ในโลกออฟไลน์ ไม่มีใครทราบว่าโลกแห่งความเป็นจริงของแต่ละท่านซ่อนความทุกข์ ความเจ็บปวด ความขื่นขม ความขัดแย้ง ความยากลำบากอะไรไว้ มิใช่ว่าเราชวนกันละเลยโลกใบนั้นของท่านไป แต่หลายท่านอาจไม่เต็มใจ อาจไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องเหล่านั้น และที่สำคัญ หลายท่านอาจคิดว่า "มันเป็นโลกส่วนตัว" "มันเป็นโลกอีกด้านหนึ่ง" ที่ไม่สมควรแบ่งปันให้ใคร...ทั้งนี้ ไม่ว่าโลกที่ท่านเลือกนำมาเล่าจะเป็นพื้นที่สีอะไร สีดำ สีขาว สีเขียว หรือสีชมพู ข้าพเจ้าเชื่อว่า "มันคือความสุข" ทั้งสิ้น ความสุขของผู้ให้ และความสุขของผู้รับ หลายเรื่องเล่าที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าไปด้วยกับความทุกข์ ก็สร้างสุขได้ เพราะมันคือชีวิตที่สะท้อนออกมาจากธรรมชาติแห่งจิตใจ หาได้ปรุงแต่งอะไรมากมาย แม้จะมีใครบอกว่า "การเขียนเป็นการปรุงแต่งอย่างหนึ่ง" แต่งานเขียนที่เป็นเรื่องเล่ายาวนานนับหลายปีของชาว G2K นั้น ไม่ใช่แค่เปลือก แต่มีแก่น มีอัตลักษณ์เฉพาะตนปรากฎออกมา
ข้าพเจ้าได้รับคำเชิญชวนจากอาจารย์ ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์ ให้มาเสถียรธรรมสถานในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อมารับฟังและร่วมกันออกแบบ "ฐานความสุข" หนึ่งในกิจกรรมตลาดนัดความสุข ซึ่งเป็นงานครบรอบ ๒๕ ปีของเสถียรธรรมสถาน จัดขึ้นที่ The Mall บางกะปิระหว่างวันที่ ๓๐ สิงหาคม - ๒ กันยายน ๒๕๕๕ นี้ค่ะ
หลังจากรับฟังแนวคิด รูปแบบกิจกรรมและช่วงเวลาจัดงาน ก็ทราบว่าข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสและไม่มีบทบาทหน้าที่ที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ จึงได้เพียงนั่งฟังเพื่อทราบวิธีคิดและการออกแบบงานจากผู้เชี่ยวชาญอย่างท่านอาจารย์ดุลย์พิชัย คนข้างกายพี่นุช พี่นุช และแม่ชีศันศนีย์ค่ะ
ฐานความสุข เท่าที่จับประเด็นได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ (ก่อนเดินไปสำรวจพื้นที่) เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตลาดนัดความสุข ซึ่งฐานความสุขนี้จะเน้น "ภูมิปัญญาท้องถิ่น" และ "ภูมินิเวศน์" โดยท่านอาจารย์ดุลย์พิชัย จะเป็นผู้ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมงานได้ตระหนักรู้ถึง "ภูมิ" การกินอยู่ ที่ไม่ได้อิงการบริโภคนิยมอย่างที่เราคุ้นเคยกันค่ะ รายละเอียดของกิจกรรมในส่วนที่ท่านอาจารย์ดุลย์พิชัยและพี่นุชรับผิดชอบ พี่นุชคงหาโอกาสที่เว้นว่างจากภารกิจมาเขียนเล่าให้เราได้ทราบกันค่ะ
