อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี

ความสงบของจิตจริงๆ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ในที่ที่ไม่มีเสียง ไม่มีปัญหาและไม่ต้องทำงานหนัก

..

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เขียนไว้ในหนังสือ สุขกาย สุขใจ ว่า

"การดำเนินชีวิตของเราไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ว่าจะทุกข์ขนาดไหนก็ตาม เราตั้งมั่นอยู่ในความดีความถูกต้องในทุกสถานการณ์ อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี...
อดได้ คือสิ่งที่เราต้องการแต่ไม่มี
ทนได้ คือมีในสิ่งที่เราไม่ต้องการ
รอได้ คืออยากจะได้อยากจะทำเดี๋ยวนี้ แต่ยังทำไม่ได้
ด้วยใจดี คือด้วยใจสงบ ไม่ยินดี ยินร้าย หนักแน่น ไม่หวั่นไหว ใจดีคือ บารมี 10"

และเมื่อสองวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันก็ได้มีโอกาสเผชิญและสัมผัสกับความรู้สึกของการ อด ทน และรอดังกล่าว เมื่อตัดสินใจลองฝึกอดอาหาร (fasting) ด้วยตนเองดู

สืบเนื่องมาจากการตัดสินใจเลิกกาแฟแบบหักดิบหลังจากที่เป็นสาวกของน้ำสีดำเข้มข้นมากว่ายี่สิบปี ทำให้ทุกวันในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องทนอยู่กับอาการปวดหัวทุกๆ วัน ด้วยคำแนะนำของคนใกล้ให้ลองอดอาหารเพื่อช่วยในการล้างพิษและปรับสมดุลของร่างกายดู

ฉันจึงตั้งใจจะลองอดอาหารเป็นเวลาสองวันต่อสัปดาห์และเลือกทำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีความกังวลในวันทำงาน วันแรกจะเป็นการอดอาหารทุกอย่างและดื่มแต่น้ำเปล่า ส่วนวันที่สองจะเริ่มทานน้ำผลไม้และผลไม้

เริ่มจากวันเสาร์ที่สองของเดือนกันยายน ครึ่งวันแรกผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาเพราะอยู่ที่บ้านอ่านหนังสือ แต่ใจก็ยังคงคิดเสมอว่าเรายังไม่ได้ทานอะไรแต่เช้า 

พอตอนบ่ายเราชวนกันไปเดินดูนกที่ Sungei Buloh Wetland Reserve เพราะการออกกำลังกายเบาๆ ในช่วง fasting อาจช่วยให้รู้สึกดีได้ แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจัดทำให้รู้สึกหิว เพลียและรู้สึกถึงความไม่สบายกายและใจขึ้นมา เพราะมัวแต่พร่ำคิดว่าเรายังไม่ได้ทานอะไรเลย วันนั้นรู้ดีว่าความรื่นรมย์จากการดูนกนั้นลดลงกว่าที่เคยรู้สึกมากมายนัก ประกอบกับอาการปวดหัวที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น วันนั้นดื่มน้ำเปล่าไปกว่าสองลิตร 

พอตกค่ำอาการปวดหัวยิ่งทวีคูณขึ้นจึงต้องอาบน้ำเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม ไม่มีอาการหิวเลยแต่ก็นอนไม่หลับและลุกไปอาเจียนน้ำออกมาสองครั้ง พยายามทำสมาธิและหลับไปตอนประมาณห้าทุ่ม

เช้าวันอาทิตย์รู้สึกดีขึ้นเพราะอาการปวดหัวทุเลาลง จึงดื่มน้ำในตอนเช้าและตามด้วยน้ำผลไม้ในช่วงสายๆ และผลไม้สองสามชิ้นในช่วงเย็นๆ วันที่สองนี้จิตใจไม่ค่อยทุรนทุรายเหมือนในวันแรก และไม่รู้สึกหิวเพราะได้ดื่มน้ำผลไม้ อาการปวดหัวยังคงอยู่แต่ไม่หนักมากเหมือนวันก่อน

การอดอาหารครั้งที่สองในวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผ่านไปด้วยดี ยังคงใช้สูตรเดิม อาการปวดหัวยังคงมีอยู่แต่ก็ไม่เพิ่มดีกรีความรุนแรงขึ้น อาการปวดหัวและความหิวบรรเทาลงเมื่ออยู่ในบ้าน แต่ในยามที่ออกไปข้างนอกเจออากาศที่ร้อนอบอ้าว เจอผู้คน รู้สึกถึงความวุ่นวายของกายและใจขึ้นมาทันที ทำให้รู้สึกถึงความอ่อนแอของจิตที่ยังไม่ได้ฝึกฝนของตัวเองมากขึ้นอีก

ความสงบของจิตจริงๆ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ในที่ที่ไม่มีเสียง ไม่มีปัญหาและไม่ต้องทำงานหนัก

..


..

ครั้งหนึ่งมีพระราชากำลังตัดสินภาพวาดของศิลปินในเมืองนั้นภายใต้หัวข้อ "สันติสุข" มีจิตกรมากมายเข้าร่วมการแข่งขัน และภาพสองภาพที่พระราชาเลือกให้เข้ารอบชิงชนะเลิศคือภาพแรกเป็นภาพของทะเลสาบอันสงบ สะท้อนให้เห็นถึงภูเขาในเงาน้ำชัดเจน ใครๆ ที่เห็นภาพนี้ก็ต้องคิดว่ามันเป็นภาพที่บ่งบอกความสงบสุขได้ชัดเจน 

ภาพที่สองก็เป็นภาพภูเขาเช่นกันแต่มันเป็นภูเขาที่มีหินงอกขึ้นเป็นตะปุ่มตะป่ำ บ้างก็โล้นเปลือย ท้องฟ้ามีเมฆหนา ฝนโปรยและมีฟ้าผ่าด้วย และข้างๆ ภูเขาก็เป็นน้ำตกที่สงบงาม หลังน้ำตกมีต้นไม้เล็กๆ งอกขึ้นจากซอกหิน และมีรูปรังนกอยู่บนต้นไม้เล็กๆ นั้น ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาแม่นกนั่งฟักไข่อย่างสงบสุขในที่นั้น

"ความสงบของจิตจริงๆ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ในที่ที่ไม่มีเสียง ไม่มีปัญหาและไม่ต้องทำงานหนัก" คือคำอธิบายของพระราชาที่มอบรางวัลชนะเลิศให้แก่เจ้าของภาพที่สอง 

หนทางยังอีกยาวไกล สำหรับการฝึกใจให้สงบในทุกสภาวะค่ะ 

จากคนที่ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจ จากกรอดอาหารสองครั้งที่ผ่านมา ฉันได้เริ่มตระหนักว่าการอดอาหารไม่ได้ยากไปกว่าการอดคิด การทนต่อความหิวไม่ได้ยากไปกว่าการทนต่อความวุ่นวายใจ และการรอให้ถึงเวลาทานอาหารก็ไม่ได้ยากไปกว่าการดับความกระสับกระส่ายของจิต

การเป็นคน "ใจดี" อย่างที่พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก กล่าวถึงนั้น...ไม่ง่ายเลย

ฉันแอบหวังไว้เล็กๆ ว่าหากสามารถฝึกอดอาหารได้ดีขึ้นสัปดาห์ละครั้ง ในยามที่ไม่มีธุระต้องออกไปทานข้าวนอกบ้าน ต่อไปในอนาคตอันใกล้การน้อมรับศีล 8 (สัปดาห์ละวันสองวัน) สู่การพัฒนาเพื่ออิสรภาพจะทำได้ไม่ยากนัก 

วันนี้อาการปวดหัวยังไม่ได้มาเยือน รู้สึกสบายตัวขึ้น จริงๆ แล้วร่างกายเราไม่ได้ต้องการอาหารมากมายอย่างที่คิดเลยค่ะ แค่ผลไม้ไม่กี่ชิ้น น้ำสะอาดสองลิตรก็อยู่ได้ตั้งสองวัน และที่แน่ๆ ร่างกายเราใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้เมื่อขาดกาแฟ ใจเราต่างหากค่ะ ;)

..

.

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

๑๗ กันยายน ๒๕๕๕

..

.


Yundi - Nocturne  Op. 9 No. 2

http://www.youtube.com/watch?v=EvxS_bJ0yOU


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุข สงบเงียบ เรียบง่าย

คำสำคัญ (Tags)#การอดอาหาร#fasting#พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก#สุขกาย สุขใจ#บารมี 10

หมายเลขบันทึก: 502554, เขียน: 17 Sep 2012 @ 15:02 (), แก้ไข: 13 Dec 2012 @ 16:36 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 26, ความเห็น: 54, อ่าน: คลิก


ความเห็น (54)

เขียนเมื่อ 

โปรดรักษาสุขภาพนะครับอาจารย์ ;)...

