โปรแกรม HomeC-IPD

อาทิตย์นี้เจอเรื่องที่ซวยมากจริงๆ นั่นคือ 

เครื่องคอมที่ทำงานเสียแล้วครับ ตั้งแต่วันอังคาร ทำให้ไม่สามารถเข้าเน็ตได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะซ่อมได้ไหม หรือจะเสร็จเมื่อไหร่

(โชคดีที่เป็นที่จอเท่านั้นครับ ข้อมูลเลยยังอยู่ครบถ้วน เฮ้อ)

จริงๆ มีเรื่องอยากจะเขียนเอยะเลยครับเพราะอาทิตย์นี้เจออะไร/ได้คิดอะไรมาพอควรแต่เดี๋ยวจะล้นทะลักเกินบันทึกไป เอาเป็นเรื่องความก้าวหน้าใหม่ที่กำลังจะเกิด (หรือเปล่า) นี่ก่อนละกันครับ ว่าแล้วก็เข้าเรื่อง


เรื่องปัญหาเก่ามาเล่าใหม่อีกรอบครับ ปัญหาโปรแกรม HomeC-IPD ที่ยังไม่ลงตัวดี คราวนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่พอควรเลยครับ ขอเอา 1 ปัญหาก่อนครับ มากว่านี้จะรู้สึกซีเรียสเกิน

ปัญหาแรก การส่งใบคำสั่งแพทย์ ( Doctor’s order sheet) มาห้องยาครับ

ต้นเหตุ มาจากบริษัทออกแบบมาว่า เภสัชต้องอยู่ประจำตึก หรือไม่ก็แพทย์เป็นคนคีย์ยาเอง ดังนั้นปัญหานี้บริษัทเลยไม่หาทางไว้ให้ พวกเราต้องมาหาทางกันเอาเองครับ

วิธีการแก้ไข

1.    ใช้ FAX ส่งคำสั่งแพทย์จากตึกมาที่ห้องยา
อุปกรณ์  เครื่อง FAX ประจำทุกตึก+ห้องยาสองห้อง 17 เครื่องเป็นอย่างน้อย , เบอร์โทรประจำตึก+ห้องยาทั้งสองห้องสำหรับส่ง FAX ,  อุปกรณ์อื่นๆ การต่อสายโทรศัพท์
อุปกรณ์สิ้นเปลือง กระดาษ+หมึก FAX, ค่าโทร (ไม่ทราบว่าโทรภายในจะคิดราคายังไง)

2.    ใช้เครื่อง Scanner ส่งข้อมูลมายังห้องยา
อุปกรณ์  เครื่อง
Scanner สำหรับตึก+ห้องยา ,เครื่องพิมพ์เลเซอร์สำหรับห้องยานอก 1 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทุกตึก+สาย Lan เชื่อมต่อ  (คาดว่ามีครบทุกตึกแล้ว), โปรแกรมที่ใช้ส่งเอกสารที่ scan
อุปกรณ์สิ้นเปลือง กระดาษ A4+หมึกพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์  

ดูคร่าวๆ แล้วพบว่าวิธีแรกคุ้มทุนกว่ากันเยอะเลยใช่ไหมครับ แต่ถ้าตัดค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ออกแล้วพบว่าสูสีกันครับ อาจจะแพงกว่าด้วยในระยะยาวเพราะ ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลือง FAX จะสูงกว่าทั้งกระดาษ A4 และหมึกพิมพ์ รวมทั้งค่าโทรในการส่งแต่ละครั้ง

แต่ทั้งนี้การส่ง Scan ยังต้องพึ่งพาโปรแกรมในการส่ง ซึ่งทางตึกอาจประหลาดใจเพราะการส่งข้อมูลคราวก่อนใช้การส่งผ่านระบบ Lan โดยตรง ให้พิมพ์ที่เครื่องพิมพ์ห้องยาเลยใช่ไหมครับ ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรให้ยุ่งยาก กล่าวคือ การพิมพ์แบบ share เครื่องพิมพ์นั่นเอง
แต่การส่งครั้งนั้นมีเงื่อนไขที่ทำให้ประสพความสำเร็จครับ คือ

