ชื่นชมแล้วชื่นใจ

ฉันเริ่มรู้สึกว่ายิ่งฉันชื่นชมงานและชื่นชมเพื่อนร่วมงานมากเท่าใด ฉันรู้สึกว่าฉันให้เกียรติและยอมรับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นี่คงเป็นสิ่งที่เจ้านายฉันสอนเอาไว้ว่าการชื่นชมคนอื่นทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ดีในตัวคนอื่นก็เป็นของเราด้วย

 

..

ในแผนกที่เคยทำงานมีอัตราส่วนชาวตะวันตกกับคนเอเชียประมาณหนึ่งในสี่ บรรดาเจ้านายทั้งหลายตั้งแต่หัวหน้าทีมไปถึงหัวหน้าแผนกหากไม่ใช่คนอังกฤษก็มาจากสหรัฐอเมริกา นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ทักษะการทำงานและเรียนรู้ด้านเทคนิคจากประสบการณ์ของเจ้านายที่ช่วยถ่ายทอดให้พวกเราในฐานะน้องใหม่คือการซึมซับทักษะการใช้ภาษา การใช้คำพูดเป็นของแถม 

เนื่องเพราะเขาเป็นเจ้าของภาษา คำศัพท์ที่ใช้จึงค่อนข้างจะแพรวพราว คำพูดที่ได้ยินบ่อยมากรวมไปถึง brilliant, excellent, marvelous, great, awesome, lovely, fantastic, wonderful, amazing, beautiful, splendid, extremely good คำที่ความหมายที่คล้ายกันแต่ฟังดูแล้วดีและรู้สึกไม่จำเจ เพราะหากเป็นเราที่ไม่ชำนาญด้านภาษา คำที่ใช้บ่อยและปลอดภัยที่สุดคือทุกอย่าง good, หรือจะพิเศษหน่อยคงเป็น very good...

เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มสังเกตว่าไม่เพียงแค่คำศัพท์ที่ใช้ที่ทำให้การสนทนามีสีสัน แต่รวมไปถึงคำพูดเหล่านั้นเป็นคำพูดที่แสดงความชื่นชมคนรอบข้าง ชื่นชมคู่สนทนา ทำให้คนฟังรู้สึกดีทั้งๆ ที่สิ่งที่เราทำมันจะเป็นการทำตามหน้าที่ ทำตามคำสั่งหรือเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากก็ตาม นานเข้าฉันรู้สึกตัวเองว่าเป็นคนตระหนี่และไม่ค่อยเผื่อแผ่คำพูดเหล่านี้กับเพื่อนร่วมงานเมื่อเทียบกับชาวตะวันตก

ครั้งหนึ่งฉันเคยถามเจ้านายที่ค่อนข้างสนิทกันมากว่าหมายความอย่างที่พูดจริงหรือเปล่า เขาบอกว่าการแสดงความชื่นชมเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ดีในตัวคนอื่นก็เป็นของเราด้วย  (It makes what is excellent in others belong to us as well) ฉันรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในตอนนั้น แต่พอนานเข้าฉันเองเริ่มรู้สึกว่ายิ่งฉันชื่นชมเพื่อนร่วมงานคนอื่นมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูด การให้กำลังใจ การอวยพรให้เขาทำในสิ่งที่ทำให้สำเร็จ การใส่ใจ การตั้งใจฟัง การส่งข้อความไปขอบคุณ หรือแม้แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ และไม่ใช้เวลาและความพยายามมากมายและเป็นสมบัติติดตัว - การให้ยิ้มสยาม

แต่ละโปรเจคที่เราทำใช้เวลาหลายๆ ปี แต่ในระหว่างนั้นหลังจากการทำงานในแต่ละชิ้นที่เสร็จสิ้นลงแม้จะเล็กมากเท่าใด แม้เพียงการรายงานผลประจำสัปดาห์ต่อเจ้านาย ฉันไม่ลืมที่จะส่งอีเมล์ไปบอกเล่าให้ทีมงานฟังและ cc เจ้านายด้วย พร้อมขอบคุณพวกเขาที่ช่วยให้งานในสัปดาห์นั้นเป็นไปด้วยดี หรือแม้งานจะมีปัญหา ฉันก็จะขอบคุณพวกเขาที่ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ปัญหานั้น และทุกครั้งเจ้านายใหญ่ของพวกเราจะส่งอีเมลกลับมาย้ำและชื่นชมพวกเขาอีกครั้งด้วย การกล่าวคำขอบคุณไม่เสียเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวแต่มันทำให้ทั้งผู้ให้และผู้รับมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ 

