เมื่อวานพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้ไปรพ.ตามหมอนัดเช่นเคย เป็นวันที่ฝนตกเมื่อออกจากบ้านแล้ว ร่มจึงไม่ได้พกติดตัวด้วย และอาศัยรถเมล์เหมือนเดิมเพราะหากนำรถไปก็ไม่มีที่จอดที่สำคัญรถติดอีกต่างหาก
แม้จะเป็นรถบริการทางด่วนแต่เนื่องจากฝนตกแต่เช้าจึงทำให้รถติดอย่างไม่เคยเจอมาก่อนในการมารพ. กว่าจะถึงก็ปาไปสิบโมงเช้าแล้ว ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงในการเดินทาง และด้วยต้องยืนอยู่บนรถเมล์นานถึงสามชั่วโมงทำให้พอเดินลงจากรถเมล์ถึงกับก้าวขาแทบไม่ได้ พอเดินขึ้นสะพานลอยด้วยความรีบเร่งวิ่งหนีฝนจึงทำให้สะดุดบันไดจนเกือบล้ม
ถึงเคาน์เตอร์เพื่อยื่นขอใบคิวกับแปลกใจที่คิววันนี้สี่ร้อยกว่าแล้วแต่ไม่มีคนนั่งรอมากมายเหมือนทุกครั้ง ผมหยิบบัตรคิวพร้อมกับเดินเข้าต่อแถวเลย เป็นเพราะคนมากันเช้าหรือว่ายังมาไม่ถึงกัน แต่เลขที่บัตรคิวก็สี่ร้อยกว่าแล้ว ผมคิดด้วยความสงสัย
แผนกนี้ไม่ใช้วิธีกดบัตรคิวเพื่อออนไลน์เรียงตามคิวแต่ใช้วิธีหยิบบัตรแล้วรอเจ้าหน้าที่เรียกหมายเลขเอา ซึ่งก็น่าแปลกใจทำไมไม่ใช้วิธีที่นิยมโดยทั่วไปซึ่งน่าจะง่ายกว่า หรือมีเหตุผลในการกดบัตรคิวของคนหมู่มากก็เป็นได้
วันนั้นจึงเป็นวันที่ผมคาดการณ์ไว้ว่าจะได้พบหมอและเสร้จเร็วกว่าทุกครั้งเพราะหลังทำเรื่องขอเจาะเลือดก็ได้เลขที่ในการเจาะเลือดอีกไม่กี่ลำดับก็ถึงและบ่ายโมงกว่าผมก็ถูกเรียกเข้าพบแพทย์ ซึ่งใช้เวลาสอบถามอาการและดูผลของเลือดอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นก็นำใบสั่งจ่ายยาไปขอเอกสารการอนุมัติยาของประกันสังคมกับเจ้าหน้าที่(คุณปู)คุณปูบอกว่าทางห้องยาน่าจะทำประวัติไว้แล้ว ผมก็เข้าใจว่าเวลาไปยื่นเอกสารใส่ชื่อเข้าไป ประวัติก็จะบอกว่าผ่านการอนุมัติแล้ว พร้อมมีใบอนุมัติโชว์ในคอมฯโดยการสแกนประวัติเก็บไว้
แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดเมื่อนำใบสั่งยาไปยื่นคิดราคายาที่ห้องยา โดยกดบัตรคิวและรอเรียก พอถึงคิวเรียกแล้วก็นำเอกสารไปยื่น เจ้าหน้าที่ถามหาใบอนุมัติจ่ายยา ก็บอกไปว่าให้ไว้แล้วตั้งแต่ครั้งที่แล้ว เขาบอกว่าต้องเสียเวลาค้น ให้ไปเอาที่คุณปูได้ไหม
เลยต้องเดือดร้อนคุณปูอีกรอบ แต่คุณปูก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อเจ้าหน้าที่ห้องยาบอกว่าหาไม่เจอ ทำให้ความคิดที่ว่าการสแกนประวัติเก็บไว้ในเครื่องเพื่อสามารถดูข้อมูลได้นั้นตกไป
สุดท้ายคุณปูเลยต้องให้ไปติดต่ออีกตึกหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ตึกนั้นค้นต้นฉบับให้อีกทีหนึ่ง ซึ่งน้องใช้เวลานานมากจนดูเหมือนว่าจะหาไม่เจออีกเหมือนกัน จนต้องคิดต่อว่าอาจจะต้องโทรไปรพ.ที่ส่งตัวมาให้แฟ็กส์มาให้ด่วนเพื่อจะได้ทันเวลา
แต่สุดท้ายก็หาเจอซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงและเหลือเวลาที่จะต้องเบิกยาเพียงครึ่งชั่วโมง
สงสัยจริงๆว่ารพ.ของรัฐแต่การเก็บข้อมูลกับใช้วิธีเก็บเป็นhard coppy เป็นเอกสารในแฟ้ม ขณะที่รพ.เอกชนเคยเห็นเขาค้นข้อมูล จะเก็บเป็น sofe file เวลาดูประวัติไม่ต้องรอแฟ้มเอกสารเพียงอย่างเดียว
แต่ก็เข้าใจว่าคนไข้อาจจะเยอะแบบมากๆจากการสังเกตุดูห้องเก็บแฟ้มประวัติคนไข้ยังกะห้องสมุดดีๆนี่เอง
แต่ในปัจจุบันก็น่าจะมีวิธีนำเทคโนโลยี่มาประยุกต์ใช้สำหรับฐานข้อมูลเยอะๆ แบบนี้....
หรือท่านมีความคิดเห็นอย่างไรครับ....
เหมือนว่าการเก็บข้อมูลจะไม่ทันสมัยเลยนะครับ
อ่านตามแล้วถามตัวเองว่าถ้าเป็นเราแทนคุณพิชัยเราจะหงุดหงิดแค่ไหนค่ะ
ไปโรงพยาบาลทีก็เป็นวันแล้วค่ะ
ขนาดไปเช้าๆคนก็มาก
แล้วถ้าเป็นแบบฉุกเฉินจะเป็นยังไง
เลยต้องไปที่คลีนิกมันสะดวกดี
แต่ปีหนึ่งก็ไม่เคยต้องไป
ค่อยยังชั่วที่ไม่ต้องรอให้เสีย....อารมณ์
ต้องรอการพัฒนาระบบไปเรื่อยๆค่ะ เพราะที่รพ.ม.สงขลานครินทร์ตอนนี้จะเป็น electronic เกือบทั้งหมดแล้วค่ะ สิทธิ์อะไรก็สามารถตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่เราก็ยังพบแบบว่าแพทย์สั่งยาผิดขนาด (สั่งผ่านระบบ) เภสัชกรก็ต้องให้คนไข้เดินกลับไปหาแพทย์เพื่อขอให้สั่งใหม่ แล้วก็ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังต้องใช้วิธีค้นจากเอกสารอยู่ค่ะ