เขียนเมื่อ 

น้องปริมคะ ในโกทูโนนี้ มีพี่ศศินันท์เขียนบันทึกเกี่ยวกับ fasting ไว้ ลองค้นหาอ่านดูนะคะ พี่ไม่เคยศึกษาโดยละเอียด ทราบว่ามีประโยชน์

รักษาสุขภาพด้วย

takes care

ขอบพระคุณค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn

ปริมคงจะไม่มีโอกาสไปนั่งดื่มกาแฟกับท่านอาจารย์แล้วนะคะ แต่จะไปนั่งเป็นเพื่อนละกันค่ะ ;)

สุขสันต์วันทำงานนะคะ ;)

* รำลึกรู้ความเป็นไปของกายที่สร้างสมดุลได้แล้ว..ย่อมนำมาซึ่งความสงบของจิตนะคะ..

* ขอให้กำลังใจค่ะ

สวัสดีค่ะพี่หมอภูสุภา

ขอบคุณค่ะ ปริมได้ลองค้นอ่านดูแล้วค่ะ เป็นประโยชน์มากค่ะ คุณพี่ศศินันท์แนะนำอดอาหารดื่มน้ำเปล่าสองวันด้วยค่ะ ปริมว่าจะลองดูสักครั้งค่ะ สองครั้งที่ผ่านมาปริมดื่มน้ำเปล่าวันหนึ่ง น้ำผลไม้วันหนึ่ง ยังกลัวเพลียอยู่ เดี๋ยวคราวหน้าจะลองตามที่พี่เขาแนะนำค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่หมอ พี่หมอก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ คนไกล ;)

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

คาดว่าร่างกายจะเข้าสู่สมดุลโดยไม่มีคาเฟอีนจากกาแฟเป็นตัวหนุนเร็วๆ นี้นะคะ

ขอบพระคุณคุณพี่ใหญ่สำหรับกำลังใจนะคะ ;)

สุขสันต์ยามบ่ายวันจันทร์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

แหม...เราสวนทางกันนิ คุณปริมอดเสาร์-อาทิตย์

แต่ตัวเองเบรคแตกเมื่อวันเสาร์ เห็ดย่างแสนอร่อยของเด็กๆ กับข้าวเหนียวร้อนๆค่ะ

วันอาทิตย์ป่วยเลย เด็กๆมารอหลายชั่วโมง ป้าลุกไม่ขึ้น ให้ชมการ์ตูนกันรายการเดียว


ยินดีด้วยนะคะที่คุณปริม "หย่าขาด" จากสิ่งที่ติดมายาวนานนี้

และกำลัง(แอบ)มุ่งสู่การพัฒนาเพื่ออิสรภาพรับศีลฯเป็นลำดับต่อไป

สุขภาพท่านจะแข็งแรงยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ :)

สาธุ อนุโมทนาบุญนะคะ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณปริม

 ฉันแอบหวังไว้เล็กๆ ว่าหากสามารถฝึกอดอาหารได้ดีขึ้นสัปดาห์ละครั้ง ในยามที่ไม่มีธุระต้องออกไปทานข้าวนอกบ้าน ต่อไปในอนาคตอันใกล้การน้อมรับศีล 8 สู่การพัฒนาเพื่ออิสรภาพจะทำได้ไม่ยากนัก

ขออนุโมทนาบุญด้วยคนนะครับ

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

มีเคล็ดลับน้อยๆ อยากบอกค่ะ ว่าห้ามอยู่ใกล้อาหารเด็ดขาดค่ะ หากมีเห็ดย่างหอมๆ ข้าวเหนียวร้อนๆ มาวางตรงหน้า ปริมก็คงทนไม่ไหวเช่นกันค่ะ

เรื่องกาแฟ ก็หวังอยู่ว่าจะไม่กลับไปเป็นลูกน้องอีกค่ะ ทั้งๆ ที่ใจชอบมาก เคยอยากมีร้านกาแฟด้วยซ้ำ ต้องลองดูว่าจะไปได้สักกี่น้ำนะคะ พูดแล้วก็แหม...ได้กาแฟหอมกรุ่นสักถ้วยยามบ่ายๆ นี้.......ดูสิคะ อดใจยากจริงๆ อิอิอิอิ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ เดี๋ยวเด็กๆ มารอเก้อค่ะ ;)))

เขียนเมื่อ 

ผมก็ดื่มกาแฟมาประมาณสักสิบกว่าปี (นิด ๆ )...ตอนแรกก็ว่าจะเลิกเหมือนกันแต่พอมาอ่านบันทึกนี้ของคุณปริมก็เลยเปลี่ยนใจ...เอาไว้ก่อนแล้วกัน...เพราะต้องตามคุณปริมให้ทันก่อน (๒๐ ปี)...ยังพอมีเวลา...๕๕๕ (จริง ๆ แล้วยังเลิกไม่ได้เองครับ...:))

        เอาใจช่วยและรักษาสุขภาพด้วยครับคุณปริม...:)

สวัสดีค่ะคุณพิชัย

ศีล 8 เป็น aspiration ค่ะ เดี๋ยวถ้าทำได้จริงๆ ค่อยอนุโมทนานะคะ ตอนนี้ขออดกาแฟให้ได้ก่อนค่ะ คุณพี่ kunrapee บอกว่า กาแฟรวมอยู่ในศีลข้อห้านะคะ แค่ห้าข้อก็ทำไม่ได้มาตลอดเลยค่ะ อิอิอิ

ขอบคุณมากค่ะ ;)

สุข สงบในวันนี้นะคะ ดีขึ้นยังคะ? ;)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ จัตุเศรษฐธรรม

อาจารย์ฮามากค่ะ ;))

ถ้าอาจารย์ไม่ติดมากก็คงไม่เป็นไร ปริมติดงอมแงมมาก วันหนึ่งสี่ห้าแก้วนี่ยังไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ บางวันอดกลางวันได้แต่อดกาแฟไม่ได้ค่ะ เพราะติดมากจึงปวดหัวยาวนานมากค่ะ บางคนบอกว่าเป็นสองวันหาย นี่ปริมปวดสองสัปดาห์เลยค่ะ แต่วันนี้ดีขึ้น อิอิอิ

ขอบคุณค่ะ สุขสันต์เย็นวันจันทร์กับครอบครัวนะคะ ;)

เขียนเมื่อ 

นับได้ว่าคุณปริม ใจเด็ดมากครับ....  เดี๋ยวรอดูการเปลี่ยนแปลงครับ......

....กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย.... เป็นข้อวัด ข้อปฏิบัติ ที่ใช้อบรมจิตใจ...

แต่ไม่กินเลย....อาจจะรุนแรงไปถ้าทำต่อเนื่องแบบหักดิบนะครับ.....

(อันนี้ไว้พิจารณาประกอบดูเฉยๆระครับ)

ผมเคยงดอาหารหลังเที่ยงอยู่ช่วงหนึ่งแบบหักดิบ.....พี่ผมสอนว่า.....เขาให้เวลาค่อยๆปรับสภาพร่างกาย เช้าทานหนัก เที่ยงอาจงด บ่ายถ้ายังมีหิวก็ผลไม้อะไรรองท้อง.....

ช่วงแรกๆอาจยึดแต่ไม่ให้มั่นได้ครับ........ยิ่งถ้างานประจำที่เราทำนั้นหนักอยู่ด้วยร่างกายเราจะล้า.....  ผมว่าผมเร่งแล้วนะครับคุณปริม......ค่อยเป็นค่อยไปแต่ด้วยใจตั้งมั่น..........

ขอคารวะท่านปริม.....หนึ่ง Espresso ครับ...... (ล้อเล่นครับ :):) )

นับถือ นับถือ!!!!

(อาจารย์หมอท่านถือศีล 8 แบบที่บอกผู้อื่นว่า 5 เพราะเวลาบางครั้ง เช่นอาจารย์เดินทาง บรรยาย จะไม่สะดวกต่อ หลายๆท่าน......  ท่านยึดมั่นในศีลแบบสุดๆ แต่ไม่ยึดติดนะครับ....)

เขียนเมื่อ 

แถมให้ครับ เพราะบันทึกนี้ได้ใจผมเลยทีเดียว.....

อุปลมณี เป็นหนังสือที่น่าอ่าน (ซ่้ำๆ ก็ดีครับ)

http://portal.in.th/i-dhamma/pages/10133/

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมค่ะปริม รักษาสุขภาพด้วย 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม

เดี๋ยวต้องเข้าไปแก้ไขให้กระจ่างอีกนิดค่ะ คาดว่าจะพยายามน้อมรับศีล 8 ในวันเสาร์อาทิตย์หรือในวันที่สะดวก ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมีนัดกับเพื่อนฝูง ญาติมิตรประมาณนี้ค่ะ คุยๆ กันไว้ว่าไม่เกินสองวันต่อสัปดาห์ค่ะ ทำติดกันนานานคงไม่ไหวค่ะ เดี๋ยวจะ over promise and under deliver ค่ะ อิอิอิ

เรื่องศีล 8 ยังไม่ได้เริ่มค่ะ ถือการอดอาหารในครั้งนี้เป็นการเตรียมตัว ลองเครื่องก่อน ที่ทำมาสองครั้ง ยังพอไหวค่ะก็เลยมีกำลังใจที่จะขยับเส้นชัยให้ห่างออกไปอีกนิด ;)) อาจเป็นเพราะร่างกายมีที่กักตุนเยอะค่ะอาจารย์ อดอาหารสองวันยังไม่เป็นไร อิอิอิ

สำหรับกาแฟ อดได้มาสองสัปดาห์กว่าๆ แล้วค่ะ ยังหวนคำนึงถึงอยู่บ้าง แต่ก็คิดว่าน่าจะทนต่อไปได้ค่ะ ที่รู้สึกไม่สบายกายนั้นน้อยกว่าที่ใจไม่สบายค่ะ แต่หากทนได้ไปนานๆ ก็น่าจะไหวอยู่ค่ะ หากวันใดปริมม้วนเสื่อกลับไปเป็นสาวกของกาแฟอีก จะแจ้งให้ทราบค่ะ ;))

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอแค่ให้เริ่ม.....แค่นี้ดีมากๆๆ แล้วครับ.....:):) (งานนี้ถ้าทำได้ ไม่ต่ำ 3 kg อาจหายวับไปกับตา...)

