ทุกเสียงเป็นเสียงดนตรีแห่งความรื่นรมย์ได้ถ้าเราเปิดใจฟัง หากใจปิดก็เหมือนเรายืนอยู่ในความมืดที่เราจะเห็นว่าแมวทุกตัวจะเป็นสีดำทั้งหมด

แม้จะไม่เคยเล่นดนตรีได้เป็นชิ้นเป็นอันแต่ฉันก็ชอบฟังดนตรีบรรเลง สองสถานีวิทยุที่ฟังเสมอคือดนตรีประเภทนิวเอจและคลาสิคอล สำหรับฉันดนตรีประเภทนิวเอจฟังได้ง่าย ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ดนตรีประเภทคลาสสิกให้ความรู้สึกรื่นรมย์ที่ลุ่มลึก

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธแต่ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาอย่างเคร่งครัด ฉันกำลังอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ การอ่าน อ่านคำสอนจากหนังสือของครูบาอาจารย์จากทั้งสายเถรวาทและมหายาน

เคยได้ยินคำเปรียบเปรยของลัทธิมหายานกับเถรวาทจากวีดีโอซีรีย์ตามรอยพระพุทธเจ้าว่าพุทธศาสนาจำเป็นต้องมีทั้งสองนิกายเปรียบเหมือนนกที่มีปีกทั้งสองข้าง กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยได้เขียนเอาไว้ว่านิกายมหายานทำให้ศาสนาแผ่ขยายได้กว้างไกล ส่วนนิกายเถรวาททำให้ศาสนามีหลักที่มั่นคง

จากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีกับเพื่อนชาวตะวันตกตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือและช่วงที่ทำงานมาระยะหลังนี้ ฉันรู้สึกเห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าวอย่างยิ่งเพราะพุทธศาสนาที่เผยแพร่ไปยังหมู่ชาวชาวตะวันตกที่ได้รู้จักและสัมผัสเป็นพุทธศาสนาแบบเซนกันมากกว่าแบบเถรวาท

จากความรู้ที่มีเพียงน้อยนิด...ฉันเคยคิดว่าดนตรีบรรเลงประเภทนิวเอจเปรียบได้กับพุทธศาสนานิกายมหายานที่ทำให้คนเข้าถึงง่าย และดนตรีประเภทคลาสสิกเป็นคล้ายพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นแกนหลักที่ลึกซึ้ง และทั้งเถรวาทและมหายานก็ต่างเสริมความแข็งแกร่งให้กับศาสนาพุทธไปคนละด้าน ทำให้ศาสนาพุทธมีความมั่นคงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างทุกวันนี้

ดนตรีบรรเลงทั้งแนวคลาสิกและนิวเอจก็นำความสงบเยือกเย็นมาสู่จิตใจฉันเช่นเดียวกัน

..

..

วันก่อนได้ยินการพูดคุยบอกเล่าจากโค้ชที่ไปฟังงานสัมมนา ถึงดนตรีชิ้นหนึ่งของนักประพันธ์เพลงชาวอเมริกันชื่อว่า จอห์น เคจ (John Cage (1912-1992)) เป็นงานที่น่าสนใจมากชื่อว่า 4'33" อ่านว่า four minutes, thirty three seconds (สี่นาทีสามสิบสามวินาที)

งานชิ้นนี้ประพันธ์ขึ้นในปี 1952 โดยตัวโน้ตสั่งให้นักดนตรีไม่เล่นดนตรีชิ้นใดเลยตลอดระยะเวลาสี่นาทีสามสิบสามวินาที งานชิ้นนี้แต่งขึ้นเพื่อให้ผู้ชมคอนเสริตฟังเสียงของสิ่งแวดล้อมรอบตัวในระหว่างที่งานชิ้นนี้ถูกบรรเลง และโน้ตได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 movement แต่ละ movement ใช้เวลา 0'30", 2'23" และ 1'40" ตามลำดับ  และในระหว่างเปลี่ยน movement ทั้งนักดนตรีและผู้ชมก็จะได้มีโอกาสผ่อนคลาย เปลี่ยนท่านั่ง ไอ จาม บ้างเป็นบางครั้ง

