เมื่อวานผมเดินไปที่ตลาดพระ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรุ้

ตอนนี้ผมกำลังคิดแต่เรื่องพระเนื้อว่าน แบบหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน 2497 ว่ามีอะไรเป็นตัวชี้ชัด

เมื่อวันที่โทรถามลุงแพะที่สงขลา ประมาณสองสัปดาห์ก่อน ก็ได้แค่ว่า

เนื้อว่านเก๊ ช่างทำพระเก๊ทำได้หมดแล้ว เพียงแต่จะสดน้อยกว่า

ผมก็พยายามไปหาพระที่มีเนื้อว่านสดๆ ก็เจอบ้าง แต่ก็เป็นแค่ของเก๊

พยายามไปหาดูพระเนื้อน้ำว่านคลุม ก็เจอ แต่ก็เก๊อีกเช่นกัน

ไปหาพระเนื้อเหี่ยวๆ ก็เจอ ความเหี่ยว แต่ก็เก๊

ที่ผมหยิบมาเก๊หมดเลย นี่คือตัวอย่างของการใช้คำเดียวกัน แต่ความหมายต่างกัน เพราะประสบการณ์ไม่พอใช้นั่นเอง

แล้วยังไงจึงจะแท้

ผมเดินบ่นไป ก็ไปเจอผู้รู้ท่านหนึ่ง บอกผมว่า

ต้องดูจุดสนิมแดงเหล็กรอบๆแร่ทองน้อย แพร่กระจายในเนื้อ

ทำให้ผมนึกถึงรูปที่ลุงแพะเคยถ่ายไว้ให้ดู และรูปจากหนังสือพระรูปหลวงพ่อทวด 2497

ดูรูปมาตั้งนาน ก็ยังไม่เข้าใจ

ต้องมีคนชี้แนะจึงจะเพิ่งคิดออก

จริงๆด้วย และเขาก็นำพระรูปหลวงพ่อทวดพิมพ์กลางให้ผมดูองค์หนึ่ง

ดูคล้ายๆจะเป็นพิมพ์กลางหน้าโหนก มาให้ผมส่อง

ผมดูดีตามที่เขาว่า ก็เลยขอแบ่งมาเขียนหนังสือเป็นวิทยาทาน เขาก็ใจดีแบ่งให้ตามราคาทุน

เลยได้ข้อสรุปวันนี้ว่า

สนิมรอบเม็ดแร่ทองน้อย น่าจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการแยกพระรูปหลวงพ่อทวด 2497

และผมมาถึงข้อสรุปว่า แร่ทองน้อย ก็น่าจะเป็นแร่เฮมาไทท์ (Hematite)  สีดำมันเลื่อมๆ ออกสีทองนิดๆ

แต่ก่อนนี้คิดว่าเป็นแร่ตะกั่ว กาลีนา (Galena) พอออกสนิมแดง ชัดเลย น่าจะเป็น เฮมาไทท์มากกว่า

ตอนนี้ก็เลยเล็งส่องหาสนิมเหล็กแพร่กระจายรอบเม็ดแร่เฮมาไทท์อย่างเดียว หรือถ้าแร่หลุดหายไป ก็จะมีรอยสนิมติดอยู่

ส่องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอของเก๊ฝีมือจัด แล้วค่อยนำมาเล่ากันใหม่ครับ