สวัสดีครับ คุณปริม

ผมคิดเสมอว่า การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม

และสอนตนเองว่า เกิดเป็นคน ต้องอดทน อดกลั้น อดออม ยอมขมแล้วขมอีก

และเขียนไว้ที่โอ่งน้ำโรงเรียน สอนตนเองและนักเรียนว่า

ต้องรู้จักเกรงใจ และ รอคอยได้ ด้วยความอดทน....

แปลกใจอยู่ แต่ไม่วิจารณ์ใคร เท่าที่เห็น ครูและผู้บริหารสมัยนี้ ปลีกวิเวกไปนุ่งขาวห่มขาวกันเยอะ

ทิ้งโรงเรียน ทิ้งเด็ก ไม่รู้เขาทำได้ไง...แต่ช่างเขาเถอะ

จิตเราต้องทำให้สงบ ท่ามกลางปัญหาและงานมากมาย

ท่านอาจารย์วิชญธรรม

ขอบคุณสำหรับของแถมที่น่าอ่านมากค่ะ

ขอเวลาอ่านให้หนำใจก่อนนะคะ แล้วจะมาคุยด้วยค่ะ

ปล. ที่บอกว่าลดได้สามกิโลนั้น เป็นแรงบันดาลใจยิ่งค่ะ อิอิอิอิ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณชลัญธร

ขอบคุณความห่วงใยที่ส่งผ่านนะคะ

มีความสุขในยามเย็นค่ะ ;)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์

ปริมคิดว่าท่านอาจารย์เดินทางถูกแล้วนะคะ และเมื่อเดินถูกทิศแล้วขอเป็นกำลังใจเล็กๆ ให้ท่านอาจารย์ก้าวเดินต่อนะคะ

ท่านอาจารย์พระไพศาลวิสาโล กล่าวไว้ว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรมด้วยดังนี้ค่ะ....

            การทำงานสามารถเป็นการปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลา  หากเราทำด้วยแรงจูงใจที่เป็นกุศล  เช่น  ทำเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น  หรือเพื่อฝึกฝนพัฒนาตน  โดยมุ่งให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง  อดทนมากขึ้น  หรือทำโดยมีธรรมะเข้ามากำกับ  เช่น ทำด้วยความซื่อสัตย์  รับผิดชอบต่อหน้าที่  หรือทำด้วยความปรารถนาดีต่อส่วนรวม           เมื่อถึงที่ทำงาน  ก่อนเริ่มงานควรหาเวลาทำใจให้สงบสักครู่อยู่กับลมหายใจสักพัก  แล้วตั้งจิตเตือนใจนึกถึงธรรมะที่ต้องการน้อมนำมาปฏิบัติหรือย้ำเตือนตนเองว่าจะทำงานด้วยความเพียร  ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค  พร้อมเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์หรือ ความเห็นที่ต่างจากตน  เป็นต้น  การตั้งจิต มั่นดังกล่าวคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า  “อธิษฐาน” (ซึ่งไม่ได้แปลว่าการขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างที่เข้าใจกัน) การเริ่มงานด้วยการอธิษฐานในความหมายดังกล่าว  จะช่วยเตือนใจไม่ให้เราพลัดเข้าไปในอารมณ์อกุศลที่บั่นทอนจิตใจและการงาน           การงานยังเป็นโอกาสสำหรับการเจริญสติ  โดยเฉพาะงานการที่ไม่ต้องใช้ความคิดมาก เช่น  ล้างจาน  ถูบ้าน  ซักผ้า  ในขณะที่ทำงาน  ใจก็อยู่กับงาน  รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของมือและอวัยวะส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องไปเพ่งหรือจดจ่อแนบแน่นเกินไปนัก  ถ้าจิตเผลอฟุ้งปรุงแต่ง ไปนอกตัว  ระลึกรู้เมื่อใดก็พาจิตกลับมาอยู่กับงาน  จิตจะฟุ้งไปเท่าไรก็ไม่รำคาญหงุดหงิด  แต่ถึงหงุดหงิดก็รู้ว่าหงุดหงิด  ไม่ปรุงแต่งมากไปกว่านั้น           แม้เป็นงานที่ต้องใช้ความคิด  ก็ยังควรเอาสติมาใช้กับงานอยู่นั่นเอง เช่น  คิดเรื่องอะไร  ก็ให้สติกำกับใจอยู่กับเรื่องนั้น  หากเผลอไปคิดเรื่องอื่น ก็ให้สติพาใจกลับมาอยู่กับเรื่องเดิมจนกว่าจะแล้วเสร็จ  หากย้ำคิดย้ำครุ่นไม่ยอมเลิก  สติก็จะช่วยให้ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น  ที่สำคัญก็คือ  ไม่ว่าจะทำ อะไร  อย่าปล่อยใจไปพะวงกับเรื่องข้างหน้า  ว่าเมื่อไรจะเสร็จ  เสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร  หรือติดสะดุดกับเรื่องราวในอดีต  ควรมีสติรู้อาการดังกล่าวแล้วพาใจกลับมาอยู่กับงานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน  ใจที่มัวพะวงกับอดีตหรืออนาคตจะทำงานด้วยความเครียด  ส่วนใจที่อยู่กับปัจจุบันโดยมีสติเป็น เครื่องกำกับ  จะทำงานด้วยความผ่อนคลาย  โปร่งเบามากกว่า  เพราะจิตไม่มีเรื่องหนักใจให้ต้องแบก           การทำงานยังสามารถเป็นการปฏิบัติธรรมได้หากรู้จักใช้งานเป็นเครื่องขัดเกลาหรือลดละอัตตา  เช่น  ทำงานโดยคิดถึงประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าของตัวเอง  หรือฝึกใจไม่ให้หวั่นไหวต่อคำสรรเสริญและคำตำหนิ  ความสำเร็จและความล้มเหลว  เมื่อใดที่ถูกวิจารณ์ก็ถือว่าเป็นของดีที่มา ช่วยสยบอัตตาไม่ให้เหลิง  หรือทดสอบสติว่าจะมาทันการณ์หรือไม่  หากเผลอโกรธก็ถือว่าสอบตก  แต่ก็ยังสามารถแก้ตัวใหม่ได้เสมอ

http://www.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=845:2009-07-22-16-17-51&catid=61:2009-06-12-17-56-15&Itemid=246

ขออนุโมทนาในการปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์นะคะ

เขียนเมื่อ 
  • ดูฝีมือการถ่ายภาพผลไม้ของคุณปริมแล้ว นำไปลงนิตยสารอาหารเพื่อสุขภาพได้สบายๆ เลยนะคะ
  • ตอนนี้ก็ยังเป็นทาสน้ำสีน้ำตาล (กาแฟใส่ครีม) อยู่คะ อ่านบันทึกนี้แล้วได้แรงบันดาลใจ ที่ลึกไปกว่า "มันไม่ดี" แต่เพราะ "ดีที่ได้ฝึกตน"
  • นำภาพผืนนาของคุณปริม ที่คุณอักขณิช พาไปเยือน พร้อมเล่าเกร็ดชีวิตที่น่าทึ่งของเจ้าของผืนนาให้ฟังคะ  พี่นุช พี่กานดา พี่ดาวลูกไก่ ครูตูม ทุกคนชื่นชมบันทึกที่ละเมียละไม มีชีวิต ด้วยคะ (มีจามบ้างไหมคะ :-)

 

สวัสดีค่ะคุณหมอ ป.

