หลังจากที่โรงเรียนเพลินพัฒนาทำ Lesson Study กันมาพักใหญ่ เราก็เริ่มแสวงหาเพื่อนร่วมเรียนรู้ข้ามโรงเรียน โรงเรียนรุ่งอรุณคือเพื่อนในกรุงเทพฯ ที่มีความตั้งใจว่าจะใช้กระบวนการของ Lesson Study มาพัฒนาการเรียนรู้ของครูและศิษย์ เหมือนๆ กันกับเพลินพัฒนา
ต่างกันแต่เพียงการเลือกกลุ่มวิชาที่ใช้เป็นแกนนำในการขับเคลื่อน โรงเรียนรุ่งอรุณเลือกใช้หน่วยวิชาคณิตศาสตร์ ในขณะที่เพลินพัฒนาเลือกใช้หน่วยวิชาคณิตศาสตร์ หน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย หน่วยวิชามานุษกับโลก หน่วยวิชาธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา
โรงเรียนรุ่งอรุณมีความร่วมมือกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างเป็นทางการ และมีเทศกาลเปิดชั้นเรียนเป็นช่วงเวลา ในทุกครั้งที่เปิดชั้นเรียนก็จะมีผู้สังเกตการณ์การสอน นักวิจัย ผู้นิเทศ และผู้เชี่ยวชาญมาสะท้อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาด้วย
วันที่ ๒๓ ส.ค. ๕๕ มีกิจกรรมสะท้อนการเรียนรู้ (ครั้งที่ ๔) ครั้งนี้พิเศษตรงที่ ผศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ปลีกเวลามาร่วมสะท้อนผลการเรียนรู้ด้วย และที่เพิ่มเติมกว่าครั้งที่ผ่านๆ มาคือ ครั้งนี้มีคณะครูจากโรงเรียนเพลินพัฒนาอีก ๑๖ คน ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเรียนรู้วิธีการสะท้อนผลอย่างเต็มรูปแบบด้วย
ประเด็นการสะท้อนผล
ครูผู้สอน (๗ นาที) ครูผู้สังเกต (๕ นาที)
- วิเคราะห์การจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะเหตุใด
- ระบุประเด็นปัญหาเพื่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป
- เสนอแนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป
- ที่ผ่านมามองเห็นว่าประเด็นที่ควรพัฒนามีประเด็นใดบ้าง (ตย.เช่น ที่ผ่านมายังไม่สามารถเก็บรวบรวมแนวคิด หรือยังยังไม่สามารถทำปัญหาให้เป็นปัญหาของผู้เรียนได้)
อาจารย์นิเทศ (๘ นาที) นักวิจัย (๕ นาที)
แบ่งรับผิดชอบประเด็นสะท้อนกัน ดังนี้
๑. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุเป้าหมายของบทเรียนในหน่วยการเรียนรู้ หรือในคาบนั้น (Aim of the lesson) หรือไม่อย่างไร
- การบรรลุเป้าหมายของบทเรียนระดับหน่วยการเรียนรู้
- การบรรลุเป้าหมายของบทเรียนในแต่ละคาบในหน่วยการเรียนรู้นั้น
๒. การใช้สถานการณ์ปัญหาปลายเปิดในห้องเรียนจริง
๒.๑ เนื้อหาสาระ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการเน้นในสถานการณ์ปัญหาปลายเปิดของคาบเรียนนี้ สามารถมองเห็นได้อย่างเป็นในห้องเรียนได้เพียงใด ควรจะปรับปรุงอย่างไร
๒.๒ คำสำคัญในสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด ธรรมชาติการคิด หรือกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนสามารถมองเห็นได้ในขณะนักเรียนทำกิจกรรม ได้เพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
๒.๓ สถานการณ์ปัญหาในรูปคำสั่งมีความชัดเจน และนร.เข้าใจได้ง่ายหรือไม่เพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
๒.๔ ประสิทธิภาพของสื่อหลักในการสร้างสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด และสื่อเสริมที่จะใช้ในขณะที่ นร. นำเสนอแนวคิดต่อชั้นเรียน หรือในขณะที่ครูสรุปบทเรียน
- สื่อหลักทำหน้าที่สร้างสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด และทำให้ นร. เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
- เตรียมสื่อเสริมได้เพียงพอกับแนวคิดของ นร. หรือไม่ และใช้ได้เหมาะสมเพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
๒.๕ ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ในแต่ละคำสั่ง และความเหมาะสมของการกำหนด “คาบ” เมื่อพิจารณาจากจำนวนคำสั่ง ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
๒.๖ แนวคิดของนักเรียนที่ตอบสนองต่อคำสั่ง แต่ละคำสั่งมีความหลากหลายเพียงใด และที่เกินความคาดหมายมีอะไรบ้าง น่าจะเป็นเพราะอะไร
๓. การจัดลำดับการนำเสนอแนวคิดของนักเรียนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทั้งแนวคิด และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์และอื่นๆ มีความเหมาะสมเพียงใด เชื่อมโยงทั้งแนวคิด และความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนได้มากน้อยเพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร
๔. ประเด็นที่ใช้ในการร่วมอภิปรายในชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายของกิจกรรมนั้นมีความเหมาะสมเพียงใด และมีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของบทเรียนได้มากน้อยเพียงใด ควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร