เราจะทำงานนั้นได้อย่างดี มีคุณภาพ พัฒนาศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่, หลักสูตรหรือความรู้ที่สอนต้องสามารถนำไปประยุกต์หรือปรับใช้กับชีวิตประจำวันและชีวิตของการทำงานได้เป็นอย่างดี, ควรสอนให้เด็กไทยรู้จักวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาตนเองให้ได้มากขึ้น ควรผสมผสานกับระบบท่องจำด้วยการสร้างค่านิยมและการปรับวัฒนธรรมการทำงานที่ร่วมมือร่วมใจหรือการทำงานเป็นทีมให้มากขึ้นมีความเป็นอัตลักษณ์ของคำว่า "การศึกษาไทย" และสามารถประยุกต์ใช้กับคำว่า "การศึกษาสากล" ได้ด้วย
เรื่องการบริหารจัดการตั้งแต่ระดับสภามหาวิทยาลัยต้องได้ผู้บริหารจัดการที่มีความรู้คู่ศีลธรรม มีวิถีชีวิตที่ปฏิบัติให้ดูเป็นอยู่ให้เห็น มีความโปร่งใสในทุกกรณี, สาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอน ต้องมีวิชาพื้นฐานชีวิตเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไปคือวิชาที่สอนคนให้เป็นมนุษย์เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์, เรื่องสถานที่เรียนรู้ฝันเห็นห้องเรียนธรรมชาติเพียงผู้สอนผู้เรียนมีเครื่องมือสื่อสารต่อกันได้เป็นการเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต, ควรมีการเปิดหลักสูตรวิชาชีวิต เน้นความสุขทางจิตใจ ในห้องเรียนธรรมชาติ, และฝันอยากให้ครูเป็นคนดี เพราะหากครูผู้สอนเป็นคนดีแล้ว วิชาที่สอน คนที่เรียน ชุมชน สังคมที่อาศัย สภาพแวดล้อม ฯลฯ ก็ย่อมจะดีตามไปด้วยและอยากให้การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กกลายเป็นบุคคลกรที่มีศักยภาพของประเทศ อย่าลืมรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยซึ่งประการนี้ดูจะสำคัญที่สุด เพราะไม่มีชาติใดเหมือน
“การศึกษา” ถือเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้คนเป็น “คนที่มีคุณภาพ” เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการทำให้คนมีความรู้ และมีคุณสมบัติต่างๆ ที่จะช่วยให้คนคนนั้นอยู่รอดในสังคมได้ ดังนั้นจึงควรมีการจัดการศึกษาที่ดีที่เหมาะสมกับแต่ละระดับ เพราะเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางของชาติ เพื่อพัฒนาคนไทยให้มีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้
สถิติของรายการบันทึกทั้งหมดที่ใส่คำสำคัญ “การศึกษาไทย 2020”
- จำนวนบันทึกรวม 82 รายการ
- จำนวนการอ่านรวม 23,849 ครั้ง
- จำนวนการให้ดอกไม้ (ให้ความชอบ) รวม 1,165 ครั้ง
- จำนวนความคิดเห็นรวม 844 รายการ
ผู้สนับสนุน
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนในกำกับของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีระบบการบริหารงานจัดการที่เป็นอิสระจากระบบราชการ ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของประเทศไทย สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สรอ. ได้ที่ www.ega.or.th

จะสอนแบบไหนดีนะคะ ท่าน อจ. สอนน้อย ==> แต่ให้มีความรู้มาก ==> เยี่ยมมาก ===> อยากให้ "เป็นจริง" นะคะ
ขอบคุณมากนะคะ
คิดว่าผู้ปฏิบัติค่อนข้างมีส่วนร่วมในการวางแผนด้านนโยบายน้อยไปค่ะท่าน
ขอบคุณความรู้ครับ..
ขอบคุณสำหรับการสกัดความรู้ที่ดีๆ ที่ได้มีการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และจุดประกายความคิดและการต่อยอดไปสู่การศึกษาไทยในปี 2020 โดยในส่วนของปัญหาการศึกษาไทยนั้น คิดว่า ยังขาดการกระตุ้นให้เด็กเกิดทักษะในการใฝ่รู้/เรียนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปต่อยอด/ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต (ทุกช่วงวัย) ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาการศึกษาไทย นอกเหนือจากการบูรณาการบ้านกับโรงเรียนแล้วนั้น เสนอให้มีการบูรณาการร่วมกับวัดด้วยค่ะ (บ้าน-วัด-โรงเรียน) โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญและใกล้ตัวเด็กที่สุดคือ บ้าน โดยผู้ปกครองควรมีความตระหนักในประเด็นนี้ มิใช่จะรอพึ่งแต่ทางโรงเรียนเท่านั้นค่ะ
ทาง สรอ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปค่ะ