เที่ยงคืนที่ผ่านมานี้...ผมเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ...

เดินทางเที่ยงคืนเมื่อวาน...

แล้วก็นำเสนอผลงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัย….

 

 

อาจารย์หลายๆ ท่าน...มีข้อเสนอให้ปรับงานในหลาย ๆ ประเด็น

แตกต่างกันไป....จนจำ...และฟังไม่ทัน...(หูอื้อ...ตาลาย...เพราะอัตตาขึ้นสูง)

พอจบการประชุม....มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า...

ที่พูดมาทั้งหมด...วันนี้คงต้องกลับไป...เลียบาดแผล...อย่าท้อ...เสียกำลังใจ...ต้องไปทำต่อ...

 

 

ผมไหว้และกราบขอบคุณ...ลา...อาจารย์ทุกท่าน...

เดินลงบันไดจากชั้น 3 มองเห็นฝนกำลังตก...

ผมเดินผ่านฝ่าเม็ดฝน...ผ่านสามสี่ตึกของกระทรวง..

มารอรถแท็กซี่ที่เสาธงที่ใหญ่มหึมา...

ฝนโปรยปราย...แต่ผมไม่รู้สมรู้สา...

 

 

ตอนแรกๆ ผมเริ่มท้อ...และห่อเหี่ยว..

เหมือนลูกโป่งสวรรค์ที่เติมลมเต็มที่...แล้วถูกปล่อยลม...กระเจิดกระเจิงหายไปบนฟ้า

และตอนนั่งรถทัวร์กลับมาบ้าน...

ผมอยากโปรยบันทึกภาคสนามของผมทิ้งจากประตูรถทัวร์

ไม่อยากทำมันต่อไปแล้ว...

 

 

แต่เมื่อรู้สึกตัวว่า....เราทำอะไรอยู่...เราทำเพื่อใครเหรอ?

ถ้าผมตอบคำถามในใจตนเองว่า...

ทำเพื่อตนเอง...ผมก็จะทุกข์ท้อมาก

แต่เมื่อนึกถึงว่า...เราทำเพื่อคนอื่น

ผมกลับมาความรู้สึกชื่นในใจ...และมีความสุข...

 

 

หวนคิดในการออกภาคสนาม...เก็บข้อมูลทุกครั้ง

เห็นรูปเหล่าเด็ก ๆ...ในหมู่บ้านที่ผมไป...นำทางผม....พาผมไปหาบุคคลเป้าหมาย

ด้วยรอยยิ้ม...เสียงหัวเราะ...ดวงตาที่สดใส....เหมือนตะวัน...

ผมต้องสู้มันอีกครั้ง...

ผมจะไม่ท้อ....และยอมแพ้...แค่เรื่องขี้ประติ๋ว...อยู่แล้ว...

ผมต้องกลับมาเรียนรู้การเดินใหม่...เตาะแตะ...และก้าวเดินไปอีกครั้ง... 

 

 

“...แค่อยากมีเธอมาเดินด้วยกัน

อยากมีคนกอดฉันเวลาหวั่นไหว

อยากให้เขามาคอยปลอบใจเมื่อยามเราเหงา

อยากมีเธอนั้นคอยเคียงข้างกัน

แบ่งปันความฝันที่มีของเรา

และความทุกข์ก็คงแบ่งเบาแค่เราเดินด้วยกัน

และเธอนั้นจะรังเกียจไหมถ้าเราเดินด้วยกัน....”