กว่า ๓ ปีแล้วค่ะที่ข้าพเจ้าไม่ได้มาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถาน ที่นี่มี "พื้นที่" สำหรับให้ผู้คนมาจับกลุ่มเสวนากันเป็นวงเล็ก ๆ มากขึ้นค่ะ มี "พื้นที่" สีเขียวท่ามกลางธรรมชาติที่สดใส เป็นลมหายใจกลางกรุง และก็มี "พื้นที่" สำหรับบริการอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หลากหลายขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่นวดกายให้คลายปวดเมื่อย "นวดแผนโบราณ" ของไทยเราเองค่ะ นวดแบบช่วยกันทำบุญนะคะ
คุณหมอที่นวด มีฝีมือด้านการจัดกระดูกค่ะ
ข้าพเจ้าเห็นท่านนวดตั้งแต่สิบโมงเช้าจนกระทั่งถึงบ่ายสองกว่า ๆ อย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพักและไม่ได้แสดงอาการเหนื่อย ยกเว้นหยดเหงื่อที่ปรากฎบนใบหน้า ท่านมาสร้างบุญกุศลที่เสถียรธรรมสถานทุกวันเสาร์ค่ะ ผู้ที่มารับบริการจะช่วยกันหยอดเงินทำบุญแล้วแต่ศรัทธาข้าพเจ้าสังเกตเห็น ข้อความบนเสื้อยืดสีขาวของท่าน เขียนไว้ว่า
"เหนื่อยเป็นอารมณ์กรรมฐาน"
ท่านกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ค่ะ
ข้าพเจ้ารู้สึกปวดหลังจากการเดินทางไกลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งมาจากการเดินทางไปลงพื้นที่ภาคใต้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอลงชื่อใช้บริการนวดจับเส้นและจัดกระดูกด้วยค่ะ
คุณหมอใช้เวลานวดไม่นานนัก (เป็นการนวดตามอาการ) และไม่ได้พักเลยก็ต้องทำการนวดต่อค่ะ ข้าพเจ้าได้ทำบุญกับคุณหมอด้วยค่ะ
คุณหมอเป็นผู้ให้ ข้าพเจ้าเป็นผู้รับ และข้าพเจ้าก็ให้ต่อ เราสองคนต่างเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับด้วยกันค่ะ
ณ เสถียรธรรมสถาน เป็นพื้นที่ความสุขสำหรับครอบครัวค่ะ
ข้าพเจ้าเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว มาทั้งในฐานะผู้เยี่ยมชม ผู้ปฏิบัติธรรม และกระบวนกรจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงตระหนักดีว่าคำว่า "พื้นที่ความสุข" ในเสถียรธรรมสถาน ได้รวม "ความทุกข์" ของผู้เข้ามาเยือนไว้ด้วย
หลายท่านกว่าจะอยู่เป็นปกติ (สุข) ได้ผ่านความทุกข์มาก่อน
จึงอยากจะเน้นย้ำตรงนี้ว่าพื้นที่ความสุขที่พี่นุชและข้าพเจ้าอยากเชิญชวนให้กัลยาณมิตรใน G2K มาร่วมแบ่งปันนั้น แท้จริงแล้ว คือการเรียนรู้มิติความสุข ซึ่งรวมทั้ง "ความทุกข์" "ความเป็นปกติ" ในบริบทและช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเรานั่นเอง
ในโลกออฟไลน์ ไม่มีใครทราบว่าโลกแห่งความเป็นจริงของแต่ละท่านซ่อนความทุกข์ ความเจ็บปวด ความขื่นขม ความขัดแย้ง ความยากลำบากอะไรไว้ มิใช่ว่าเราชวนกันละเลยโลกใบนั้นของท่านไป แต่หลายท่านอาจไม่เต็มใจ อาจไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องเหล่านั้น และที่สำคัญ หลายท่านอาจคิดว่า "มันเป็นโลกส่วนตัว" "มันเป็นโลกอีกด้านหนึ่ง" ที่ไม่สมควรแบ่งปันให้ใคร
ดังนั้น โลกที่เหลืออยู่ โลกที่ปรากฎ โลกที่อยากให้ใคร ๆ เห็น จึงเป็นโลกแห่งความสุขที่เราอยากแบ่งปัน แม้จะมีพื้นที่ความทุกข์มาแลกเปลี่ยนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการนำมาซึ่งการให้กำลังใจ ให้เป็นบทเรียน อุทราหรณ์แก่กันและกัน โดยเฉพาะบางท่านยอมเสียสละเรื่องส่วนตัวของตนเองเพื่อเป็นวิทยาทาน หรือให้ธรรมะแก่กัลยาณมิตร
ทั้งนี้ ไม่ว่าโลกที่ท่านเลือกนำมาเล่าจะเป็นพื้นที่สีอะไร สีดำ สีขาว สีเขียว หรือสีชมพู ข้าพเจ้าเชื่อว่า "มันคือความสุข" ทั้งสิ้น ความสุขของผู้ให้ และความสุขของผู้รับ หลายเรื่องเล่าที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าไปด้วยกับความทุกข์ ก็สร้างสุขได้ เพราะมันคือชีวิตที่สะท้อนออกมาจากธรรมชาติแห่งจิตใจ หาได้ปรุงแต่งอะไรมากมาย แม้จะมีใครบอกว่า "การเขียนเป็นการปรุงแต่งอย่างหนึ่ง" แต่งานเขียนที่เป็นเรื่องเล่ายาวนานนับหลายปีของชาว G2K นั้น ไม่ใช่แค่เปลือก แต่มีแก่น มีอัตลักษณ์เฉพาะตนปรากฎออกมาให้ได้สัมผัสกัน
หากเราร่วมกันแบ่งปัน "พื้นที่ความสุข" ของเรา จะทำให้เพื่อนบ้านของเราได้เรียนรู้โลกที่เราอยากแบ่งปันมากขึ้นค่ะ
คำเชิญชวนค่ะ
เชิญชวนกัลยาณมิตรที่สนใจร่วม Happy Ba สร้างสมุดใหม่ในชื่อที่ท่านพอใจ รวบรวมบันทึกเก่าเอาไว้ และร่วมเขียนบันทึกใหม่ที่สะท้อนพื้นที่ความสุขของท่าน และใส่คำสำคัญว่า Happy Ba ค่ะ มีตัวอย่างสมุดใหม่จากกัลยาณมิตรที่แสนดีค่ะ พี่หมอเล็ก (ภูสุภา) และอาจารย์วัสค่ะ
เชิญไปเยี่ยมชมกันนะคะ
สนทนาวิสาสะ พื้นที่แห่งความสุข http://www.gotoknow.org/blogs/books/view/discussion
Smart Teacher Project (STP)
http://www.gotoknow.org/blogs/books/view/smart-teacher-project








ทั้งทุกข์ สุข ของผู้ให้ และผู้รับ ย่อมเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จริง...สวัสดีครับ
มาชื่นชมสถานธรรม เสถียรธรรมสถาน
เชื่อมั้ยคะ ว่ายังไม่เคยไป ทั้งที่คิดอยากไปนานแล้ว
..
ชอบตรงที่น้องศิลาเขียนย้ำเตือนว่า
โลกแห่งความเป็นจริงของแต่ละท่านซ่อนความทุกข์ ความเจ็บปวด ความขื่นขม ความขัดแย้ง ความยากลำบากอะไรไว้
แล้วเลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเราไม่รู้จัก ทุกข์ เราก็อาจไม่เข้าใจสุข ก็ได้
และเมื่อคิดถึงคำพระท่านสอน
หลีกเลี่ยงจากการเป็น ผู้ทุกข์
ให้เห็น ทุกข์เฉย ๆ
เห็นสุข เสมอ
คนเราทุกคนมีความสุขเสมอ อยู่ที่มองเห็นความสุขหรือเปล่า
จึงคิดว่า เราควรเพียร มองดูให้เห็น ทั้งสุขและทุกข์มองดู รับรู้ และเก็บไว้เป็นประสบการณ์เหมือนรู้จักแล้วทั้งพระเอกหรือผู้ร้าย ทั้งสองคน หากไม่รับไมตรีเลยทั้งสองคน :-)
ไม่ว่าจะเป็นโลกออนไลน์ โลกออฟไลน์ ท้ายที่สุดชีวิตก็จะแสวงหาความสมดุลในตัวมันเองค่ะ