  • ทำเพียงตึกเดียวและ
  • ค่อยๆ ส่งมาอย่างมีระเบียบ  

ซึ่งค่อนข้างต่างกับความเป็นจริงการทำงานของสถาบันเราครับ สภาพความจริงที่โหดร้าย นั่นคือ

  • ตึกแต่ละตึกจะรวมส่งมาทีละปึกในกรณีไม่เร่งด่วน,
  • ส่วนกรณีที่ญาติรอ/ขอด่วน นั้นจะทยอยมาเป็นระลอก ไม่มีเวลาชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ปริมาณใบยาผู้ป่วยใน ที่มาห้องยาในเฉลี่ยแต่ละวัน ประจำเดือน สค.49 คือ 156 ใบ ครับ ซึ่งมากที่สุดในรอบปีงบประมาณ 49 (น้อยที่สุด เดือน เมย.49 คือ 120 ใบ คาดว่าเพราะไปสงกรานต์กัน)

ช่วงเวลาเร่งด่วนสำหรับใบยาผู้ป่วยใน คือ 10.00-13.00 น.เลื่อนลงมาจากเดิม 9.00-12.00 น.เพราะแพทย์เลื่อนเวลาขึ้นตึก

ตึกที่เคยส่งใบยามากที่สุด คือ ตึก 5/3 สถิติ 27 ใบ, รองมา คือ 3/4 สถิติ 24 ใบ

ความจริงอันนี้ละครับที่กลายเป็นปัญหาให้กับทั้ง 2 วิธีแก้ไขดังกล่าวว่า

  1.    รองรับกับปริมาณงานในช่วงเร่งด่วนได้หรือไม่
  2. หากส่งใบมาพร้อมกันหลายตึก เครื่อง FAX/ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ จะทำงานอย่างไร สามารถแยกแยะได้หรือไม่ว่างานใดก่อนหลัง
  3. รวมทั้งหากมีใบที่ส่งมาขณะเครื่องเสีย ทางตึกที่ส่งจะสามารถรับรู้และแก้ไขได้ไหม  

มาดูทีละระบบ ทีละข้อนะครับ

วิธี FAX นั้น เท่าที่ทราบจากน้องเอ้ (คลังยา) คือ

  • ถ้าส่งมาชนกันเครื่องจะบอกว่าสายไม่ว่างครับ เหมือนกับโทรศัพท์เวลาสายไม่ว่าง (ใครมีประสบการณ์ช่วยหน่อยก็ดีครับ เพราะผมไม่เคยส่ง FAX เลย)
  • ทางตึกจะรู้ว่าสายไม่ว่าง ก็ส่งไม่ได้ต้องรอจนกว่าสายจะว่าง....
  • ต้องถามตึกครับว่ายอมรับได้ไหม สมมตินะครับตึกเด็กจองเวลายาว 27 ใบ ตึกอื่นก็ไม่ต้องส่งจนกว่าจะเสร็จ
  • แล้วมีกรณีใบยาเร่งด่วนจะทำอย่างไร อันนี้ผมเนื่องจากอ่อนประสบการณ์ไม่สามารถตอบได้ครับ
  • สาเหตุหลักมาจากช่องทางส่งที่คับแคบที่คาดว่าห้องยาคงได้ 1 เบอร์ / 1 ห้องยา