การชื่นชมคนอื่นดึงดูดผู้คนให้เข้าใกล้เหมือนผึ้งที่บินเข้าหาเกสรดอกไม้ที่หอมหวาน อาจมีบางครั้งที่คนรับอาจไม่รู้สึกยินดีในคำชื่นชมของเรา เราอาจรู้สึกผิดหวัง แต่การให้ที่แท้จริงนั้นย่อมไม่มีเงื่อนไขใดผูกติด การชื่นชมคนอื่นนอกจากจะเป็นคุณสมบัติที่ดีในตัวเราที่ทำให้คนอื่นรู้สึกดีแล้ว แล้วมันจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเราเองด้วย

ฉันเริ่มรู้สึกว่ายิ่งฉันชื่นชมงานและชื่นชมเพื่อนร่วมงานมากเท่าใด ฉันรู้สึกว่าฉันให้เกียรติและยอมรับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นี่คงเป็นสิ่งที่เจ้านายฉันสอนเอาไว้ว่าการชื่นชมคนอื่นทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ดีในตัวคนอื่นก็เป็นของเราด้วย การกล่าวคำพูดแสดงความชื่นชมคนอื่นและใส่ความความจริงใจลงไปในคำพูดด้วยอีกนิด วันนั้นเราอาจทำให้ใครใครและตัวเรามีความสุขไปได้ทังวัน

และใครจะรู้คำชื่นชมเพียงเล็กน้อยอาจเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้...

..


..

ในช่วงปิดเทอมโรเจอร์ไปทำงานพิเศษที่โรงงานตัดไม้แห่งหนึ่งในไอดาโฮ มลรัฐหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้จัดการโรงงานของเขาลางานสองสามวัน เจ้านายจึงขอให้โรเจอร์รักษาการณ์แทนเขา 

"ถ้าหากคนงานไม่ฟังคำสั่งของผม ผมจะทำอย่างไร?” โรเจอร์ถามเจ้านายของเขา โรเจอร์นึกถึงโทนี่ คนงานต่างด้าวที่ขี้บ่น ใบหน้าบึ้งตึงทั้งวัน ซึ่งทำให้คนอื่นพลอยอึดอัดไปด้วย 

"คุณสามารถไล่คนงานออกได้" เจ้านายเขาตอบ 

และเหมือนจะอ่านใจโรเจอร์ออกเจ้านายของเขาพูดต่อว่า "คุณคงกำลังคิดว่าคุณจะไล่โทนี่ออกทันทีที่มีโอกาส ผมจะรู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้น ผมตัดไม้มากว่า 40 ปี โทนี่เป็นคนงานที่น่าไว้วางใจที่สุด เขาอาจบ่นและเข้ากับใครไม่ได้ แต่พอถึงเวลาทำงานโทนี่ทำงานหนักกว่าใคร เขามาก่อน กลับทีหลัง และไม่เคยมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานในแถบที่เขาทำอยู่"

โรเจอร์รักษาการณ์ในวันรุ่งขึ้น เขาเดินไปหาโทนี่และบอกเขาว่า "โทนี่คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ผมรักษาการณ์ดูแลโรงงานอยู่" โทนีเบ้ปากรับด้วยท่าทีที่กวนประสาทเป็นที่สุด 

"ผมพร้อมที่จะไล่คุณออกทันทีหากคุณสร้างปัญหาแม้เพียงน้อยนิดในช่วงสองสามวันนี้..แต่ผมอยากจะบอกคุณว่าผมจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะ....”

โรเจอร์เล่าถึงความประทับใจของผู้จัดการโรงงานที่มีในตัวโทนี่ ให้โทนี่ฟัง เมื่อโรเจอร์เล่าจบโทนี่มองลงพื้นพร้อมพูดว่า "ทำไมไม่มีใครบอกผมอย่างนี้ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา"

วันนั้นโทนี่ทำงานหนักกว่าเดิม เขายิ้ม...

