วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555
กราบสวัสดีค่ะครู
ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังตะกายขึ้นมาวิ่ง แต่ภายในใจก็ยังเหี่ยว ตอนนั้นไม่รู้สึกว่าตนเอง ไปยึดที่ตัวของครู ไม่ใช่ธรรมที่ครูสั่งสอน พอถูกทุบ ก็เลยมีอาการน้อยใจ นึกถึงคำหลวงปู่ที่ท่านเมตตาบอกว่า
“ติ๋ว นามสกุลใจน้อย แท้จริงแล้วใจมันไม่มีขนาด”
กว่าจะทำวัตรเช้าก็มาที่ทำงานเจ้าค่ะ ภารกิจที่ต้องทำของวันคือ การทำ PT เร่งทำกำหนดการ และการดำเนินสิ่งต่าง ๆ ที่จะใช้ในช่วงงานเกษียณ แต่ใจหนูก็ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะยืนใบลาอาทิตย์หน้าเจ้าค่ะ แต่ตั้งใจแล้วว่าจะต้องยื่น จะทำแบบไหนให้เหมาะสม มีเรื่องการประเมินขั้นพิเศษเข้ามาแทรกจะต้องส่งภายในอาทิตย์นี้เพื่อส่งกรมอาทิตย์ หน้าใจเกาะเรื่องเหล่านี้ แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อนเจ้าค่ะ บอกกับตนเองว่า “จัดการได้”
ไม่ว่าครูจะว่าอย่างไร สิ่งที่ต้องทำกับตนเอง ต่อสิ่งที่ครูให้ไว้ก็คือ “ทำเหมือนเดิม”
ไปหากรอบรูปและรับงานที่ครูให้โอกาสได้ทำ ซื้อชุดขาวให้น้องกิ่ง เหลือผ้าถุงยังไม่ได้เย็บ ระลึกกับตนเองว่า
“ต้องเสร็จนะติ๋วนะ”
พอมีเวลาว่างระหว่างรอแล็บ มีหนังสือ สามเล่มที่รออ่านข้างตัว คือ ไตรภูมิพระร่วง ที่ครูเมตตาให้ซื้อมาอ่าน อินเดียจาริกด้านใน
ทำแล็บอยู่ถูกเรียกให้เข้า web Conference สำรวจไปที่ใจ พอไปได้ไหม ก็พอได้บ้างค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูคงไม่ขยับ นึกถึงคำที่ครูเมตตาบอกว่า “ครูไม่ปฏิเสธงาน ให้เขาปฏิเสธของเขาเอง” ซึ่งครูก็ทำเช่นนี้เป็นต้นแบบให้เห็นมาตลอด
หนูคิดได้ แต่ก็ไม่ลงใจนักเจ้าค่ะ งานหนังสือเริ่มเร่งรัดเข้ามา แต่เป็นเรื่องที่หนูพิจารณากับตนเองดู แต่ไม่ว่ายังไงก็ทำ
กว่าจะเสร็จแล็บ กลับบ้านฝนช่วงฝนตกหนักไป แต่ก็ยังมีปรอยฝน เปลี่ยนชุดออกไปวิ่ง
กลิ่นดอกปี๊บหอมอ่อน ๆ ยามค่ำคืนให้ความรู้สึกสดชื่นได้เจ้าค่ะ
หนูต้องฝึกกับตนเองให้ได้ กิจวัตรหากปฏิบัติไม่ได้ ก็ไม่ใช่กิจวัตร
ยอมรับเจ้าค่ะ หนูยังทำไม่ได้ ยังชั่วอยู่มาก แต่ก็จะก้าวเดินต่อไปเจ้าค่ะ
เต็ม 10 วันนี้ให้ 2
สิ่งที่หนูเตือนกับตนเองว่า “ให้ระวัง”
จิตแบบนี้แหละมันเสี่ยงต่อการล่วงเกินครูบาอาจารย์
คำที่ครูเตือนไว้ดังขึ้นมาว่า ถ้าขาดสติมันจะลามปาม ให้ระวัง ตั้งสติอย่าให้ราคะครอบงำ
โชคดีที่ครูเตือนไว้ก่อน กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