สีสันของผลไม้ตามธรรมชาติงดงามอยู่แล้วค่ะ ถ่ายภาพมุมไหนก็สวยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เมื่อวานมีแต่อาการปวดหัวเล็กน้อยค่ะ ไม่มีไอ ไม่มีจาม ไม่มีน้ำมูกค่ะคุณหมอ ;)

ไม่ทราบพี่เพลินเล่าอะไรค่ะ แต่ไม่มีอะไรน่าทึ่งนะคะคุณหมอ ชีวิตธรรมดาๆ ที่กำลังตั้งอยู่ และก็จะดับไปในที่สุด แต่เพียงเพียรพยายามที่จะสร้างคุณค่าไว้ในยามที่ยังหายใจอยู่เท่านั้นเองค่ะ

ขอบคุณคุณหมอและทีมงานกิ๊บก๊าบที่ให้เกียรติไปแอ่วนาผืนน้อยค่ะ หวังว่าในอนาคตเมื่อเรากลับไปสร้างตูบน้อย ปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นนาสวนอินทรีย์ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เผื่อแผ่เพื่อนฝูงญาติมิตรที่ต้องการความสุขสงบ แบบธรรมชาติและศึกษาปฏิบัติธรรม เราคงได้มีโอกาสต้อนรับคุณหมอและชาวโกทูโนอีกนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

  • ชอบครับ...โดยเฉพาะกาแฟ
  • เพราะหลายคนดื่มวันละหลายๆ แก้ว (รวมถึงผม) ยังไม่ติดเลย อิ๊อิ๊....
  • มีความสุขกับงาน"ที่ไม่ใช่งาน" นะครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ
เขียนเมื่อ 

ÄÄÄ....ชักเป็นห่วง..อ้วกเป็นน้ำ..."กาแฟ..เพียงแก้วเดียวต่อวัน..ก็ดี..มี..ประโยชน์เหมือนกัน..เขาว่า..มันแก้โรค..บางโรคเหมือนกัน..ที่แก้ได้เห็นๆ..แก้เซ็ง..อิอิ..แก้เหงา..แก้เบื่อ..อิอิ..กินไปกินไป..เป็นโรค..ขาดกาแฟไม่ได้..๕๕๕...(..พุทธนิยม..เขาเลือกเดิน..ทางสายกลาง..เจ้าค่ะ..เห็นพุทธรูป..ผอม..เห็นซี่โครงบาน..ไหมเจ้าคะ..."...(.แอบเล่า..)...พอได้ยินว่า..ผู้หญิงบวชได้.."แก่"เท่าไร..ก็บวชได้.."หลวงแม่..ธัมมนันทา"..ท่านอนุญาติ..บวชเลย..อิอิ...ข้อดี..เห็นทันตา...กินมื้อเดียว..ก็พอ...มีศีลห้า..แปด..สิบ..(ถ้า..จะให้ถึงสามร้อยกว่าข้อ..คงต้องบวชตลอดชีวิต..ตรงนี้..คงต้องรอก่อน..อิอิ..)..กินมื้อเดียว..ทำให้..หุ่นดี..อิอิ..ไม่ต้องอด..กิน..ให้พอดี..เป็น..ธรรมดา..ธรรมชาติ..เจ้าค่ะ.....ยายธี

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ปณิธิ

ปริมก็ไม่ติดกาแฟค่ะ ใครบอกว่าติด เพียงแต่ชอบดื่มเฉยๆ อิอิอิ

หากมีความสุขก็ทำไปเถอะค่ะท่านอาจารย์ แบบพอดีพอดีนะคะ

ไม่รู้วันนี้ท่านอาจารย์ต้องไปทำงานที่ไม่ใช่งานหรือเปล่าคะ

ปริมมีความสุขดีค่ะ

ขอบคุณค่ะ ;)

สวัสดีค่ะคุณยายธี

ขอบคุณที่คุณยายเป็นห่วงค่ะ

ตอนนี้เป็นปกติดีแล้วค่ะ อาการปวดหัวหายไปได้สองวันแล้วโดยไม่มีกาแฟค่ะ

ที่อาเจียนออกมาคงเป็นผลข้างเคียงจากการอดอาหารและก็อาการปวดหัวจากการขากคาเฟอีนค่ะ แต่ก็เป็นครั้งเดียวค่ะ วันต่อๆ ไปก็ไม่เป็นอีกค่ะ

ตอนนี้เป็นปกติดีค่ะคุณยาย ขอบคุณค่ะ

เรื่องอดอาหารแล้วผอมนี่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจนอกจากการล้างพิษและฝึกฝนค่ะคุณยาย อิอิอิ ยิ่งท่านอาจารย์วิชญธรรมบอกว่า 3 กิโลเห็นๆ ปริมงี้กระหยิ่มยิ้มย่องเลยค่ะ

แต่จะทำทุกอย่างด้วยความรู้ตัวและพอดีกับตัวเองค่ะ

ขอบคุณค่ะคุณยาย ;)

เขียนเมื่อ 

ว๊าววว ดีใจจัง น้องปริมทำได้.. จิตใจที่สงบ - แน่วแน่ - มุ่งมั่น นำพาสู่ความสำเร็จ.. ยินดีด้วยนะจ๊ะ

คุณพี่ ก็งดกาแฟได้เดือนกว่า, งดทานเนื้อได้หนึ่งเดือน หนึ่งวัน รู้สึกดีมากๆเลยค่ะ รู้สึกดีที่สามารถชนะใจตนเองได้.. แต่เรื่องงดอาหารนี่ ยังไม่สามารถจ้า

ว่าแต่ว่า.. จานผลไม้ ภาพแรกนี่ น่าทานมากกกก ขอบอก

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาให้กำลังใจค่ะ

ทำให้สำเร็จนะค่ะ

สู้ตายค่ะ

เขียนเมื่อ 

กาแฟมีประโยชน์นะคะ น้องปริม แต่ควรดึ่มไม่เกินสามแก้วต่อวันและไม่ควรเติมน้ำตาลและครีมเทียม (เพราะเป็นการเพิ่มพลังงานที่ไม่จำเป็นให้ร่างกาย) พี่โอ๋กำลังลดน้ำตาลในกาแฟลงและจะดื่มกาแฟแบบที่เติมนมสด เพิ่มคุณค่าของคาเฟอีนให้ร่างกายค่ะ พี่โอ๋คิดว่าถ้าเรามีสติรู้ตัวว่าเรากินอะไร เพื่ออะไร ไม่ได้กินตามใจอยาก ลดการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น รักษาสมดุลธรรมชาติทั้งของตัวเราและทุกสิ่งรอบๆตัว สำหรับพี่โอ๋ก็เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน เดินสายกลาง ทำทุกอย่างให้พอดีลงตัว ไม่เบียดเบียนทั้งตัวเราเองและธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือ ทำแล้วมีความสุข สบายใจ ก็ทำได้ทั้งนั้นเลยนะคะ ขอให้น้องปริมทำสิ่งที่ตั้งใจได้อย่างลงตัวนะคะ พี่โอ๋เชื่อว่าน้องปริมทำได้ค่ะ

พระมหาอัมพร ชุตินฺธโร
IP: xxx.207.58.230
เขียนเมื่อ 

คุณปริม อย่าเขวในข้อมูลใดๆ แม้จากผลการวิจัย เพราะบางครั้งทราบว่า มีการจ้างการทำวิจัยเพื่อโปรโมทสินค้านั้นๆ คือให้มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการเอาไว้ก่อน อันเป็นกระแสแนวโน้มในปัจจุบัน ข้อมูลอื่นใดไม่สำคัญเท่ากับข้อมูลจากสุขภาพของเรา จากความรู้สึกของเรา หรือจากเจตน์จำนงของเรา เมื่อเราหักดิบหมายถึงวีรกรรมที่เราต้องเดินหน้า ไม่หันเหเป็นสอง มิเช่นนั้นการหักดิบจะไม่บรรลุผล วันข้างหน้าเอาเป็นที่อ้างอิงไม่ได้เลย ให้ชีวิตกลายเป็นคัมภีร์หรือตำนานไปเลย สนับสนุนการหักดิบครั้งนี้ด้วย

เขียนเมื่อ 

เข้ามาสนัีบสนุนถาดผลไม้บนปกสมุดค่ะ

สวย...หอม...หวาน...เปรี้ยวปาก...ชวนอดข้าวมากๆๆ :))

ปกติเวลาอด จะใช้สูตรดื่มน้ำอ้อยสดหรือน้ำแอ๊ปเปิ้ล

สูตรทานผลไม้หลากหลาย ยังไม่เคยลองเลยค่ะ

คุณปริมปั่นน้ำผลไม้ใช้เครื่องแยกกากใช่ไหมคะ?


          

ฝันถึงวันที่จะได้ไปแอ่วนาคุณปริมค่ะ

หน้าเกี่ยวข้าว กางเต๊นท์นอนฟังเสียงหมอกเปาะแปะๆชายเต๊นท์

ถ้ามีลำธารไหลเซาะ...กระทบหินบรรเลงยามดึก...

หรีดหริ่งเรไร... ขับขาน...ประสานเสียงด้วย...สวยเลย (ฝันไปไกลแล้วเรา)


พูดถึงร้านกาแฟคุณปริม ที่เคยฝัน

ตัวเองก็เกือบไปเหมือนกันค่ะ หลานจะให้ขายกาแฟสดข้างร้านก๋วยเตี๋ยว

บอกหลานว่า... จะให้ป้าเป็นแม่ค้า ขอป้าทำน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีนรายการเดียวก็ไปโลดแล้วหละ

ปลูกมะรุม ผักหวานป่า ย่านาง ฯลฯ อยู่กับแม่กับเด็กๆดีกว่า ชีวิตเลือกได้...นี่เนอะ

บันทึกนี้ อาจมีแวะมาหลายเที่ยวกระมัง... มาส่งการบ้านอะนะ

วันนี้...วิ่งไปวิ่งมา เชียร์พี่ๆทำรั้วเนินผักหวานป่าให้ แดดเปรี้ยง สลับฝน แหม..ฤกษ์ดีจัง ๑๙ กันยา:)

... เปล่านะ เค้าระลึกถึง "ปฏิวัติยุคสมัย ด้วยฟางเส้นเดียว"ของปู่ "ฟูกูโอกะ"ตะหาก :))

เจ้าตัว...ขุดถากต้นสาบเสือ ต้นมะแว้งเปิดเส้นทางตั้งเสาช่วยเล็กน้อย

อืมมม ปู่ฟู ไม่ไถนี่หน่่า ขุดหยอดเลยดีกว่า (โอ้...คุยยาวจัง เบรคไม่อยู่อะ)

 

ต้นขี้เหล็ก มีรังนกตั้งสี่รัง สวยมาก แต่กล้องซูมได้ไม่ชัด คิดถึงคุณปริมมากกก

ปีนถ่าย(ภาพ)..ก็ไม่ได้ รังแตนยักษ์ ยาวตั้งสองฟุตกว่า อยู่เป็นยามคุ้มกันหลังคาและสมาชิกนกน้อยสี่หลังนั้น

ปีที่แล้ว รังแตนยาวตั้งแต่โคนขึ้นไปหลายเมตร แตนอะไรก็ไม่ทราบ

คนโดนต่อยปีที่แล้ว ไปเก็บขี้เหล็ก บอกเจ็บจนจุก ร้องไม่ออก

แตนต่อยก็จุกได้เนอะ งงๆอยู่ แต่ก็ไม่คิดพิสูจน์ดอกนะ ๕๕ โอวว...สาธุ ก่อนเน้อ :))

 

 

สวัสดีค่ะคุณพี่ kunrapee,

ดีใจกับคุณพี่ด้วยค่ะที่เอาชนะใจตัวเองได้ค่ะ วีดีโอที่คุณพี่แชร์ให้ดูมีพลังมากเลยค่ะ ปริมก็ยังนึกถึงภาพเป็ดตัวนั้นอยู่บ่อยๆ และดีใจที่ไม่ได้ทานเนื้อสัตว์อีกค่ะ

ทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ นะคะ ถ้าใจเราบอกว่าได้ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาค่ะ

เราเป็นกำลังใจให้กันและกันต่อๆ ไปนะคะ

ขอบคุณค่ะ ฝันดีค่ะคืนนี้

สวัสดีค่ะคุณ Bonnie

ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ วันนี้รู้สึกดีขึ้นมากค่ะ คงจะทำได้แล้วค่ะ

ฝันดีนะคะคืนนี้ ;)

สวัสดีค่ะพี่โอ๋

ขอบคุณพี่โอ๋สำหรับคำแนะนำค่ะ กินอยู่อย่างพอดี ทางสายกลางยังคงเป็นทางออกที่ดีเสมอนะคะ

เคยอ่านหลายที่เหมือนกันค่ะถึงผลดีของกาแฟ และที่สำคัญชอบบรรยากาศร้านกาแฟ และยังความหลังอีกหลากหลายค่ะ ดื่มกาแฟกับเพื่อนๆ เป็นอะไรที่ชอบทำมาตลอดหลายปีในเวลาว่าง ถ้าดื่มไม่มากก็คงไม่เป็นไรค่ะ อย่างที่พี่โอ๋ว่าถ้าเรารู้ตัวก็มีความสุข

ที่ผ่านมาปริมติดมากค่ะ ไม่ใช่สายกลางเลย วันไหนถ้าดื่มสายกว่าปกติจะปวดหัวเลย เลยรู้สึกว่าชีวิตนี้มีสิ่งพึ่งพาเพิ่มขึ้นอีกอย่าง

พักหลังมานี้ได้อ่านหนังสือของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เรื่อง พระพุทธศาสนากับโลกธุรกิจ บทสนทนาระหว่าง พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กับนายลอเรนส์ แวน เดน มิวเซนเบิร์ก ท่านชี้ให้เห็นถึงสุขที่เกิดจากสิ่งพึ่งพาหรืออามิสสุข กับสุขที่เกิดจากความเป็นอิสระจากสิ่งพึ่งพาที่เรียกว่านิรามิสสุข ก็เลยคิดว่าจะลองพัฒนาตนจากความสุขจากการดื่มกาแฟ ไปเป็นสุขที่เกิดจากการไม่พึ่งกาแฟดูค่ะ

ต่อไปคงต้องไปนั่งดื่มชา หรือน้ำผลไม้แทนเวลาไปร้านกาแฟกับเพื่อนๆค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่โอ๋ ;)

กราบนมัสการพระอาจารย์พระมหาอัมพรค่ะ

กราบขอบพระคุณในคำแนะนำ คำชี้แนะค่ะ ตอนนี้คาดว่าคงจะเลิกดื่มกาแฟได้แล้วค่ะ เพราะอาการปวดหัวหายไปแล้วค่ะ และชีวิตเริ่มดำเนินไปตามปกติ

พยายามจะมีความสุขโดยไม่มีสิ่งพึ่งพาค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันอีกค่ะ สีสันของผลไม้สดชวนทานมากค่ะ สีสันสดใส บ้านเราทานผลไม้กันเยอะค่ะ เน้นความหลากหลายและต่างสีค่ะ เพราะเราไม่ทานเนื้อสัตว์ เราก็เลยเลือกทานผักผลไม้ต่างประเภทเพื่อความสมดุล และสารอาหารที่พอเพียงต่อร่างกายค่ะ และโดยเฉพาะน้ำแตงโมปั่นเนี่ยของโปรดทุกเมื่อค่ะ น้ำแตงโมไม่แยกกากนะคะ ;)

เวลาอดอาหารเท่าที่อ่านมา เขาแนะนำให้ทานน้ำผลไม้ที่แยกกากค่ะ เพราะเราไม่ต้องการให้ร่างกายทำงานหนักโดยการย่อยผลไม้ในช่วงนั้น ให้ร่างกายไปซ่อมแซมส่วนที่ควรจะซ่อมมากาว่า เขาเลยแนะนำให้แยกกากค่ะ และควรเป็นผลไม้เดี่ยวด้วยคือไม่ทานหลายอย่างเพราะมันจะทำให้ร่างกายสับสนค่ะ แบบเรียบง่ายที่สุดเป็นดีน่ะค่ะ บางคนเลยดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียวสองวัน วันที่สามจึงเริ่มน้ำผลไม้ก็มีค่ะ เอาใจช่วยนะคะ

ที่นาปริมมีลำธารขนาบสองข้างเลยค่ะ ลำน้ำใหญ่อยู่อีกฝั่งค่ะ ดูจากรูปที่คุณอักขณิชถ่าย ปริมยังหลงรักที่นาตัวเองเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เพิ่งไปที่นั่นมาสามครั้ง มีภูเขามีน้ำ มีบ่อเลี้ยงปลาเล็กๆ ด้านหลังเป็นป่าเล็กๆ คงมีนกเยอะพอควรค่ะ ถ้าเราลดการใช้สารเคมีลงคงมีเสียงกบ เสียงเขียด อึ่งอ่าง จิ้งหรีด ร้องกันระงมค่ะ คุยกันว่าถ้ามีโอกาสจะไปปรับปรุงทางเข้า ทำสะพานข้ามน้ำ ปลูกกระท่อมเล็กๆ ค่ะ ปลูกข้าวบ้าง ปลูกพืชผักบ้าง ปลูกผลไม้บ้าง เผื่อคนที่ต้องการอยู่กับธรรมชาติจะได้มาพักผ่อนและสัมผัส ไม่รู้ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนในที่ประมาณ 10 ไร่นั้นค่ะ วันหลังทำเสร็จคุณ Tawandin มาเที่ยวนะคะ

พอตัดสินใจเลิกกาแฟคงไม่ได้ไปเปิดร้านขายกาแฟแล้วค่ะตอนนี้ แล้วมันก็เป็นอีกหนึ่งความฝันที่ผ่านไป

คุณ Tawandin จะปลูกผักหวานคล้ายๆ กับที่คุณน้อยปลูกรึเปล่าคะ คงจะมีต้นตะขบด้วย คงมีนกเยอะนะคะ จะได้ร่มรื่น มีนก มีผักไว้กินไว้ขายด้วยค่ะดีมาก ๆ เลยนะคะ ปลอดสารพิษด้วยค่ะที่สำคัญ ปลูกเยอะไหมคะปีนี้

ดูจากที่เล่ามา แถบบ้านคุณตะวันยังคงอุดมสมบูรณ์มากนะคะ มีแตนด้วยค่ะ ไม่ได้เห็นรังแตนมานานมากแล้ว ต้นขี้เหล็กเอาไว้ลวกจิ้มน้ำพริกน่าอร่อยค่ะ

เดี๋ยวพอมีเวลาอีกหน่อยปริมก็จะไปแอ่วดูไราคุณตะวันบ้าง เชื่อไหมคะว่าไปมาหลายต่อหลายที่แต่ยังไม่เคยไปเหยียบแดนอีสานบ้านเราเลย น่าละอายมาก ค่ะ จะไปถ่ายรูปนกดูว่าหน้าตาเหมือนนกทางเหนือไหม อิออิ

คืนนี้เข้านอนก่อนนะคะ

ฝันดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดี ยามแดดเปรี้ยงๆค่ะคุณปริม :)