วันหนึ่งหลังจากนั้นโทนี่บอกโรเจอร์ว่า "ผมบอกพระเจ้าว่าคุณเป็นหัวหน้าคนงานคนแรกที่พูดว่า "โทนี่ คุณทำงานได้ดีมาก" ผมขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีหัวหน้าคนงานแบบคุณอยู่"

โรเจอร์กลับไปเรียนตามปกติหลังช่วงปิดเทอมสิ้นสุดลง สิบสองปีหลังจากนั้น เขาพบโทนี่อีกครั้ง โทนี่กลายเป็นหัวหน้าคนงานบริษัทรับก่อสร้างทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย โรเจอร์ถามโทนี่ว่าอะไรทำให้เขาย้ายจากไอดาโฮมาถึงแคลิฟอร์เนียและประสบความสำเร็จได้ถึงเท่านี้ โทนี่ตอบว่า 

"ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่งนาทีที่คุณคุยกับผมในไอดาโฮ ผมอาจจะฆ่าใครสักคนไปแล้ว แต่หนึ่งนาทีที่คุณพูดกับผม เปลี่ยนชีวิตผมทั้งชีวิต"

.

.

ที่มาของเรื่อง One minute can change a life: http://www.sikhphilosophy.net/inspirational-stories/14340-one-minute-can-change-a-life.html 


ยิ้มสยาม แด่ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ :)

ขอบคุณค่ะ

.

.

First Love -  Utada Hikaru

http://www.youtube.com/watch?v=F4dHPPfOfpk


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากโรงงาน



ความเห็น (39)

ปิยะวาจา..พาใจสุขสันต์..ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง..Happy Ba ค่ะ..

 

 

เขียนเมื่อ 
  • คำพูดเป็นได้ทั้งฆ่าคนและสนับสนุนคนทำงาน
  • ที่ทำงานผม ฝรั่งพูดว่า cool ตลอด
  • ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆครับ

กำลังคิดจะเขียนบันทึกทำนองนี้อยู่เลยค่ะ

และเห็นด้วยที่สุดค่ะ ... คำพูดดีๆ/คำชื่นชม (ที่ไม่เกินจริงจนน่าเกลียด) ทำให้บรรยากาศดีขึ้นทันทีทันใด และ...คำพูดดีๆเปลี่ยนชีวิตคนมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว

ที่ทำงานจะมีน้องๆ ทั้งรุ่นเก่า-ใหม่ และมีพี่ๆ รุ่นใกล้เกษียณอายุราชการที่ต้องทำงานด้วย... เมื่อต้องตรวจ/เซ็นผ่านงานให้ ก็จะคิดหนักว่า (ในส่วนที่ต้องให้เขาแก้ไข)จะบอกเขาอย่างไร เพื่อให้งานสัมฤทธิ์ผลและเขาไม่เสียกำลังใจ ...

ยากนะคะ แต่ก็พยายามทำอยู่ค่ะ  

ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่ทำให้อมยิ้มและรู้สึกไม่โดดเดี่ยวค่่ะ

เขียนเมื่อ 

..สวัสดีเจ้าค่ะ..คุณปริม..."เมื่อได้อยู่กับฝรั่ง..นานๆเข้า...สิ่งที่เริ่มมีความเคยชินกับการใช้ถ้อยคำ...ขอโทษ..ขอบคุณ..สบายดีไหม..สวัสดี..และ..ต่อด้วย..ยิ้มสยาม..." ชีวิตจึง..พบแต่คำว่า..ชื่นชอบชื่นชมชื่นใจ...อ่อนหวานดี..นะเจ้าคะ...ยายธีค่ะ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่แบ่งปันให้ได้อ่าน ให้ได้คิดตาม

ชื่นชอบชื่นชมค่ะ (แอบลอกคำตอบของคุณยายธี มา อิอิ )

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านBlank ปริม ทัดบุปผา

ส่งดอกไม้มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

        การทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญ คือ การให้กำลังใจทั้งในทางตรงและทางอ้อม...

                ขอบคุณเรื่องเล่าเบา ๆ ที่หนักสาระมากครับ คุณปริม...

