บ้านประจวบโชค
" อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน "

เช้าวันนี้ 25 สิงหาคม 2555 คุณมะเดื่อพร้อมด้วยคณะ อันได้แก่ " แก๊งค์เสื้อชมพู - ดำ" ซึ่งเป็นสมาชิกของชมรม " 2 ภาษาศิลป์ " ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก ๆ หลาน ๆ และเด็กเล็กเด็กน้อย ประมาณ 50 ชีวิต ได้เดินทางไปเลี้ยงอาหารผู้ยากไร้ และนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปบริจาค ณ สถานสงเคราะห์ประจวบคีรีขันธ์ ( บ้านประจวบโชค ) เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้

อาหารที่นำไปเลี้ยงก็มี ขนมจีน น้ำพริก น้ำยา แกงเขียวหวานไก่ ไอศครีมกะทิสด ไอศครีมแท่ง (แบบโบราณ) ข้าว แกงจืด มังคุด เต็มพิกัด ในวันนี้ มีคณะผู้ใจกุศลอีกคณะหนึ่งได้ไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวน้ำ ขนม และไอศกรีม (โดยมิได้นัดหมาย ) ด้วยเช่นกัน สังเกตดูว่า ผู้ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์มีสีหน้า แววตา สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน เพราะวันนี้มีอาหารให้รับประทานกันเต็มที่

เมื่อได้เวลารับประทานอาหารกลางวัน (ประมาณ 11.00 น.) เจ้าหน้าที่ตีระฆังเรียก ผู้ที่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์ (ที่สามารถช่วยตัวเองได้ ) ก็มานั่งรอรับอาหาร และเมื่อได้เวลาก็เข้าแถวรับแจกอาหารด้วยความเรียบร้อย (ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยและอยู่ในการดูแลรักษาเป็นพิเศษ ต้องแบ่งอาหารไปให้อีกส่วนหนึ่ง)

เมื่ออาหารในจาน (ชาม) แรกหมด ก็ลุกขึ้นไปต่อแถวรับอาหารใหม่ (จนกว่าจะอิ่มไปเอง) สังเกตดูว่าแต่ละคน รับประทานกันคนละหลาย ๆ จาน (ชาม) จนเจ้าหน้าที่ต้องบอกว่า " เอาไว้กินมื้อเย็นบ้าง มื้่อนี้พอแล้ว"

ทุก ๆ คนรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้คนที่นำอาหารไปเลี้ยง นั่งอมยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจไปตาม ๆ กัน เจ้าหน้าที่บอกว่าในวันปกติ ทางราชการได้จัดสรรงบประมาณเป็นค่าอาหารมาให้ เป็นรายหัว หัวละ 60 บาท/วัน ทางสถานสงเคราะห์ก็จัดอาหารให้ 3 มื้อ รับประทานจนอิ่ม แต่ถ้ามีผู้มีจิตอันเป็นกุศลมาเลี้ยงอาหาร ก็จะทำให้ทุก ๆ คนได้รับประทานอาหารพิเศษอย่างอิ่นหนำสำราญ

ระหว่างนั้น คุณมะเดื่อ ได้เข้าไปทักทาย พูดคุยกับ ผู้ที่ได้รับการสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์บางคน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้ัที่ยากไร้เหล่านี้มาจากแทบทุกพื้นที่ของประเทศไทย
(สองอนงค์ ในภาพข้างบนนี้ คือทีมงามของคุณมะเดื่อนะจ๊ะ ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ แฮ่ะ ๆ )
มีรายหนึ่ง ที่ได้รับทราบว่า กำลังจะได้กลับไปอยู่กับญาติ เพราะอาการป่วยเกือบเป็นปกติแล้ว บ้านของเขาอยู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เขาเล่าให้คุณมะเดื่อฟังว่า เขาถูกส่งตัวมาอยู่ที่นี่ เพราะอาการเครียดแล้วดื่มเหล้าจัด เดิมเขาทำงานอยู่แล้วเครียดจัด เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้ว เขายอมรับว่าระยะนี้เขาอ่อนแอมาก ๆ เขารู้สึกว่าหมดสิ้นทุกอย่าง
คุณมะเดื่อจึงให้กำลังใจเขาโดย ให้เขาคิดว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรยั่งยืน ดังคำสอนของพระพุทธเจ้า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ไม่มีใครห้ามได้ หากจะไม่เกิด ก็ไม่เกิดแม้เราจะพยายามให้มันเกิดสักเพียงใด วันพรุ่งนี้ยังมี ชีวิตจะต้องดีกว่าวันนี้ ต้องรักตัวเอง และให้กำลังใจตัวเองให้มากที่สุด กำลังใจจากผู้อื่นมีความสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจตัวเอง "

และเมื่อเขากลับไปอยู่ที่เชียงรายแล้ว ขอให้เขาทำประโยชน์ให้กับตัวเอง และสังคม อย่าเบียดเบียนตัวเอง และไม่ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน รำคาญใจ....คุณมะเดื่อไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่กับคำพูดของคุณมะเดื่อ (ที่บางทีคุณมะเดื่อก็ยังงง ๆ กับคำพูดของตัวเองเหมือนกัน...อิ อิ) แต่สังเกตว่า เขายิ้มแววตาสดใสขึ้น เขาขอบคุณคุณมะเดื่อมากมาย บอกว่า เขามีความหวังขึ้น หากเมื่อก่อนเขาคิดได้อย่างนี้ เขาคงไม่ต้องเข้ามาอยู่ที่นี่....เขาจะคิดเสมอว่า ยังมีพรุ่งนี้และต้องดีกว่าวันนี้..... สาธุ! หากเขาคิดได้อย่างนี้จริง ๆ คุณมะเดื่อจะดีใจมากมายเลยละ