วิธี Scanner นั้น

  • วิธีแรกสุดที่ทดลอง คือ การ share เครื่องพิมพ์ส่งมาพิมพ์ห้องยานั้นทำไม่ได้แน่นอนครับ
  • เพราะจะตันเช่นเดียวกับการส่ง FAX ถ้าหลายท่านเคยพิมพ์งานคงทราบว่า การส่งไปพิมพ์ถ้าเครื่องพิมพ์ไม่พร้อมเครื่องจะเตือนว่าส่งไม่ได้...ก็ต้องรอส่งใหม่ หรือคือต่างฝ่ายต่างส่งถ้าเครื่องพิมพ์มีปัญหาติดค้างก็จบครับ
  • นอกจากนี้ทางตึกคิดว่าคงไม่รู้ด้วยว่างานพิมพ์ที่ส่งมาข้างล่างมีปัญหา
  • แต่ทั้งนี้ขึ้นกับโปรแกรมที่กำลังหาอยู่ด้วยนะครับ เพราะปัญหาที่ว่ามานั้นเกิดจากการที่ส่งงานโดยไม่มีการควบคุมที่ดี ไม่สามารถแยกแยะงานด่วน/ธรรมดาได้
  • แต่มีข้อดี คือ ระบบ Lan สามารถรองรับงานที่ส่งมาได้ทุกตึก กล่าวคือ สามารถส่งพร้อมกันได้ครับ แต่ปลายทางนั้นต้องอาศัยโปรแกรมมาจัดการที่ต้นสาย/ปลายสาย เพื่อแยกแยะงานและจัดลำดับงานให้เรียบร้อย  ซึ่งกำลังรออยู่ครับ คำว่ารอนี่คือรอจริงๆ ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ เอิ้กๆ
  • โปรแกรมต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ ผมเองก็ลองหาโปรแกรมฟรีเช่นกันแต่พบว่า จะจำกัดจวนครั้งที่ใช้บ้าง หรือ จำกัดจำนวนเครื่องบ้าง ซึ่งไม่เหมาะสมกับการทำงานเลย
  • ส่วนอีกทางคือ รอจากบริษัทที่ทำ HomeC นี่ละครับรู้สึกว่าทางบริษัทจะเคยทำตัวนี้มาก่อนแต่ต้องไปคุ้ยดูว่าเข้ากับโปรแกรมเราหรือไม่ มีปัญหาอะไรไหมและราคาน่าสนไหม  

ทางออกอีกทางที่ผมเสนอไป คือ

การส่งข้อมูลผ่าน Intranet ด้วยโปรแกรม Outlook Express ที่มีอยู่แล้วครับ

โดยส่งไฟล์ภาพแนบมากับจดหมาย แยกจดหมายฉบับหนึ่งอาจส่งมาหลาย (ภาพ) ใบได้ครับ

  • ผมได้ทดลองยกเครื่อง scanner ส่วนตัว รุ่น Genius Vivid 1200X มาทดลองส่งดูความเร็วในการส่งครับว่านานแค่ไหนได้ผลดังนี้ครับ
  • การทดลองทำจดหมายส่งใบคำขอแพทย์ 5 ครั้ง / 1 ความละเอียด
  • ใช้เวลาวอร์มเครื่องนานเฉลี่ยราว 35 วินาที (ในแต่ละครั้งที่ไม่ต่อเนื่องกันต้องทำการวอร์มเครื่องทุกครั้งครับ )  
  • Scan ใบคำขอแต่ละความละเอียดพบว่าได้ผลดังนี้ครับ

ความละเอียดภาพ เวลาแสกนเฉลี่ย ความจุที่ใช้/ A4 ความคมชัดภาพ
100 dpi 20 วินาที/ใบ 150 kb ภาพเลือน
150 dpi 22 วินาที/ใบ 175 kb ดีขึ้นแต่ยังมีการเบลอบางส่วน
200 dpi 25 วินาที /ใบ 230 kb ชัดเจน
250 dpi 30 วินาที/ใบ 275 kb ชัดเจนมาก

  หมายเหตุ ภาพแต่ละใบขนาดจะต่างกันขึ้นกับรายละเอียดใบคำขอ กล่าวคือ ยิ่งมีการเขียนมากขนาดภาพยิ่งใหญ่
ดังนั้นค่าเฉลี่ยที่ได้นี้ผมใช้ภาพเดียวกันหมดแต่ในการทำงานจริงอาจต่างจากนี้ได้ ทั้งนี้ต่อจากใบแรก (ที่ต้องวอร์มเครื่อง 30 วินาทีก่อน)
ใบต่อๆ ไป ก็ใช้เวลาพอๆ กันครับแล้วแต่ความละเอียดของภาพที่ต้องการ

