กองขยะใกล้ทางเข้าบ้านพักใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่วันนี้มีควันไฟลอยคลุ้งเห็นได้แต่ไกล......

คุณค่าของขยะ

..............................................................

            รถจักรยานยนต์คันนั้นจอดอยู่ใต้อาคารมานานเกินเดือน ขาดความสนใจจากใคร เพราะเจ้าของได้รถจักรยานยนต์คันใหม่ แถมมีรถยนต์คันใหม่ตามนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ความรู้สึกเตือนว่า ควรติดเครื่อง และนำรถจักรยานยนต์ออกวิ่งได้แล้ว มิฉะนั้น รถจักรยานยนต์คันนี้จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ คำเก่าๆ ผุดพรายขึ้นในใจ “ใหม่ๆ หน้าตาจุ๋มจิ๋ม เก่ามักเป็นสนิม” นึกแล้วอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้

 

นึกแล้วก็น่าใจหาย รถจักรยานยนต์คันนี้อยู่กับผมมานานเกือบยี่สิบปี เขาใช้ง่ายไม่ค่อยจะงอแงทำงานรับใช้อย่างซื่อสัตย์ตลอดมา แต่วันนี้ดูเก่าแก่ไปอย่างมาก แล้วเจ้าของเขาเล่า จะมีสารรูปเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด บทสรุปก็น่าจะไม่แตกต่างกันมากนัก นึกถึงสุภาษิตว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” แล้วอยากเปลี่ยนวรรคหลังเสียใหม่ว่า “กาลเวลาพิสูจน์จักรยานยนต์” ก็น่าจะได้ความเก๋ไก๋ไม่น้อย

 

            เช้าวันนั้น รถจักรยานยนต์คันเก่าคันเก่งงอแงเล็กน้อย พยายามติดเครื่องหลายครั้งก็ยังไม่ยอมติด นึกขึ้นได้ว่า ยังมีตัวช่วยคือ “โชกอัป” เพียงแค่ดึงปุ่มนี้ขึ้นเพื่อใช้งาน แล้วสตาร์ทอีกเพียงครั้งเดียว เครื่องยนต์กลับทำหน้าที่เหมือนเดิมอย่างง่ายดาย ผมขับขี่เขาด้วยความเคยชินออกจากบ้านพักไปด้านหน้า ผ่านประตูรั้วสู่ถนน เหลือบมองหน้าปัดน้ำมัน แตะขีดแดงพอดี โชคดีที่เตรียมกระเป๋าเงินมาด้วย ขับเรื่อยไปจนถึงร้านขายน้ำมันเบนซินขวดในตลาดแถวชุมชนบ่อนไก่ เติมน้ำมันแล้วเลี้ยวกลับตามถนนสาย 11 โค้ง แล้วเวียนขวากลับเข้าซอยหลังบ้านพัก

 

            กองขยะใกล้ทางเข้าบ้านพักใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่วันนี้มีควันไฟลอยคลุ้งเห็นได้แต่ไกล คงมีคนเผาขยะทิ้งไว้อีกเหมือนเช่นเคย เข้าใกล้จึงรู้ว่าคาดเดาผิดไปไม่น้อย ข้างกองขยะมีหนุ่มใหญ่นายหนึ่งกำลังก่อกองไฟกลางก้อนเส้าสามก้อน เพื่อการหุงต้มอะไรบางอย่าง ผมจอดรถเมื่อเข้าใกล้ เขาหันมายิ้มให้ด้วยน้ำใจไมตรีแบบไทยๆ แถมชวนคุยก่อนโดยไม่รอให้ผมถาม “ต้มน้ำหุงข้าวครับ” รู้สึกดีที่ได้หยุดพูดคุยกับเขา มองว่าชีวิตเขาคงลำบากไม่น้อย แต่น้ำใจแบบคนไทยทำให้ใบหน้าของเขาไม่จางรอยยิ้ม ผมมองกองขยะกองใหญ่ เป็นหย่อมๆ ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป “กองขยะมีชีวิต”

 