แหม...คุณปริมพูดให้แอบดีใจเนาะ

ไปจริง จะพาไปชมองค์นารายณ์บรรทมสินธุ์บนปราสาทหินค่ะ

นกน้อย ทางอิสานตัวออกจะผอมโซ.. สีสันไม่ค่อยตระการตานักนะคะ อิอิ

ล้อมรั้วสวน เพียงเนินน้อยๆเองค่ะ ที่บ้านขึ้นชื่อว่าเมือง... "ตำน้ำกิน" จะค่อนไปทางกันดารนะ

ถ้าคุณปริม ล่องอิสาน เราชวนกันไปสวนป่าต้นแบบคุณน้อยกันดีไหมค่ะ :)

ไปชมกระรอกน้อย ตะขบใหญ่ ให้ลูกดกนกน้อยอิ่มหนำ สำราญ...กันค่ะ

รังนก บนต้นขี้เหล็ก เอ๊... คุณปริมเคยลวกขี้เหล็กจิ้มน้ำพริกจริงอะ

โอวว.. ทางอิสาน แกงอย่างเดียวจ้า ไม่เคยลวกจิ้มน้ำพริกเลย ในชีวิต

นกน้อย ทำรังแต่พอตัว มาแว้วว มาแต่รังนิ อิอิอิ


 

เขียนเมื่อ 

ตามมาด้วย รังแตนสวยๆสองฟุตแน่ะ


 

 

สวัสดียามดึกที่ฝนกำลังค่ะคุณ Tawandin,

ปริมอยากไปเที่ยวจริงๆ ค่ะ เป็นวามฝันค่ะ หากเป็นจริงคงจะดีมาก ปริมก็อยากไปเยี่ยมคุณน้อยด้วยค่ะคงจะสนุก อิอิอิ

จะไปดูนกตัวผอมค่ะ แต่ดูนกกระจาบทำรังยังสวยงามไม่น่าผอม อิอิอิ ถึงน้ำจะแล้งไปนิดแตปริมเชื่อว่าน้ำใจของคนที่นั่นฉ่ำเย็นแน่นอนค่ะ ;) ดูคุณตะวันเป็นตัวอย่าง

โห...จะเล่าให้ฟังค่ะว่าถึงจะไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตั้งแต่อายุ 18 แต่ท้องไส้ยังไทยอยู่มากค่ะ ไทยแบบพื้นเมืองด้วยนะคะ ขอบอก ขอบอก

ที่บ้านปริมเขากินขี้เหล็กจิ้มน้ำพริกค่ะ อร่อยดีค่ะ ขมๆ นิดๆ นอกจากแกงก็ยังทำยำได้ด้วยค่ะ (แต่เขาบอกว่าคนที่ชอบอาหารรสขมคือ สว ค่ะ ปริมคงเพิ่งเริ่มต้น อิอิอิ

รังแตนดูใหญ่มากนะคะ คุณตะวันต้องระวังด้วยนะคะ

เข้านอนละค่ะคืนนี้

ฝันดีนะคะ ;)

เขียนเมื่อ 

เวียนมาอีกครั้งๆด้วยแรงความคิดถึงค่ะ :))

รังแตนแบบนี้ ปีที่แล้วยาวมากตั้งแต่โคนต้นขึ้นไปเลยค่ะ


โห... เมนูขี้เหล็กลวก ขี้เหล็กยำของคุณปริม

น่าจะเข้ากับอาหารหลักของเราวันนี้เป็นแน่

มาส่งข่าวดีว่า...วันนี้ เป็นวันเริ่มต้นได้แล้วค่ะคุณปริม

...ว่าด้วย... อาหารเป็นหนึ่ง...ในโลก!

ต้องตั้งจิตอย่างแรงกล้าทีเดียว ไม่เช่นนั้น โดนเจ้านิสัยเคยชิน เอาไปกินอีก

กรอบใหญ่ เป้าหมายหลักบริหารเวลาที่ 8 - 8 -  8 (พักผ่อน - งาน - เรียนรู้)

เดินด้วยรายละเอียดการ "ปรับสมดุลแปดอ."

หนึ่งอิทธิบาท,สองอากาศ,สามเอาพิษออก,สี่ออกกำลังกาย,ห้าอาหาร,หกอารมณ์,เจ็ดเอนกาย,แปดอาชีพเหมาะสม

อาหารปรุงประณีต ก่อเตาถ่านกันเลยหละค่ะ อิอิ ไฟแรง

ปรุงให้แม่ทำเห็ดย่างใบมะกรูด สำหรับตัวเอง .ข้าวยาคูเป็นหลัก ทานกล้วยน้ำว้าสามลูก น้ำพริกผัก พอหละ

คาดว่า วันนี้คงมีบันทึกในเรื่องที่ตนเองคุ้นเคยและถนัดนี่หละ

อะ... ได้เวลา ปรับเปลี่ยนอิริยาบทแล้ว ไปหละนะ สาธุค่ะ :)

(ตอนเด็กๆ ชอบปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ตอนนี้กำลังลงฤาษีผสมพันธุ์นี้แล้วสามกระถาง ชอบจัง สีเข้มดีนะ)

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านBlank อ. ปริม ทัดบุปผา  หวังว่าท่านคงจะสบายดีนะคะ

ขอบคุณ สำหรับภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ มาส่งดอกไม้ชื่นชมให้กำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมแนวคิด วิธีการใช้ชีวิตของคุณปริมค่ะ เป็นชีวิตที่งาม ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี ...อ่านหนังสือพระอาจารย์มิตซูโอะ เล่มเดียวกันค่ะ พี่พยายามระลึกถึงคำสอนของท่านเสมอๆเวลาเกิดสิ่งกระทบใจ

อีกประโยคที่พี่ชอบคือ สุขง่ายใช้น้อย สุขเมื่อสร้าง สุขเมื่อให้

จาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

เมื่อวานไม่ได้เข้ามาทักทายค่ะ ทำงานเสร็จตีหนึ่งกว่าๆ เข้านอนเกือบตีสอง เช้านี้หลังอาหารเช้าเบาๆ ก็เลยนั่งจิบชาเขียวญี่ปุ่น รับลมเย็นๆ ที่ระเบียงบ้างแบบชิลชิล ทักทายคุณตะวันเป็นคนแรกค่ะ

เลข 8 สำหรับชาวจีนถือเป็นเลขมงคลสุดในบรรดาตัวเลขทั้งหลายค่ะ 8 - 8 - 8 แค่ชื่อก็สำเร็จไปครึ่งแล้วค่ะ ย้อนมองตัวเอง ของปริมยังไกลจากสมดุลนั้นมากค่ะ คงจะเป็น 6 - 14 - 4 (พักผ่อน- งาน - เรียนรู้) แหม..เลขสี่เยอะจังและชาวจีนก็ถือว่าเลขสี่เป็นเลข อัปมงคลค่ะ อิอิอิ แค่ชื่อก็โหงวเฮ้งไม่ดีเสียแล้ว คงต้องเปลี่ยนละค่ะเนี่ย

เป็นไงบ้างคะ ปฏิบัติการ 8 อ ที่เริ่มต้น ดูน่าสนใจมากนะคะเป็นการเจริญสติในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เอาใจช่วยนะคะ แล้วอย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะคะ

เมนูเห็ดย่างใบมะกรูดนี่น่าสนใจจังค่ะ นำมาแบ่งปันบ้างสิคะ ว่าแต่ว่าเป็นมังสวิรัติหรือเปล่าคะ แต่บ้านปริมคงก่อไฟเองไม่ได้ค่ะ เพราะไม่มีเตาอะไรเลย เอาไว้ไปทำที่เถียงนาน้อยค่ะ

ฝีมือการปลูกดอกไม้ใบประดับคุณตะวันที่เจ๋งไปเลยค่ะ สีสันนี่สุดยอดไปเลยค่ะ ที่บอกว่าแถบบ้านแล้งน้ำนี่อำกันเล่นรึเปล่าคะ ต้นไม้งามมากเลยค่ะ

วันนี้เดี๋ยวคงต้องออกไปทำธุระนอกบ้านค่ะ วันนี้ตัวเลขคงจะเป็น 8 - 1 - 15 ค่ะ

สวัสดีเช้าวันเสาร์นะคะ ฝากสวัสดีเด็กๆด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะครูทิพย์

ปริมสบายดีค่ะ หวังว่าคุณครูคงสบายดีเช่นกันนะคะ

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

สวัสดีค่ะพี่นุช

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคติเตือนใจที่พี่นุชนำมาฝากค่ะ

สุขง่ายใช้น้อย สุขเมื่อสร้าง สุขเมื่อให้

งดงามจริง

ปริมอ่านบันทึกของพี่นุชค่ะและเห็นว่าชื่อหนังสือคุ้นๆ เลยไปยืนดูที่ตู้หนังสือปรากฎว่ามีในครอบครองแต่ยังไม่ได้อ่าน เลยเอาออกมาอ่านน่าประทับใจมากค่ะ และใช้ได้กับสถานการณ์เป็นอย่างดี

ขอบคุณมากค่ะพี่นุช

สุขสันต์เช้าวันเสาร์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดียามแดดเที่ยงๆค่ะคุณปริม