การใช้งานเครื่องก็ง่ายมากเลยครับ เพราะว่าผมตั้งให้มันง่าย ไม่งงนะครับ คือ กดปุ่มที่เครื่อง scan ครับเลือกปุ่ม E-mail มันก็เปิดโปรแกรม scan มาถามยืนยันว่าเราจะ scan ที่ความละเอียดนี้ใช่ไหม ถ้าใช่ก็ใส่ใบที่ต้องการ scan แล้วตอบ yes ตกลงไป พอ scan ภาพแรกเสร็จมันจะถามว่าเรามีใบอื่นอีกไหม ถ้ามีก็ใส่แผ่นคำขอใหม่พร้อมกด Yes ตกลงไปและจะถามไปเรื่อยๆ ครับจนกว่าจะกระทั่งเราทำครบงาน ก็กด NO จบไป จากนั้นจะเปิดเข้าโปรแกรม Outlook express ให้ สร้างจดหมายใหม่ให้เอง พร้อมแนบไฟล์ภาพมาให้เสร็จขั้นนี้เราอาจกำหนดต่อให้เสร็จได้ครับว่าส่งมาที่ห้องยาเลย ไม่ต้องจ่าที่อยู่เอง

หมายเหตุ ถ้านอกเวลาต้องจ่าที่อยู่ใหม่เป็นห้องยานอกนะครับ เขียนหัวข้อว่าเป็นจดหมายเรื่องใด ด่วนหรือไม่ (ตรงนี้ผมยังหาไม่เจอแต่คาดว่าน่าจะมี)

เนื้อหาว่าต้องการตรงไหนพิเศษยังไงสั่งมาเลยครับ จะส่งมาคิดเงินก็ว่าไป เสร็จแล้วก็กดปุ่มส่ง (Send) ปิ๊ง

เครื่องก็ทำการส่งผ่านระบบ Lan ซึ่งก็ต้องใช้เวลาหน่อยถ้าจดหมายขนาดใหญ่

ข้อดีของวิธีนี้ครับ

  1. โปรแกรมฟรีครับ รวมทั้งไม่ต้องลงเดินสายอะไรเพิ่ม
  2. ทุกคนพอคุ้นเคยกันบ้างอยู่แล้ว เพราะมีการใช้งานประจำกันอยู่
  3. กรณีที่ตึกส่งมาสามารถรองรับได้ทั้งหมดทุกตึก
  4. จัดอันดับด่วน/ไม่ด่วนได้
  5. สามารถ save เก็บใบคำขอที่เป็นภาพเป็นหลักฐานการส่งได้เลยครับกรณีต้องการย้อนกลับมาดูภายหลัง
    แทนที่จะเก็บแผ่นก็อบปี้คำสั่งที่ไม่ชัดเจน แต่ยอมรับว่าการค้นคงลำบากไม่น้อยเพราะชื่อไฟล์ไม่สอดคล้องกับชื่อผู้ป่วยเลย
     

ข้อเสีย/ปัญหาจุกจิกครับ

  1. คนใช้งานจริงๆ ไม่สอดคล้องกับคนทำงานครับ คือ ต้องมาฝึกกันใหม่นะละครับแต่ยังดีที่มีคนเป็นบางส่วน รวมทั้งต้องซ้อมให้เข้าใจว่าส่งมาที่ห้องยานอก/ใน ให้ถูกเวลาด้วยครับ
  2. ขนาดไฟล์ที่แนบจดหมายส่งผ่านระบบ Lan นั้นถ้านับทุกตึกแล้วจะกินทรัพยากรระบบมากพอสมควร รวมทั้งพื้นที่เก็บจดหมายที่ให้เพียง 1 MB ทำให้รับจดหมายอาจได้เพียงไม่กี่ฉบับ ต้องขอพื้นที่เพิ่มเยอะเลยครับ อย่างน้อยก็ 30 MB ครับแล้วขยันลบจดหมายเอา รับทีก็ลบทันที และต้องลบแบบถาวรด้วยครับไม่งั้นจะไปอยู่ถังขยะ
  3. ผลกระทบตามจากข้อข้างบนครับ ทำให้ระบบรวมของสถาบันอืด(ช้า)ลง ไม่ต้องที่อื่นครับห้องยานี่ก็รับไม่ได้แล้ว แต่ก็ต้องฝากหน่วยไอทีครับว่าจะคุมได้ระดับไหน เหมือนช่องทางจราจรมันมี 5 เลนขอผมสัก 1-2 เลนจะได้ไหม โดยที่ไม่ทำให้การจราจรติดขัดนะ