สวัสดีครับ คุณปริม

เรื่องเล่าจากโรงงาน

เหมือนเป็นโรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง

อ่านแล้ว เหมือนได้มาศึกษาดูงาน..เชียวล่ะ

ขอบคุณ นะครับ

เขียนเมื่อ 

เรื่องอื่นๆเขาก็ชมไปมากแล้ว.......:):) ส่วนผมกลับชอบเพลง....ที่ทำให้ต้องคิด....

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

ขอบพระคุณดอกไม้สวยๆ ค่ะ

Happy Ba คืนนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • เนื่องเพราะเขาเป็นเจ้าของภาษา คำศัพท์ที่ใช้จึงค่อนข้างจะแพรวพราว .. 
  • ถูกใจการยกประเด็นนี้มาถ่ายทอดคะ ยิ้มง่าย แต่ชมยาก ลักษณะของคนไทย ใช่เลย..เห็นด้วยคะ 
  • การใช้ศัพท์สวยงามก็เป็นสีสัน แต่การบอกคุณลักษณะเจาะจง (แบบฉันรู้จักคุณจริงๆ นะ) ก็มีผลคะ
    เช่น ชมว่า great, awesome คนก็ชอบคะ แต่น่าจะชอบมากขึ้น หากชม thoughtful, intuitive เป็นต้น
เขียนเมื่อ 

ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ

ต้องหัดทำให้เป็นประจำเสียแล้ว

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

เราๆลืมสิ่งเหล่านี้กัน.. ยิ่งกับคนใกล้ตัว ยิ่งไม่มีให้เห็น ควรเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กนะคะ..

ขณะนี้ที่สูงเนินเริ่มทำกันบ้างแล้ว.. กล่าวสวัสดีทักทายกันทุกเช้า - กล่าวขอบคุณทุกครั้งที่ได้รับการช่วยงานช่วยเหลือต่างๆ (ฮิฮิ เริ่มจะติดแล้วค่ะ เหลือแต่การชมกันนี่แหละค่ะ.. มันเขิลลลล)

 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ขจิต

ภาพบรรยากาศแถบที่ทำงานอาจารย์ดู cool จริงๆ นะคะ

สุขสันต์วันพักผ่อนค่ะท่านอาจารย์

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณหยั่งราก ฝากใบ

การชื่นชมคนนั้นจะว่าไปง่ายมากกว่าการติเตียนเพื่อให้เขาปรับปรุงอยู่มากมายค่ะ คนที่สามารถกล้าเอ่ยปากบอกให้คนอื่นปรับปรุงได้โดยไม่ทำให้คนอื่นเสียความรู้สึกมากมายนั้นต้องยกนิ้วให้จริงๆ ค่ะ จากประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่มีรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เริ่มมาจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับคนรอบข้างนะคะ คนที่สนิทด้วยเขายอมรับการบอกเล่าให้ปรับปรุงได้ง่ายขึ้นเราเองก็รู้สึกเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความจริงใจค่ะ

พยายามทำไปพร้อมๆกันนะคะ ปริมก็พยายามอยู่ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณยายธี

ชื่นชอบชื่นชมชื่นใจ เช่นกันค่ะคุณยาย

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณหนูรี

ขอบคุณสำหรับดอกกุหลาบงามๆ ที่นำมาฝากนะคะ

สุขสันต์วันเสาร์กับครอบครัวค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูทิพย์

ขอบคุณมากค่ะสำหรับดอกไม้ให้กำลังใจ ถือเป็นการชมที่ทำให้ผู้รับมีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

  • เรื่องของ "โทนี่" เป็นอุทาหรณ์อย่างดีเลยค่ะ สำหรับครูไทย
  • มีแนวคิดทางจิตวิทยาว่า นักเรียนที่มีพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เป็นนักเรียนที่ต้องการความรักและการยอมรับมาก ความรักและการยอมรับจากคนอื่นจะทำให้เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง และส่งผลให้เขาอยากทำดีเพื่อตนเองและคนอื่น เหมือนกรณีของโทนี่ จึงควรใช้หลักการยอมรับด้วยการมองหาและแสดงความชื่นชมในส่วนดีที่นักเรียนเกเรมี เพื่อให้เขามีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น
  • แต่ครูไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเช่นนั้น ยิ่งนักเรียนก่อกวนมากเท่ใด ก็ยิ่งจะถูกลงโทษมากเท่านั้น แต่การลงโทษไม่ได้ส่งผลให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นอย่างถาวร วิธีการลงโทษจึงไม่เป็นผลดีต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กเกเร
  • ขอบคุณกรณีตัวอย่างดีๆ นี้นะคะ  
เขียนเมื่อ 