เด็กๆกำลังปั่นจักรยานไปหามะละกอกันค่ะ

อาหารคุณแม่ ถ้าปรุงเองก็มังสวิรัติตลอดค่ะ มีซื้อปลาทู ไก่ มาสลับบ้างห่างๆค่ะ

ส่วนน้องเหมียว ชอบกินสาหร่ายกับข้าวค่ะและเค้าชอบเค้กกล้วยหอม เค้กใบเตย เหมือนเราเลยค่ะ :)

ตัวเลขคุณปริม 6 - 14 - 4 งานเป็นชีวิตเลยนะคะ (ผ่าน..เรียนหนักแล้วเนอะ)

ชั่วโมงเรียนรู้ ค่อยๆไต่จากวันละชั่วโมง แรกๆต้องอาศัยกาแฟช่วยอยู่พักใหญ่ค่ะ :)

อบรมตนเองตลอดว่า ทิ้งความรู้มัธยมมาซะตั้งนาน อายุปูนนี้ ฟื้นยากเป็นธรรมดา

เผอิญลงทะเบียนรามฯไว้ พอจับตำราแล้วเสียดายเวลาแรงกายแรงใจที่ทุ่มเท

พบ GtK. ก็... ใช่เลย(ไม่ไปสอบแล้ว) ถ้าเรียนรู้พอๆกับนักศึกษา สี่ปีผ่าน...วิชาแก่กล้าแน่นอน อิอิ

คลำๆมากว่าจะติดตามอนุทินเป็น ก็นานน ที่สำคัญตนเองบันทึกสะเปะสะปะมาก ไม่ทราบว่า มันอยู่ติดกันพรืดด น่าอายจังนิ (ยังไม่นับกิเลสหุหุ)

แปดอ. และ 8 - 8 - 8 วันแรกผ่านเจ็ดสิบค่ะ ช่วงเช้าลืมดื่มน้ำจนเกือบเที่ยงแน่ะค่ะ

พอชาหมด เลยไม่มีสติว่าจะต้องดื่มน้ำ เดี๋ยวคงต้องตัดตะไคร้สักต้นลงกระติกน้ำร้อน

วันหลัง จะไปถากต้นไมยราบเล็กตากไว้ทำชาเองดีกว่า เอ๊ มะรุมก็กำลังงาม ทำชาน่าดื่มกว่าแคปซูล ชวนให้ดื่มน้ำได้เยอะด้วย

ช่วงค่ำ ความยินดีต่อการสวดมนต์แปลให้แม่ฟัง(ตนเองด้วย) มีฝืดชั่วแว้บบค่ะ

อาหารตนเองสอบตกมาตลอด คล้ายผัสสะกับคนเลยค่ะ คือไม่ยอมทำโจทย์

เลยขาดภูมิต้านทานทั้งภายนอกภายใน(ใจ) ชอบทานข้าวมากก ไม่สนใจอาหารหลักอื่น

โดยเฉพาะถั่ว งา คร้านเคี้ยว ที่ปั่นแล้วก็ยังทานน้อย..มาก 

อิสานแล้งจริงๆค่ะ ข้าวเฉา กรอบไปไม่น้อย เห็นนาข้าวเขียวๆ เป็นหญ้าซะเยอะค่ะ ฝนเพิ่งมาไม่นาน ข้าวเริ่มตามหญ้าขึ้นมาแล้ว

วันนี้ความสุข...สบายจากความเงียบภายนอกกับวัตถุ เริ่มมีอิทธพลเหนือความสุขจากการเสียสละค่ะ ประเมินจากความยินดี ณ ตอนนี้

... ไม่ยินดีในการตอบคำถามจากอนาคตของชาติ :))

ที่รัว... จากหลายคน อยากรู้หลายๆเรื่อง เจริญสติ... อบรมปัญญาต่อค่ะ :) 

ออก(นอกจอ)ไปเรียนรู้ กับอีกอิริยาบทหนึ่งก่อนนะคะ สาธุค่ะ :)

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่ในห้องเรียนด้วยค่ะ โลกนอกห้องเรียนน่าสนใจ น่าศึกษาก็มีอีกเยอะ อยู่ที่ว่าเราเปิดใจรับรู้ และเรียนรู้มากน้อยแค่ไหนค่ะ มาให้กำลังใจคนใฝ่รู้ค่ะ

คนธรรมดาๆ ที่ยังมีกิเลสหนาๆ อย่างเราๆ ก็ย่อมมีบ้างที่จะหลงใหลไปกับความสะดวกสบายค่ะ ปริมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยังไม่ค่อยจะทำได้อย่างใจคิดนะคะ สัปดาห์นี้ไม่ได้อดอาหารเพราะเมื่อเย็นวานมีนัดกับเพื่อนทานข้าวที่ร้านไทย วันนี้ก็มีธุระต้องออกไปข้างนอกพบปะผู้คน ก็คงต้องปล่อยไป เริ่มใหม่คราวหน้า ที่เคยคิดอยากเดินออกกำลังกายวันละ 2-4 กิโลเมตร สัปดาห์ที่ผ่านมาทำได้แค่สามวัน

แต่เราต้องไม่ท้อค่ะ เราต้องเริ่มต้นใหม่ได้และพยายามทำสิ่งที่ต้องการทำให้สมดุล มากไป น้อยไปก็ค่อยๆ ปรับไปเป็นสูตรของเราเอง

เป็นกำลังใจให้กันและกันนะคะ

ชาจากพืชผักผลไม้รอบตัวน่าอร่อยนะคะ ไร้สารด้วยที่สำคัญ ชามะระก็ดังเหมือนกันนะคะ ถ้าชอบทานรสขมนิดๆ ค่ะ

ดีจังค่ะที่คุณยายทานมังสวิรัติเป็นส่วนใหญ่ ร่างกายจะได้เบาสบายค่ะ ขอให้อาหารครบหมู่ก็พอแล้วค่ะ

สนใจจังน้องเหมียวที่ชอบกินสาหร่ายกับข้าวเนี่ยค่ะ เป็นมังสวิรัติเลย :)

มีความสุขในวันดีดีวันนี้อีกวันนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดียามค่ำ ยามฝนกำลังเทลงมาๆค่ะคุณปริม

โอ๊ยดีใจจัง อึ่งอ่างออกมาเหง่งหง่างกันแล้วค่ะ :)

ดีใจจัง คุณปริมลุ้นอีกแรง เรื่องเรียนนะค่ะ

รู้สึกกดดันตนเองลึกๆอยู่เหมือนกัน แม้จะตั้งใจเรียนรู้เอง

แต่...ทุกอย่างอยู่ในการสนับสนุนของเพื่อนฝูงตลอดค่ะ

ด้วยเหตุผลหลักคืออยากให้เราใช้สมอง(ช่วยรับผิดชอบ)ให้มากกว่านี้ :)

งานด้านการศึกษา ทำได้อย่างเดียวคือพาเด็กเต้นระบำรำฟ้อน :)

ระหว่างสี่ห้าปีนี้ เคลียร์ทางบ้านและเตรียมความพร้อมไปรับหน้าที่แม่ย่าเฝ้าห้องสมุดค่ะ :))

คุณปริมเดินออกกำลังกายได้สัปดาห์ละตั้งสามวัน ถ้าต่อเนื่องได้ ก็กำลังดีแล้ว..มังคะ

ชามะระหรือคะ? ในสวนมีมะระขี้นกเยอะ หญ้าใต้ใบก็แยะ

แต่ขอเป็นมะรุมกับไมยราบก่อนดีกว่า ต้องเก็บก่อนพระอาทิตย์ขึ้นด้วยสิ

ฝนชะใบให้บ้างแล้ว พรุ่งนี้งานแรก เก็บชา และยำสมุนไพร (วันนี้ต้มยำร้อนๆ+ปิ้งกล้วย) 

น้องเหมียวรุ่นปู่(ทวดมังนะ)ของเค้า น่ารักอย่างแรง ชอบผักตำลึงลวกค่ะ กินหมดหลายๆยอดทีเดียว :))

เหมียวรุ่นปู่นี้ดูแลน้องๆดีมากค่ะ แม่โดนเด็กๆยิงตายตั้งแต่น้องๆยังไม่ลืมตา

เดินเตาะแตะพลาดตกระเบียงหลังบ้าน ลงไปที่แฉะๆ

หนุ่มใหญ่ ร้องวิ่งกระโจนลงไปคาบน้องปีนต้นมะขามขึ้นระเบียงมาทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว

แล้ว...วันหนึ่งเขาก็ถูกยิงกลางดึกค่ะ ยิงที่ลูกตา(เด็กแถวบ้านบางคนแอบล่าแมวไปกินค่ะ)

หลานๆได้ยินหนุ่มเหมียวร้อง ก็พากันร้องโหยหวนแข่งกับพี่เหมียว "ทำมันทำไมโฮๆๆๆ"

น้องสาวเอาเรื่องเด็กด้วยค่ะ ได้ยินเสียงกรอกแกรก ปรามแล้วว่า "อย่าทำอะไรมันนะ"

คงไม่ได้ยินเลยยิงโพะเลือดอาบ น้องสาวเปิดหน้าต่าง อบรมแบบนักเลงกลางดึก และฟ้องด้วย(ต้องขอขมากันทีเดียว)

เช้าพาเค้าไปหาหมอ เสียงถามเซ็งแซ่ "เหมียวเป็นไงมั่ง" ก็..ตาบอดไปข้างค่ะ :(

ไปเรื่องเหมียวยาวเลยเนอะ 

อยากขออนุญาตมุมบันทึกนี้ ไว้คุยกับคุณปริมไปเรื่อยๆได้ไหมคะ?