ดนตรีชิ้นนี้ว่ากันว่าถูกประพันธ์ขึ้นโดยได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนาอยู่ด้วยเพราะ John Cage ได้ศึกษาพุทธศาสนาแบบเซนมาก่อนหน้านี้

ลองจินตนาการตัวเราซื้อบัตรชมคอนเสริตเพื่อเข้าไปดูชมดนตรีชิ้นนี้ดูนะคะ

ผลงานชิ้นนี้สร้างความฮือฮาในวงการดนตรีคลาสสิกไม่น้อยเพราะเป็นความแปลกใหม่และหลายๆ คนบอกว่าเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับ John Cage ค่อนข้างมาก และเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดของงานดนตรีแห่งความเงียบ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าผลงานชิ้นนี้สำหรับเขาเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สุด บางคนก็บอกว่าเป็นความคิดที่ดี บางคนก็รับไม่ได้ โค้ชที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังบอกว่ามีครั้งหนึ่งที่งานชิ้นนี้นำมาเล่นในคอนเสริตที่สิงคโปร์มีคนฟังคนหนึ่งลุกเดินออกไปจากห้องเลย

John Cage ผู้ประพันธ์เพลงนี้ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานชิ้นนี้ว่า "ผู้ฟังยังไม่เข้าใจ มันไม่เคยมีหรอกความเงียบสงัดจริงๆ สิ่งที่เราคิดว่าเป็นความเงียบเป็นเพราะว่าเรายังไม่รู้จักฟัง จริงๆ แล้วมันมีเสียงมากมาย คุณจะได้ยินเสียงลมที่ปั่นป่วนอยู่ข้างนอกในระหว่าง movement แรก เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาในระหว่าง movement ที่สอง และเสียงคนที่เปล่งออกมาหรือขยับตัว คุยกันหรือเดินออกไปใน movement ที่สาม"

“หากคุณสั่งหูของคุณให้เงี่ยหูคอยฟังแต่เสียงที่เป็นเสียงของดนตรี มันก็คล้ายกับการสอนใจให้มีความยึดมั่นถือมั่น (ego) คุณจะเริ่มปฏิเสธเสียงที่ไม่ใช่เสียงดนตรีออกไป วันนั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ถึงเวลาแล้วที่คุณจะปล่อยตัวคุณออกจากกรงใดใดก็ตามที่คุณสร้างไว้ขังตัวคุณเอง”

ฉันรู้สึกชื่นชมความคิดเบื้องหลังของงานชิ้นนี้ ทุกเสียงเป็นเสียงดนตรีแห่งความรื่นรมย์ได้ถ้าเราเปิดใจฟัง หากใจปิดก็เหมือนเรายืนอยู่ในความมืดที่เราจะเห็นว่าแมวทุกตัวจะเป็นสีดำทั้งหมด

จอห์น เคจ บอกว่าอารมณ์ต่างๆ ความรัก ความสนุกสนาน ความภาคภูมิใจ ความฉงนใจ ความสงบเยือกเย็น ความกลัว ความโกรธ ความเสียใจ ความเกลียด อยู่ในกลุ่มคนฟังเบื้องหน้า

กับคนที่อยู่ตรงหน้า…เราเคยได้ยินเสียงอารมณ์ของเขาบ้างไหม?

เสียงดนตรีแห่งความเงียบ เสียงดนตรีของสิ่งรอบตัว นำความสงบเยือกเย็นมาสู่จิตใจมาสู่เราได้ไหม?

 

มาฟังดนตรีที่ฉันคิดว่าเป็นชิ้นเดียวที่ฉันอ่านโน๊ตเป็นและเล่นได้ด้วยกันนะคะ

 

http://www.youtube.com/watch?v=hUJagb7hL0E

John Cage "4'33"

 แหล่งข้อมูล: http://en.wikipedia.org/wiki/4%E2%80%B233%E2%80%B3

 

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