ผมมีข้อเสียสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันคือ หนึ่งผมเชื่อคนง่าย สองผมจะเสียใจมากเมื่อมาทราบภายหลังว่าคนที่เราเชื่อถือไว้ใจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด

คนเราเมื่ออายุมากเข้าก็จะเจอผู้คนมากขึ้น เหตุการณ์ที่เป็นต้นตอของข้อเสียทั้งสองข้อนี้ก็จะเกิดบ่อยเข้าตามงานที่เราทำ

เมื่อกี้ผมนั่งทำงานไปก็เจอปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งนี้ไม่ควรจะเป็นปัญหาถ้าตัวผมเองไม่ได้ไปเชื่อคนง่าย เห็นแล้วก็เกิดความเสียใจขึ้นมาช่วงหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ผมอารมณ์เย็นลงเยอะ ความเสียใจที่เกิดขึ้นก็อยู่ในใจได้ไม่นาน และอาจจะเป็นจังหวะที่ดีที่ผมกำลังฟังเพลงที่สงบเย็นอยู่ด้วยทำให้เกิดความคิดที่ดีขึ้นมาว่าที่จริงแล้วข้อเสียทั้งสองข้อนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียใจเลย

อย่างแรกสุดการได้รู้ตัวเองว่ามีข้อเสียเช่นนี้ ทำให้ได้ระมัดระวังตัวมากขึ้น ปัญหาทุกชนิดไม่สามารถแก้ได้ถ้าไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร ดังนั้นเป็นเรื่องที่ดีแล้วที่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้จิตใจขุ่นมัวได้มาจากข้อเสียสองข้อนี้

อย่างต่อมาคือข้อเสียสองข้อนี้ควบคุมได้ทั้งสิ้น เพราะไม่ได้เป็นปัญหาของเขา แต่เป็นปัญหาของเราเอง

เรื่องแรกคือการเชื่อคนง่าย แก้ง่ายๆ คือการเพิ่มความระวังตัวในการที่ต้องจัดการประสานงานกับผู้คน สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอ ผู้คนไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เพราะเราเองก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเหมือนกัน

เรื่องต่อมาคือการเสียใจที่หลงเชื่อก็แก้ด้วย "การไม่เสียใจ" หรือรู้ให้ทันความทุกข์ ในเมื่อเรารู้แล้วว่ามันจะทุกข์ หากเราเตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับไว้ก่อน ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมาก็แค่สิ่งที่เกิดขึ้นตาม "ความน่าจะเป็น" (possibility) ของมันเอง หมายความว่ามันอาจจะเกิดหรือมันอาจจะไม่เกิด หากจะเกิด ผ่านมาแล้วก็คงจะผ่านไป

วิธีการจัดการใจเช่นนี้น่าจะตรงกับมุมของศาสนาพุทธที่ "รู้จักโลกในแง่ร้าย" (pessimism) เพื่อ "ให้เห็นโลกในแง่ที่ดี" (optimism) หรือรู้จักสิ่งต่างๆ ให้ตรงตามความจริงที่มันเป็นไป

ในมุม pessimism และ optimism แล้ว ข้อเสียสองข้อนี้แท้จริงแล้วกลับไม่ได้เป็นข้อเสียมากมาย เพราะถ้าผมตามทันด้านลบของมันทัน มันกลับจะกลายเป็นข้อดีด้วยซ้ำ

ชีวิตคงจะทุกข์ยิ่งกว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีใครให้ไว้ใจได้เลย ถ้าเมื่อรู้จักใครสักคนแล้วเริ่มต้นด้วยการมองเขาในแง่ร้ายว่าเขาจะมาหาผลประโยชน์จากเรา ถ้าต้องพยายามเอาเปรียบคนอื่นให้ได้ก่อนที่เขาจะเอาเปรียบเรา และต้องคอยเอาคืนจากสิ่งที่ถูกกระทำไป

บางครั้งถูกโกงสักนิดหรือถูกเอาเปรียบสักหน่อย ถ้าไม่ได้มากถึงขั้นสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักหนาอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

เพราะน่าจะทำให้เรามีชีวิตอยู่กับคนที่ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบเรา คนที่เราจะไว้ใจได้ อย่างสนิทใจอย่างแท้จริง

ดูเหมือนบางครั้งเราก็ต้องเอาความทุกข์ไปแลกกับความสุขครับ