     ส่วนวิธี FAX นั้นข้อดีเด่นๆ เลยครับ

  1. ระบบของสถาบันไม่อืดลง เพราะเป็นช่องทางใหม่
  2. ใช้งานง่าย ไม่ต้องสอนมาก

 ข้อเสียครับ

  1. สิ้นเปลืองครับ อย่างที่กล่าวข้างต้นแล้วในระยะยาวค่าวัสดุสิ้นเปลืองกินขาดครับ
  2. ใช้งานจริงลำบากในช่วงเร่งด่วนที่มีคนส่งหลายเจ้าๆ ละหลายๆ ใบคำขอ
  3. ใบคำขอเร่งด่วน ตรงนี้ผมปิ๊งได้ว่าอาจขอเบอร์มาอีกเบอร์สำหรับเบอร์ด่วนฉุกเฉิน แต่ก็เปลืองเครื่อง/เบอร์/พื้นที่อีกละครับ

ก็อย่างที่ผมพยายามหาข้อดีข้อเสีย มาแล้วครับ บอกตามตรงว่า ผมเอียงๆ ไปด้านใช้ระบบ Lan ในการส่งข้อมูลมากกว่า เพราะข้อมูลถูกแปลงเป็นดิจิตอลเสร็จ การต้มยำทำแกง เอ้ย เก็บรวบรวมข้อมูลทำได้ง่าย สะดวกกว่า แต่ผมไม่ได้แอนตี้ระบบ FAX นะครับ ถ้าใครมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ FAX ก็เสนอได้ครับ

บันทึกนี้ยาวนานที่สุดที่เคยทำ คือ พิมพ์ค้างตั้งแต่เมื่อวานยันวันนี้รวม 4 ชั่วโมงครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ห้องผู้ป่วยในกับวันอันแสนหวาน

คำสำคัญ (Tags)#ปัญหา#โปรแกรมห้องยาใน#homec#ความคิดต่อยอด

หมายเลขบันทึก: 50102, เขียน: 14 Sep 2006 @ 18:23 (), แก้ไข: 19 Jun 2012 @ 10:47 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 17, อ่าน: คลิก


ความเห็น (17)

ความจริงอันน่าขำแต่ผมขำไม่ออก

มีคนเสนอให้นำใบคำขอมาซีร็อกไปเลย...

คือ ให้เจ้าหน้าที่รวมใบคำสั่งแพทย์ไปนั่งต่อคิวซีร็อก จากนั้นก็เอาใบซีร็อกมาห้องยาในแล้วนำตัวจริงกลับขึ้นตึก.....

วิธีนี้ผมพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยครับ

 

อ่านบันทึกนายแล้ว....

เป็นคนคุณภาพจริงๆ...ผมว่าข้อมูล และการเรียนรู้เหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมาก

ถึงผมไม่มีความรู้เรื่องโปรแกรมอะไรที่ว่านี้ แต่วิธีการเปรียบเทียบ และการวิเคราะห์อย่างรอบด้านแบบที่จันทร์เมามายทำ  ทำให้ได้เรียนรู้และเป็นแบบอย่างกับผมครับ

ขอบคุณคนคุณภาพของบำราศฯ

จอมยุทธ์แห่งห้องยา 

 

Ping
เขียนเมื่อ 

มาศึกษาวิทยายุทธ เพื่อไปต่อยอดค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

อัจฉรา
IP: xxx.121.107.5
เขียนเมื่อ 
มาให้กำลังใจค่ะ
P..OOM
IP: xxx.157.42.84
เขียนเมื่อ 

คิดว่าน่าจะใช้ส่งทาง Intranet  จะสะดวกที่สุด  แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง  ต้องคอยตรวจเช็ค เพราะ ถ้า Intranet เต็มจะส่งข้อมูลไม่ได้เลย

สำรอง อีกวิธี คือการส่ง Fax  น่าจะช่วยให้เร็วขึ้น ต้องวางระบบดีๆๆ

สุนันทา
IP: xxx.157.42.223
เขียนเมื่อ 
ได้อ่านข้อเสนอของคุณ จันทร์เมามายแล้ว  เห็นด้วยกับการส่งทาง Intranet ค่ะ  นำเข้าที่ประชุมยาวันที่  18 ก.ย.49 นี้นะคะ  พี่ดีใจจัง  เรื่องนี้มีทางออกเสียทีหลังจากที่ ตันมานาน  ไม่รู้จะออกทางไหน ขอบคุณในข้อเนอแนะดีๆ นี้ค่ะ  ขอบคุณ.ๆ.ๆ.ๆ..

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ข้าน้อยก็ชื่นชมผลงานสหายเช่นกันความขยัน การหมั่นออกเดินทางและอารมณ์ดีของท่านทำให้ข้าน้อยได้เรียนรู้ แต่ทำม่ายด้าย...

ปล. อย่ายอมากเน้อ(เดี๋ยวเหลิง) สหายเพียงมองตาก็รู้ใจจริงไหม

 

P..OOM

เรื่องการใช้งานสำรองนี่ โดนใจผมจริงๆ ครับ เพราะมองเผื่อ...(ไม่ได้แช่งนะครับ) ว่า ระบบ Intranet ล่มแล้วเรามีช่องทางอื่นนอกจากการส่งก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ หรือใช้แยกใบคำขอยาด่วนออกมาก็ได้ครับ

วันนี้ผมได้ลองส่งจดหมายด่วนแล้วก็ไม่รู้ถึงความแตกต่างครับในด้านความเร็วเพราะส่งถึงตัวเอง ทั้งด่วนและไม่ด่วนพบว่าใช้เวลาพอกัน 1 วินาที ส่งปุ๊บถึงปั๊บ

แต่จดหมายฉบับด่วนจะมีเครื่องหมายตกกะใจ (!) แสดงต่อหลังจดหมายครับ

คุณพัชรา

ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมครับ
ขอให้คุณพัชราเก่งวิทยายุทธเร็วๆ นะครับ

คุณอัจฉรา

ขอบคุณท่านผอ. ที่มาให้กำลังใจครับ

คุณสุนันทา

พี่นันมีประชุมเรื่องนี้ด้วยหรือครับ ได้ยินจากพี่หญิงเหมือนกัน ว่าพยาบาลมีคุยกันเรื่องคอม แต่ไม่ได้เอะใจอะไร

คือ วันนั้นผมกับพี่หญิงจะไปคุยกับห้องคลอดและหลังคลอดเรื่องขยายตึกที่จะใช้โปรแกรมใหม่นี้พอดีครับ

แทนคำขอบคุณ ขอให้พี่นันช่วยดันเรื่องนี้ให้สำเร็จด้วยครับ ห้องยาจะได้รับอานิสงค์ไปด้วย

