จากการที่ชลัญ และแพทย์ อธิคมไปออกติดตามนิเทศการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รพ.สต.นั้น ได้พบกับกระบวนการดำเนินของ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  หรือ ชื่อเดิมสถานีอนามัยนั่นเอง  ที่แต่ละแห่งนั้นมีการปรับกระบวนท้ศน์ในการทำงาน แม้มี เป้าหมายอย่างเดียวกัน  แต่การไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อาจไม่ใช่ 1,2,3......แต่อาจเป็น  1,3,5.... หรือ 1, 5,10 แล้วแต่ศักยภาพของ รพ.สต.หรือ ชุมชนนั้นๆ  

     และอีกอย่างที่ได้พบก็คือปัญหาของผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่นั้นมันยังฝังลึกในความรู้สึกของชลัญว่า จะช่วยจัดการได้อย่างไรบ้าง  กลับมาบ่นกับพี่ที่ทำงาน ดันโดนพี่ที่ทำงาน ดุเข้าให้

         "ตัวเองยังจะเอาไม่รอด เราน่ะมีโรคประจำตัวนะ  ยังจะไปทำโน่นนี่นั่นอีก อยู่เฉยๆ  ได้แล้ว "

       อ่ะท่าจะจริง   แต่มาคิดอีกมุม ก็ชลัญไม่ใช่คนพิการนี่น่า สมองไม่พิการ แรงมีไม่มาก แต่ สมองยังคิดได้  ชีวิตยังไม่ตาย ขอทำอะไรที่เป้นคุณค่ตอบแทนแผ่นดินหน่อยเถอะ  ... เริ่มดื้อีกแล้ว  ไม่เจียมตัวเอง

      จากบันทึก  "เชิดชูหมออนามัย "คนเล็กหัวใจใหญ่" จากใจชลัญธร "http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499357 นั้นได้บันทึกถึงสถานีอนามัยแห่งแรกที่ได้ไปนิเทศ  และได้พาออกไปเยี่ยม dificult case เบาหวาน  ที่ uncontrol  ระดับน้ำตาลไม่เคยต่ำกว่า 200 ทั้ง พ่อและลูก 

      ซึ่งแพทย์อธิคมได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวใหม่ที่ขณะไปเยี่ยมนั้นเราไม่ได้คากหวังเลยว่า  ผู้ป่วยคนที่เป็นพ่อ จะปฏิบัติตามเพราะดูแกดื้อมากๆ  ส่วนลูกชายที่กินทั้งเหล้าสูบบุหรี่นั้นพูดเต็มปากว่า  ไม่รับปากว่าจะปฏิบัติ   วันนี้เป็นวันที่ถึงวันนัดทั้งคู่ ซึ่งชลัญรับรู้แต่เช้าแล้วว่าทั้งคู่มาแล้ว  รอลุ้นผลเลือด  พบว่า  คนพ่อ จากน้ำตาลในเลือด   200 up  ลดลงเหลือ  137 mg/dl  คนลูก  ระดับน้ำตาลจาก 200-400 up ลดลงเหลือ  97  mg/dl เลิกเหล้าบุหรี่เรียบร้อย   ทั้งคู่เดินเข้ามายกมือไหว้ขอบคุณ  ชลัญและแพทย์อธิคม  

      สำหรับทั้งชลัญและแพทย์ อธิคมนั้น  ทั้งดีใจด้วยที่น้ำตาลในเลือดคนไข้ลดลง  แต่ที่ดีใจสุดคือความปรารถนาดีที่จริงใจของเรา นั้น ไม่เสียเปล่า  ผู้ป่วยรับรู้ได้  ถึงความปรารถนาดีนี้  และพร้อมปฏิบัติตาม ซึ่งมันก็ส่งผลให้ทั้งเราที่เป็นผู้ให้ ก็ได้รับความสุขที่คนไข้ที่เป็นผู้รับเข้าใจและปฏิบัติตาม  คนไข้เองที่เป็นผู้รับความปรารถนาดีของเรานั้นก็ ได้เป็นผู้ให้ ความรู้สึกดีๆ ที่มีคุณค่าในสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้เขาทั้งชลัญและแพทย์ อธิคมก็ได้รับความสุขนี้เต็มๆ  

         นอกจากนี้ชลัญยังไม้มีโอกาสพูดคุณกับเจ้าหนุ่มนักเลงบ้านนอกคนนั้น"ชื่อสวาสดิ์"  ซึ่งเรียกชลัญว่า "พี่โจ้"  เรื่องการทำมาหากิน  ปรากฏว่า ไม่มีงานทำ ทุกวันนี้ภรรยากลับไปอยู่บ้านเพราะทะเลาะกันเล็กน้อย มีลุกสาว 1 คนอายุ 6 ขวบ อยู่กับตนให้ปู่ย่าเลี้ยง  ตอนนี้ตนคิดว่า จะไปทำงานที่ต่างจังหวัด  ชลัญก็เป็นห่วงเรื่องยาอีก กลัวขาดยา  จึงถามสวาสดิ์ว่าทำอย่าอื่นได้มั๊ย  เช่นขายของ  น้องบอกไม่รู้จะขายอะไร ทำอะไรไม่เป็น  

       ชลัญจึงถามว่าสนใจขายเต้าหู้นมสดมั๊ย  ชลัญทำเป็นไม่ยาก  ลงทุนไม่มาก ขายได้กำไรดี  แล้ว แถบบ้านสวาสดิ์นั้นมีโรงงานน้ำตาล มีตลาดนัดทุกวัน บริเวณหน้าโรงงาน  ไม่น่าจะยากอะไรที่จะไปขาย สวาสดิ์ บอกสนใจ แต่ไม่มีทุน  ชลัญก็เลยเสนอทุนเบื้องต้นให้  แล้วให้โทร.กลับไปง้อแฟนกลับมาช่วยกันทำมาหากิน เพื่อลูก  เพราะถ้าสวาสดิ์ทำคนเดียวท่าจะไม่ไหว  สวาสดิ์ตกลงใจรับข้อเสนอ นี้ ชลัญจึงให้เบอร์โทรไปพร้อมเมื่อไหร่ให้โทร.หา และจะได้สอนวิชาทำมาหากินให้  สวาสดิ์กลับไปอย่างมีความหวังใหม่ พ่อ ของสวาสดิ์นั้นซาบซึ้งยกมือไหว้ชลัญไม่รู้กี่รอบ  แพทย์อธิคมพร้อมจะลงขันช่วยลงทุน  ให้ด้วย

        แต่มีข้อแม้ที่ชลัญและแพทย์อธิคมยื่นคำขาดคือ  ห้ามขี้เกียจ และเลิกเหล้าบุหรี่ให้เด็ดขาด   หากไม่ได้ตามนี้ เงินลงทุนที่ให้ฟรีจะกลายเป็นเป็นเงินกู้ทันที  ถึงไม่หามาคืนก็ติดหนี้ใจไปตลอดชาติล่ะไป๊  แต่ถ้าทำได้ ไม่เอาคืนถึอเป็นขวัญถุงให้  

       สวาสดิ์ รับคำ  หากพร้อมแล้วจะโทรหา  รอติดตามตอนต่อไปนะค่ะว่าโครงการเต้าหู้นมสดของชลัญ  จะ รุ่ง  หรือจะ ร่วง

ภาพจากhttp://www.archeep.com/bakery/t_fruit_salad.htm

ภาพประกอบจาก http://taradnud.blogspot.com/2010/08/blog-post_11.html