ผู้ยากไร้ทุก ๆ คนในสถานสงเคราะห์นี้ จะเรียกผู้หญิงที่ไปเลี้ยงอาหารพวกเขาว่า " แม่ " และเรียกผู้ชายว่า " พ่อ" คุณมะเดื่อสงสารทุก ๆ คนอย่างจับใจ ยิ่งได้รู้ที่มาของพวกเขาแล้ว ยิ่งสงสาร และสลดหดหู่ใจมาก ๆ หลาย ๆ คนบอกว่า คิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน มีหลายคนมาอยู่ที่นี่เกือบ 10 ปีแล้ว ไม่มีญาติมาเยี่ยมเลย บางคนมีครอบครัว เคยอยู่อย่างอบอุ่น แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกับชีวิต ครอบครัวก็เอามาฝากไว้ที่นี่ แล้วไม่มีเยี่ยมเยียนเลย

.... ก่อนจาก คุณมะเดื่อบอกลาทุก ๆ คน ก็ได้รับคำอวยพรจากความ " บริสุทธิ์ใจ" ของพวกเขาอย่างท่วมท้น คุณมะเดื่อและคณะ คงต้องกลับไปเลี้ยงอาหารและบริจาคสิ่งของให้กับบ้านประจวบโชคอีกแน่ ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจ้ะ
คุณมะเดื่อขอแบ่งกุศลผลบุญในครั้งนี้ให้กับทุก ๆ คนที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ด้วยนะจ๊ะ
...........................................................................................


ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะคุณมะเดื่อ
นอกจากอาหารกายแล้วคุณมะเดื่อยังได้ช่วยให้อาหารใจกับเขาด้วย
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีจ้ะคุณปริม
คุณมะเดื่อสงสารและเข้าใจชีวิตทุกชีวิต คนเราเกิดมาควรเอื้ออาทรต่อกัน ให้ในสิ่งที่เราพึงให้แก่กันได้เท่าที่จะมีโอกาสจ้ะ ขอบคุณจ้ะ
สวัสดีจ้ะคุณ
ใช่จ้ะ ผู้ให้และผู้รับต่างสุขใจ จิตที่เปี่ยมด้วยกุศลและความสุขจะส่งผลให้เราและคนรอบข้างเป็นสุขด้วยจ้ะ
รักตัวเอง
และให้กำลังใจตัวเอง
ให้มากที่สุด
ถูกต้องนะครับ
กำลังทำอยู่เลย ชอชชอบชอบ
สวัสดีจ้ะท่าน ผอ.
คนทำงานนั้น กำลังใจ สำคัญที่สุด แต่ก็หาได้ยากยิ่ง ต้องให้กำลังใจตัวเองนี่แหละจ้ะ ขอบคุณจ้ะ
อ่านแล้วอิ่มเอมใจ แม้จะไม่ได้มีส่วนลิ้มรสอาหารแสนเลิศรสที่นำไปเลี้ยงด้วย (สักหน่อย)
อนุโมทนาบุญกับคุณมะเดื่อด้วยค่ะ
ความเมตตาปรานีที่เราให้ไปโดยไม่ได้เลือกนั้น...ยิ่งใหญ่และมีคุณค่ามากๆค่ะ :)
สวัสดีจ้ะคุณ
ขอบคุณที่มาทักทาย สังคมไทยทุกวันนี้เริ่มขาดแคลนความเอื้ออารีต่อกัน โดยเฉพาะความเอื้ออารีที่ไม่มีผลตอบแทน ทำให้สังคมไม่ค่อยน่าอยู่นัก เราควรแบ่งปันความเมตตาอารีต่อกันเท่าที่จะทำได้เพื่อให้สังคมของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นจ้ะ
สวัสดีครับ คุณมะเดือ่..อ่านบันทึก ไปมีความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไร มาจุกที่คอ เหมือนจะสะอื้น ... สงสารครับ กุศลสร้างแก่ผู้ยากไร้ ...ผมว่าได้กุศล อย่างทันตา "เป็นสิ่งดีสองชั้นอันปลื้มใจ ทั้งผู้ให้ผู้รับสมถวิล.."
กิจกรรมที่ทรงคุณค่า.. ขออนุโมทนาบุญนะคะ
สวัสดีจ้ะคุณแว่นธรรมทอง
ใช่จ้ะ ความสุขจากการให้ คือสุขใจอย่างแท้จริง ขอบคุณจ้ะ
สวัสดีจ้ะคุณระพี
ขอบคุณจ้ะ รับความสุขจากกุศลจิตนี้ด้วยกันนะจ๊ะ
สาธุ จ้า ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำ ส่งผลให้มีแต่ความสุขนะจ้ะ
หวัดดีจ้ะท่านอาจารย์ขจิต
ได้ไปบ้านประจวบโชคเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ปลงชีวิตได้เยอะจ้ะ ขอบคุณจ้ะ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักใคร่ของหมู่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายครับ สาธุๆ
แวะมาดื่มด่ำกับบรรยากาศเมตตาจิตอีกครั้งค่ะ
พรุ่งนี้ตั้งใจจะเอาของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า ไปให้ค่ะ พี่ที่รู้จักกับพี่สาวชวนไป