^____^

ชอบจัง... "...ทำไมไม่มีใครบอกผม..." :)

ขอเล่าบรรยากาศรอบตัวนิดนะ ตะกี๊ แว้บแรกที่เด็กๆทยอยมาหา ประตูหัวใจเปิดไว้แค่ครึ่ง

เด็กๆสี่คนมายืนถามหน้าจอ ป้า...ทำอะไร ดูป้ามอบดอกไม้ให้น้องเพียงพอ

จะไปหาเพื่อนป้าหละ อยู่สิงคโปร์...ป้าปริม มีภาพนกสวยๆเยอะฯลฯ

หนูน้อยอยากดู "ข้าวเหนียวหมูปิ้ง" ประตูหัวใจเปิดกว้างงงเบาๆ :)

หันขวา...ไปสอนพี่ให้เปิดปิดเครื่อง หนูน้อยนั่งดูนอนดูหนังอย่างใจจดจ่อ

หัวใจ...สุขยิ้มมม อิ่มเอิบ ชื่นใจเป็นริ้ววๆข้างในนะ

ขอบคุณ บันทึกอนุทิน และบันทึก ชื่นชมแล้วชื่นใจในวันเสาร์นี้นะคะ

สาธุ... Happy Ba ค่ะ สุขสันต์ๆนะคะ :)

ภาพนี้ เด็กๆเป็นคนเลือกให้คุณปริมค่ะ :)))


 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จัตุเศรษฐธรรม,

ยิ่งทำงานนานเข้าจะยิ่งรู้สึกผูกพันกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น มองไปทางใดก็มีแต่คนคุ้นเคย เหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจย้ายที่ทำงานยากก็เพราะเพื่อนร่วมงานค่ะ การให้กำลังใจกันจึงกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพราะความสนิทสนมกันเป็นพื้นฐานค่ะ แต่ในที่สุดทุกอย่างมีเกิดขึ้นมีตั้งอยู่แล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในที่สุดนะคะ

สุขสันต์วันอาทิตย์กับครอบครัวค่ะท่านอาจารย์

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์

บอกเล่าแบ่งปันเท่าที่ทำได้่ะท่านอาจารย์

สุขสันต์วันหยุดกับครอบครัวนะคะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญชธรรม,

เพลง first love ชวนให้คิดถึงรักแรกหรือเปล่าคะท่านอาจารย์ เพลงนี้ฟังแล้วผ่อนคลายมากเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณหมอ ป.

การบอกคุณลักษณะเจาะจงเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ สร้างความประทับใจให้ผู้ฟังได้ไม่น้อยเลยจริงๆ แต่การจะใช้คำพูดเหล่านั้นเราต้องรู้จักคนคนนั้นในระดับหนึ่งนะคะ แต่จะพยายามค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดดีดี

สุขสันต์วันหยุดนะคะ

สวัสดีค่ะ ทพญ. ธิรัมภา

สิ่งเหล่านี้ทำแล้วรู้สึกดีค่ะ พอทำบ่อยๆ มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเราโดยอัตโนมัติ ต่อไปก็ไม่ต้องพยายามอีก

สุขสันต์วันหยุดนะคะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ kunrapee,

ขอบคุณค่ะ ความรู้สึกดีดีมอบให้กันมักจะได้ความรู้สึกดีดีกลับมาเช่นกัน วนเวียนแบบนี้ค่ะ

คำชมที่จริงใจใครใครก็ชอบค่ะ รวมทั้งตัวเราเองด้วย

เอาใจช่วยให้ก้าวข้ามความเขินไปได้ค่ะ ;)

สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,

โกทูโน สามารถเป็นห้องเรียนใหม่ให้น้องๆ ได้เลยนะคะเนี่ย

เด็ก ๆ จะได้อ่าน ได้รู้ ได้เห็นอะไรอีกมากมาย นอกเหนือไปจากการดูทีวีค่ะ

ความสุขหาได้รอบตัวนะคะที่บ้านคุณ Tawandin,

ขอบคุณดอกกุหลาบสวยๆ จากน้องๆ ค่ะ ขอบคุณหัวใจที่เปิดกว้างของคุณ Tawandin ด้วยค่ะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์แม่วิไล

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณามาฝากข้อคิดดีดีไว้กับบันทึกนี้ค่ะ

คำชม การยอมรับเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ชอบก็อยากได้รับ แม้แต่ตัวผู้ใหญ่เอง แต่การที่เราจะให้สิ่งเหล่านั้นเรากลับดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยากนะคะ

ยิ่งเด็กที่มีปัญหามากเท่าไหร่ หากเรารู้จิตวิทยาของเขา เราจะยิ่งให้ความเมตตากับเขามากขึ้นนะคะ หากทำได้เช่นนี้ หลายๆ ปัญหาในสังคมจะลดลงมากค่ะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะ

ขอขอบคุณคำชมและกำลังใจจากทุกท่านค่ะ ขอน้อมรับด้วยใจจริงค่ะ

สุขสันต์วันอาทิตย์นะคะ ;)

สวัสดีในบ่ายวันอาทิตย์ครับคุณปริม การชื่นชมคนอื่นเหมือนกับสิ่งดีๆ ของเขาเหล่านั้นเป็นสมบัติของเราด้วย ตรงนี้น่าสนใจมากๆ ครับ เหมือนเราจะเข้าใจนะ แนวปฏิบัตแบบนี้ แต่ก็คลาดกันไปมา มาชัดก็ตรงที่คุณปริมได้เล่าและลองนำไปปฏิบัติ และสัมผัสถึงผลลัพธ์อันอัศจรรย์แล้วนั่นเอง ส่วนตัวคิดว่าหลายคนคงเคยทำ เคยรู้สึก หากแต่ไม่ได้มั่นใจอย่างวันนี้เมื่ออ่านบันทึกของคุณปริม ต้องลองกลับไปทบทวนอีกสักครั้งนึงอ่ะครับ

ในส่วนของหนึ่งนาทีพลิกชีวิตคนนี่ ผมก็ประทับใจครับ การสร้างสิ่งใหญ่โตบางครั้งเราต้องมีตัวช่วยนะ หากวันนั้นไม่มีโรเจอร์ และเจ้านายที่อ่านใจคนได้ ประกอบกับความใจกว้างของโรเจอร์ที่ได้เล่าเรื่องสำคัญที่เฝ้ารอการบอกกล่าวมานาน

"คุณคงกำลังคิดว่าคุณจะไล่โทนี่ออกทันทีที่มีโอกาส ผมจะรู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้น ผมตัดไม้มากว่า 40 ปี โทนี่เป็นคนงานที่น่าไว้วางใจที่สุด เขาอาจบ่นและเข้ากับใครไม่ได้ แต่พอถึงเวลาทำงานโทนี่ทำงานหนักกว่าใคร เขามาก่อน กลับทีหลัง และไม่เคยมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานในแถบที่เขาทำอยู่" วันดีดีของโทนี่คงไม่มี ความเจริญของโลกเราคงไม่ล้ำหน้าจนถึงวันนี้ ขอบคุณบันทึกดีดีจากคุณปริมนะครับ

เขียนเมื่อ 

งามพร้อมครับ!..

ทั้งรูปสมบัติ นามสมบัติ และคุณสมบัติ

"ฉันเริ่มรู้สึกว่ายิ่งฉันชื่นชมงานและชื่นชมเพื่อนร่วมงานมากเท่าใด ฉันรู้สึกว่าฉันให้เกียรติและยอมรับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นี่คงเป็นสิ่งที่เจ้านายฉันสอนเอาไว้ว่าการชื่นชมคนอื่นทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ดีในตัวคนอื่นก็เป็นของเราด้วย"

ขอเป็นหนึ่งในกำลังใจ ให้รังสรรค์ผลงานที่งดงามต่อไปครับ

สวัสดีค่ะคุณเพชร

เรื่องราวดีดีที่อ่านแล้วประทับใจจึงควรแค่การแบ่งปันและส่งมอบต่อด้วยความนอบน้อมค่ะ