วันนี้อาจรู้สึกเศร้า บางวันอาจรู้สึกดี อยู่กับเพื่อนเราอาจตลกโปกฮา อยู่กับคนในครอบครัวเราอาจเป็นเด็กขี้อ้อนที่ยังไม่เคยโตในสายตาแม่ อยู่กับคนรักเราอาจหวานแหวว.... เราอาจไม่คุยเรื่องเดียวกันกับทุกคน.....แต่นั่นรวมกันแล้วก็คือตัวเรา...มีความสุขแค่ไหนที่ได้เป็นเราแบบนั้น...เรารู้ดี
ในความคิดตัวเองความจริงแล้วโลกออนไลน์ก็ไม่ได้ต่างจากโลกออฟไลน์มากเท่าไหร่เพราะหากคนที่ฟังคือเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงหน้า บางคนอาจเลือกที่จะเล่าด้านสว่างแต่เก็บด้านมืดเอาไว้ บางคนอาจจะเล่าทุกด้านก็เป็นความพึงใจของแต่ละคน อยู่ที่ว่าเรารู้สึกดีแค่ไหนที่จะเล่าให้คนคนนั้นฟัง...และคนคนนั้นฟังเราหรือเปล่า เสวนาแล้วมีความสุขไหม....เราก็รู้ดี
ไม่ว่าจะเรื่องใดที่เล่าจากความเป็นเรา เราจะมีความสุขค่ะ
หากการเล่าการเขียนคือความสุข ไม่ว่าจะเรื่องใด คนที่สุขเป็นคนแรกคือคนเขียน เป็นเหมือนเงินเดือนแน่นอน มั่นคง ผู้อ่านหากสุขตามก็ถือเป็นโบนัสค่ะ อาจมีขึ้นลงแล้วแต่เศรษฐกิจและเจ้านายที่ประเมิน ;)
สุขสันต์คืนวันเสาร์ค่ะ
ผมเพิ่งจะไปเสถียรธรรมสถาน มาเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ครับ สถานที่สวยมากครับ (บ้านนอก สองคนพี่น้องเข้ากรุง) หนึ่งใน "พวกด็อกเตอร์ กรุงเทพ" (อีกฉายาที่หลวงปู่ตั้งให้) ขับรถพาเราไป หลังจากได้ไปกราบสวัสดีกับอาจารย์หมออมรา
Happy Ba นะครับ อาจารย์นพลักษณ์ ๙ ;)...
ผมยังสบายดีนะครับ ;)...
อ. ศิลา อ่านโจทย์บนพื้นที่ Happy Ba ได้ชัดเจนมากครับ
"...ในโลกออฟไลน์ ไม่มีใครทราบว่าโลกแห่งความเป็นจริงของแต่ละท่านซ่อนความทุกข์ ความเจ็บปวด ความขื่นขม ความขัดแย้ง ความยากลำบากอะไรไว้........."
เมื่อตอนบ่ายผมยังคิดถึงว่าจะหาคำอะไรดีหนอที่จะบอก เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ G2K ว่าจะขอแวบๆ ไปสร้าง "สติ" หน่อย........ มาอีกแล้ววววว!!! เฉลย.....ขอออฟไลน์ไปซะระยะ ฮิฮิ (ขอบคุณ อ. ศิลา.ณี อีกครั้งนะครับ)
ความจริงแล้วสำหรับผมไม่เรื่องอะไรออฟไลน์ ทุกเรื่องเป็นบทเรียนสอนใจ.....ถ้าไม่ตายจากกันไปก่อน......ผมคงได้เอาเรื่องออฟไลน์ มาแบ่งปัน ออนไลน์......ใน Happy Ba นะครับ
Happy Ba ด้วยค่ะอาจารย์
พาลูกสาวสามคนไปปฏิบัติอยู่สองคืนสามวันกับแม่ชีกล้วย
เมื่อสามสี่ปีก่อน
ลูกสาวบอกยุ้งเยอะน่าดู โดนกัดจนพอง
ส่วนผู้ชายตอนนั้น หมดการอบรมพอดี
แม่ชีเลยบอกผมให้กลับบ้าน
บอกว่าระหว่างสัปดาห์ ห้ามผู้ชายมาค้างคืน
ถูกต้องแล้วครับ
มีถ้อยคำที่ชอบ
ประโยคที่ใช่ เยอะเลย
รางวัลแด่คนช่างฝัน
อย่างน้อย ฝันให้ไกล พยายามไปให้ถึง
ถ้าไม่ถึง ก็ไม่ทุกข์
การจัดการกับความรัก...
การบริหารเวลา และรู้จักการแบ่งปันความสุข
Happy Ba ชัดชัด
จิตที่ให้นั้นเบา และสุข สงบเย็น...สาธุครับอาจารย์ศิลา
อ่านด้วยความสุขใจมากค่ะ ภาพสวย ได้บรรยากาศสบายๆนะคะ จะถึงเวลาในการปฏิบัติแบบนี้อีกนานเท่าไหร่น้อ.. อันตัวข้าฯ นี้ อิอิ