            อย่างน้อยก็ชีวิตของชายคนนี้ เขาหยิบท่อนฟืนใส่เข้ากองไฟอย่างพิถีพิถัน ควันไฟโขมงเพิ่มมากขึ้น เขาเบาแรงๆ เข้าไปที่กองไฟเหมือนกำลังเสกมนต์บทสำคัญ ไฟลุกพรึบขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ “ที่นี่หาฟืนง่ายหน่อย” เขากล่าวเรื่อยๆ ขณะเดินไปที่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) บนนั้นผมมองเห็นเพียงแค่ขยะ แต่ในความรู้สึกของเขา คงไม่ใช่ขยะแน่ เพราะสิ่งที่ผมเรียกว่า “ขยะ” กลับเป็นอุปกรณ์ดำรงชีวิตของเขาเกือบทั้งหมด หรือทั้งหมดนั้นเลยก็ว่าได้

 

            ผมอดคล้อยตามเขาไม่ได้ “ใช้ได้ไม่หมดสิ้นเทียวหล่ะ” เขาหยิบนั่นจัดนี่แล้วถือเอาหม้อสีดำสนิทชนิดมีหูติดมือไปวางลงบนก้อนเส้า หยิบขวดน้ำขนาดห้าลิตร เทน้ำลงหม้อเกือบเต็ม นำขวดน้ำเก็บเข้าที่ หยิบกระป๋องยาเส้นใบจากออกมามวนอย่างบรรจง แล้วจุดสูบอย่างสบายอารมณ์ “ที่นี่ดีหน่อยไม่รบกวนใคร” เขาคุยให้ฟังแบบไม่ต้องมองหน้า สายตาจ้องมองที่กองไฟที่ค่อยแรงขึ้น ผมเห็นจริงตามเขาว่า กองขยะกว้างใหญ่ มีขยะมากมายหลายชนิด หยิบฉวยนำมาเป็นอุปกรณ์การหุงหาได้อย่างไม่จำกัด  “มาที่ทุกวันหรือครับ” ผมชวนคุย

 

            เขาหันหน้ามามองนิดหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้ม “ช่วงนี้มาบ่อยครับ สบายใจดี” มือขวาจับมวนยาออกจากปากพร้อมพ่นควันเล็กน้อย ท่าที่พึงพอใจกับรสชาติของยาเส้น มือซ้ายสาละวนกับการหยิบฟืนเล็กใส่เข้ากองไฟ เขาเน้นคำว่า “สบายใจ” อีกครั้ง “พักอยู่บ้านแถวนี้หรือครับ” สีหน้าเขายิ้มแบบไม่อาลัยอาวรณ์สิ่งใด “ไม่มีบ้านหรอกครับ” “อ้าว.....” ผมร้องเสียงยาว คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่มีบ้าน “แล้วนอนที่ไหนครับ” เปลี่ยนคำถามให้ถูกต้อง “ตามหน้าเซเว่นโน่น” ผมนึกถึงแสงสว่าง ความปลอดภัย หลังคากันฝนเปียก แต่ไม่วายถามต่อ “ทำไมเลือกหน้าเซเว่นครับ” “ปลอดภัยดี” เขาตอบทุกคำถาม ทุกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

 

            เขาหันมาทางผมอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อก่อนอยู่ตรงหัวนา ก็หาที่นอนเอาแถวนั้น” “แล้วทำไมย้ายทำเลมาทางนี้” ผมชวนคุยเพราะอยากรู้ประวัติความเป็นมาของเขา เพื่อเอาข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่าน “ทางนี้ทำมาหากินได้คล่องกว่า” “ขยะเยอะกว่าหรือ” “ใช่ คนมากขยะมาก ผมพลอยมีรายได้มากขึ้นไปด้วย” เขาเผยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม กล่าวพร้อมกับเดินไปที่รถคู่ใจรื้อของนิดหน่อยได้กาแฟซองสีเขียวเอ็กซเปรสโซ่เสียด้วย สองซองนั่งยองฉีกซองใส่ถ้วยพลาสติก ยกน้ำร้อนเดือดพล่านจากหม้อหุงข้าวเทใส่ถ้วยค่อนถ้วย “สองซองแค่นี้อยู่ไปได้ทั้งวันเชียว” เขาพูดขณะใช้มือหักกิ่งไม้เล็กๆ ใกล้ๆ ใช้แทนช้อนคนน้ำในถ้วยกาแฟ ช้อนอาจไม่จำเป็นสำหรับเขาในกรณีนี้

 

(โปรดติดตามตอน2)