ทน.พญ.
IP: xxx.120.78.134
เขียนเมื่อ 
1.ถ้าใช้ FAX ด้วยเบอร์ 4 ตัว สายภายใน ไม่เสียค่าโทรศัพท์ 2.แทนที่จะมี เครื่องทุก ward อาจ จะมองว่าตั้ง FAx center โดยดูจากปริมาณการใช้งาน ที่ใดมากใช้บ่อย ตั้งเลย ที่ใดมีน้อย ก็เดินในตึกเดียวกัน ขึ้นลงไม่เกิน 1 ชั้น
ขอบคุณในความพยายามพัฒนาคุณภาพงานค่ะ สุดยอดจริงๆ ในส่วนตัวคิดว่าน่าจะต้องมีระบบสำรองไว้ด้วยค่ะ เพราะจากประสบการณ์ที่ลงไปช่วยกันพัฒนางานห้องบัตร เวลาเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมและระบบไฟฟ้า ปัญหาตามมามากมาย น่ากลัวจริงๆ

คุณทน.พญ.ครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ถ้า fax ไม่เสียค่าโทรจริงจะประหยัดได้เยอะครับ

fax center ก็เป็นไอเดียที่น่าสนจริงๆ ครับ ถ้ามีการรวมกันระหว่างตึกใกล้ๆ กัน ที่น่าเป็นไปได้ก็จะมีตึก 5 ชั้น 2 ครับห้องหลังคลอดกับ NICU ที่อยู่ในชั้นเดียวกัน

ส่วน 5/3 ตึกเด็กจะคนไข้เยอะไม่ควรรวมกัน เช่นเดียวกับ 5/4 และ 5/5 ที่น่าจะแยกกัน

และน่าคิดเพิ่มเติมครับว่า center ควรจะมีกี่เครื่องถ้าเสียหมายความว่า center นั้นใช้งานไม่ได้ ต้องไปขอใช้ตึกที่งานเยอะใช่ไหม....เป็นปัญหาที่น่าคิดต่อครับ

คุณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพ Anonymous

เห็นด้วยครับที่ต้องมีระบบสำรองไว้ใช้
ยิ่งเราเน้นใช้ระบบไปทีมากเท่าไหร่ยิ่งต้องหาทางเผื่อไอทีล่มมากขึ้นครับ ที่ห้องยาทำได้ตอนนี้ คือ ระบบเขียนมือครับ

  • เขียนบันทึกใส่ใบไว้ที่ห้องยาแล้ว 
  • จ่ายยาส่งตึกไปก่อน
  • พอเครื่องปกติดีค่อยมาคีย์ให้ทีหลัง
  • กรณีที่เสียไม่นาน ไม่เกิน 1 วันนะครับ

ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ

  • กรณีที่คนไข้กลับบ้านต้องจ่ายตังนี่ก็ต้องคิดมือไปเลยครับ นั่งเปิดสมุดราคายา/เวชภัณฑ์กัน+เขียนสติกเกอร์ให้คนไข้
  • แล้วให้การเงินคิดมือเช่นกัน ค่อยจ่ายยา

แต่ก็กำลังคิดหาวิธีอื่นอยู่เหมือนกันครับ

  • ขอบคุณในความพยายามพัฒนาคุณภาพงานนะคะ
  • รู้ว่าเหนื่อยทั้งการแก้ปัญหา และหาโอกาสพัฒนางาน
  • ถ้าไม่มีคนอย่างท่าน ก็คงมีแต่คนบ่นๆๆๆ และไม่มีการแก้ไข
  • เป็นกำลังใจเสมอนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

 ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากเลยครับ

การแก้ปัญหาทุกวันนี้มันเหนื่อยตรงที่ว่าแก้เป็นเฉพาะรายไปครับ ซึ่งแต่ละรายรายละเอียดต่างกันก็อาจต้องแก้ต่างกัน

สาเหตุมาจากเราใช้เชิงรับครับ โดนตีหัวค่อยมารับทั้งเจ็บทั้งเหนื่อย ต้องตื่นตัวตลอดไม่รู้ว่าจะโดนจู่โจมเมื่อไหร่

ผมเลยพยายามหาทางเชิงรุกไม่ให้คุณปัญหามารุกถึงห้องยาเราได้ โดยการสร้างปราการออกแบบ ให้มันแน่นหนา จะได้ไม่ต้องตื่นตัวตลอดแถมก็ยังเจ็บตัวอยู่ดีแต่เจ็บมากหรือน้อยเท่านั้น