การชมคนอื่นยังไม่ใช่วัฒนธรรมที่แพร่หลายในแถบบ้านเราค่ะ เราต้องทำให้บ่อยขึ้นจากใจจริงจนเป็นนิสัยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูอนันต์

ขอบคุณค่ะสำหรับแรงบันดาลใจค่ะ ขอคุณครูช่วยแนะนำติติงต่อไปด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

การชื่นชมผู้อื่นยังเป็นการสร้างกุศลจิตให้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายงาม

ทุกบันทึกของคุณปริมอ่านแล้วสบายใจ ได้ข้อคิด มีประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ

 

คำพูดของคนเราสามารถทั้งสร้างสรรค์และฆ่าคนทั้งเป็นได้นะคะ  คนสมัยนี้ไม่ได้ถูกฝึกในเรื่องการพัฒนาจากภายในทำให้จิตใจแข็งกระด้าง คำพูดก็แข็งกระด้าง นอกจากไม่ค่อยรู้จักชื่นชมกัน การติก็ยังเป็นการใช้โทสะมากกว่าเมตตา

สวัสดีค่ะพี่นุช

ยิ่งนานวันเข้าปริมก็ยิ่งมองเห็นว่าชีวิตเรา หากเพียงปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ น้อมนำรับเอาคำสอนมาฝึกปฏิบัติ มาพัฒนาตน เราจะเป็นเราที่ต่างไปจากที่เป็นมากมายนะคะ

ความจริงปริมเองก็น่าจะรู้และทำตามมานานแล้วแต่ก็นั่นแหละค่ะ เวลาที่พอเหมาะพอดียังมาไม่ถึง แต่ก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้รู้แต่วันนี้และก็เริ่มเรียนเริ่มดูเริ่มปฏิบัติค่ะ หนทางยังอีกไกล แต่ก็ดีใจที่ได้เริ่มก้าวเท้าขึ้นบนทางเดินนั้นค่ะ หากทำได้ปริมคงรักตัวเองมากขึ้นน่าดู

ขอบคุณค่ะพี่นุช ;)

brilliant, excellent, marvelous, great, awesome, lovely, fantastic, wonderful, amazing, beautiful, splendid, extremely good คำเหล่านี้ทั้งหมดพระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นปิยวาจา คือพูดออกไปแล้ว คนพูดจะเป็นที่รักของคนฟัง คนฟังเองก็จะรักตัวเองยิ่งขึ้น เพราะเริ่มมองเห็นคุณค่าแห่งชีวิตของตัวเอง

 

อ่านเรื่องนี้แล้วอยากบอกต่อ เพราะความสามัคคีในองค์กรจะทำให้องค์กรก้าวหน้า คน ๆ หนึ่งก็เป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งของระบบ เราไม่ควรเสียใครไปเลยแม้แต่คนเดียว

หมายเหตุ: อยากให้ ดร.ปริม ดูคำว่า รักษาการณ์ หรือ รักษาการ อย่างไหนถูกต้อง เราก็ไม่แน่ใจ

เขียนเมื่อ 

  • ขอยืมภาพงาม ๆ ของท่านอาจารย์ขจิตมาไว้ตรงนี้แหละจ้ะ
  • ชอบ ๆๆๆๆๆ เดินทางผ่านเห็นบริเวณนี้บ่อย ๆ จ้ะ

กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระมหาอัมพร

กราบขอบพระคุณค่ะ จะตรวจทานภาษาอีกครั้งนะคะ

เรื่องการให้กำลังใจคนในองค์กรเป็นสิ่งที่ควรทำกันในทุกระดับค่ะ 360 องศาเลย และแต่ละบุคคลก็ควรให้กำลังใจชื่นชมเห็นคุณค่าของตัวเองและงานที่ตนทำด้วยค่ะ จึงจะเป็นองค์กรที่น่าทำงานเพราะบางคนใช้เวลาอยู่ที่ทำงานบางทีมากกว่าที่บ้านอีก หากไม่มีกำลังใจจะทำให้เครียดกันเปล่า

กราบนมัสการค่ะ

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ

ภาพนี้ให้ความรู้สึกเย็น ชุ่มชื่นหัวใจมากเลยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ ;)