เป็นมุมที่เหมาะใจอย่างไรบอกไม่ถูก (มีผลไม้ด้วย อิอิ) 

วันหยุดของคุณปริม พลังสายใยแห่งสุขพิเศษแผ่มาถึงอิสานบ้านนาทีเดียวค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ สาธุค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

เพิ่งทำงานเสร็จค่ะ จะได้ถึงเวลาพักผ่อนอย่างสุขใจคืนนี้

ยังไม่ได้ตอบคุณตะวันตั้งแต่เมื่อวาน ขอโทษด้วยค่ะ ไม่ต้องขออนุญาตปริมหรอกค่ะเพราะเราใช้พื้นที่ของโกทูโนว์ทั้งคู่ แต่อาจารย์ทั้งสองคงไม่ว่าหากเราจะคุยกันผ่านบล็อกนี้เพราะผู้คนไม่พลุกพล่านค่ะ ;)

แถบบ้านคุณตะวันเขากินแมวกันด้วยหรือคะ เหมือนในจีนและพม่าเท่าที่เคยได้ยินค่ะ เจ้าเหมียวคงมีบุญที่ได้ได้กินเค้กจึงรอดมาค่ะ แมวที่บ้านปริมนานๆ ทีก็จะเอาหญ้าให้เขากินค่ะ เพื่อสุขภาพแต่ยังไม่เคยเอาตำลึงให้ทาน อิอิอิ

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เขียนไว้ในหนังสือสุขกายสุขใจว่า การศึกษาคือการเรียนรู้ทุกรูปแบบตลอดช่วงชีวิต เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ บุคลิกภาพ ตลอดจนพัฒนาจิตใจเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุข และไม่มีใครแก่เกินเรียน

ไม่นานมานี้มีข่าวคุณยายวัย 100 ปีชาวบราซิล ได้ขอเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ด้วยในวัยเด็กไม่มีโอกาสได้เรียนเพราะครอบครัวยากจนค่ะ น่าชื่นชมคุณยายมากมาย

คุณตะวันบอกเตรียมความพร้อมไปรับหน้าที่แม่ย่าเฝ้าห้องสมุด เป็นยังไงหรือคะ?

ฝันดีนะคะคืนนี้

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ว้าววว...

คุณยายอายุร้อยปี เริ่มเรียนหนังสือ!

แหม..คุณปริมข้อมูลเยี่ยมจริงๆ เล่นเอาคนอายุเกือบครึ่งร้อยยิ้มกว้างกลางดึกได้ ^_____^

พูดถึงอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก แล้วคิดถึงเพื่อนที่เป็นลูกค้าคนหนึ่งค่ะ

รู้จักกันตอนเธอไปหาเสื่อนั่งเตรียมต้อนรับคณะท่านติชนัทฮัน

เธอนำหนังสือท่านมิตซูโอะเล่มเล็กๆไปฝากหลายเล่ม

เราก็มีเพียงวารสารดอกหญ้าฝากไป คิดถึงลูกค้า(หลายๆคน)มากๆเลยค่ะคุณปริม

อืมม...เอ๊...แปลกใจตนเองนะ จากกลัวการอยู่กับคน มาเป็นอินเข้าเลือดเข้าเส้นซะนี่

... เตรียมความพร้อมไปรับหน้าที่เป็นแม่ย่าเฝ้าห้องสมุด...

คือ... ฝึกเรียนรู้การค้นข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล ฯลฯ ที่นี่GtK. (พร้อมเคลียร์ทางบ้าน และเรียนรู้อยู่กับเด็ก)

เพื่อไปลงฐานงานห้องสมุดของวิทยาลัยอาชีวะฯ เปิดใหม่ในรั้ว "บวร" ที่อุบลฯค่ะ

เนื่องจาก... ม.อุบลฯ ไม่มีคณะที่เคยเปิดให้เด็กๆเราไปเรียนแล้วจึงเปิดวิทยาลัยอาชีวะเองค่ะ

วันนี้คุยกับเพื่อนสนิท อายุปีเดียวกับคุณปริม (39ปี)เธอลงตัวที่งานสาธารณะสุข

ช่วยงานค่ายสุขภาพคุณหมอเขียว ประจำศูนย์เล็กๆที่นครปฐม

แต่ตนเอง..มาด้วยศรัทธาในการศึกษา(เธอมาด้วยศรัทธาใด พึงทำความเจริญในศรัทธานั้น)

แม้ช่วยรับผิดชอบงานการศึกษาด้านวิชาการไม่ได้

แต่เชื่อมั่นว่า เฝ้าห้องสมุดพอได้ (อิอิอิ ที่มาของแม่ย่่าค่ะ บรรณารักษ์อายุยาวอะนะ)

เมื่อคืน ฝนตก คิดถึงอาจารย์หมอปัทมา และคุณปริมที่ท้องนา

จึงนำภาพไปแปะที่อนุทิน แต่ลบ เพราะตกกะใจภาพอนุทินจัมโบ้ที่ตามหลังมาติดๆ:))

ขอนำมาแปะที่มุมวิเวกนี้แทนแล้วกันนะคะ คนอะไรน่ารักมากๆๆๆ :)))

"เหมือนดั่งมิตร มาเยือนถิ่น ท้องนาบ้านเรา"

ฝันดีเช่นกันค่ะ (วันนี้ แปดอ. ระเนระนาดเลยค่ะ)

ขอบคุณมากนะคะ สาธุ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

                          

                          

 

                          

 

 

 

สวัสดียามดึกค่ะคุณตะวัน

คุณยายชาวบราซิลเป็นเรื่องเล่าโดยพระอาจารย์มิตซูโอะค่ะ คิดว่าคงจะช่วยให้กำลังใจคุณตะวันได้

การได้อยู่กับหนังสือปริมว่าเป็นความสุขอย่างยิ่งยวดเลยค่ะ เราสามารถเรียนรู้จากคนที่อาจใช้ทั้งชีวิตของเขาลองผิดลองถูก หากจับทางได้เราอาจประหยัดเวลาไปหลายๆ ปีจากการเรียนรู้ของเขา หนังสือบางเล่มมีไว้เพียงให้ชิม บางเล่มมีไว้ให้เคี้ยวและบางเล่มก็มีไว้ให้กลืนทั้งเล่มค่ะ

ขอให้ได้ทำอย่างตั้งใจไว้นะคะ จากบ้านคุณตะวันไปห้องสมุดใช้เวลาเดินทางนานไหมคะ จากบ้านปริมไปห้องสมุดปริมเดินไป 7 นาทีได้ค่ะ สะดวกมาก อยากให้บ้านเราสะดวกแบบนี้บ้างคนจะได้อ่านหนังสือกันเยอะๆ

คุณหมอปัทมาน่ารักมากค่ะดูจากรูป หวังว่าคงได้เจอตัวจริงสักวันเช่นกัน ขอบคุณค่ะ

คืนนี้ฝันดีนะคะคุณตะวัน ;)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณปริม

เข้ามาสารภาพค่ะ รู้สึกเหมือนขบถคุณปริมอย่างไรไม่รู้ค่ะ

อันที่จริง ก็แฉลบนอกทางเป็นระยะ หมายถึงการดื่มกาแฟนะคะ

ช่วงมาอยู่บ้าน พี่ที่ทำงานส่งเครื่องชงมาให้แม่ แต่แถมกาแฟมาให้ลูก :))

พี่เค้าจำได้ว่า เราเคยใช้กาแฟช่วยกระตุกให้สมองตื่นตอนเรียนรู้การใช้คอมฯใหม่ๆ

และเราก็ห่างเว้นมาเป็นระยะๆ หลังสุดเนี่ย เพื่อนหย่อนใส่กล่องมาให้เงียบๆ

เพิ่งหมดไม่กี่วันนี่เองค่ะ

 

คุณปริมคงเป็นปกติ ไม่มีอาการอะไรจากการอดแล้วมังคะ

ขอบคุณมากค่ะ

 

สวัสดีค่ะคุณตะวันดิน

ไม่ใช่ขบถอะไรหรอกค่ะ ความจริงกาแฟก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันถ้าไมาดื่มจนติดมากมายจนขาดไม่ได้ค่ะ ที่ปริมเลิกเพราะรู้สึกว่าตัวเองติดมากเกินไปค่ะ นานๆ ทานทีพอประมาณเป็นการใช้ชีวิตในทางสายกลางก็ไม่น่าจะเป็นไรค่ะ วันก่อนปริมยังทานเค้กรสกาแฟเลยค่ะ

อย่าตัดพ้อกับตัวเองด้วยเรื่องแบบนี้เลยค่ะ มองเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้วปล่อยมันไปค่ะ ปริมว่าถ้าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่และสามารถใช้ชีวิตได้สมดุลก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรนะคะ

อาการปวดหัวหายไปตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังหยุดดื่มแล้วค่ะ ตอนนี้เป็นปกติดี ตอนเช้าปริมจะดืื่มชาร้อน เบาๆ สบายๆ ค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

ฝันดีค่ะ