เมื่อชลัญลงไปปฏิบัติงานที่สถานีอนามัยได้ประมาณ 1 สัปดาห์ นั้น ทางหมู่บ้านร่วมกับสถานีอนามัยก็ได้จัดพิธี "บายศรีสู่ขวัญ"  ซึ่งเป็นพิธีที่ชลัญไม่เคยเห็นและได้สัมผัสมาก่อน  การจัดครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ ชาวบ้านที่จะแสดงถึงการต้อนรับผู้มาเยือนและเลี้ยงส่งผู้ที่จะจากไป  ซึ่งที่ชลัญไปอยู่นั้นไปอยู่แทนพี่ตุ้มที่ย้ายกลับภูมิลำเนา  ในตัวจังหวัด  มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวระหว่างหมอใหม่กับหมอเก่า  ชลัญล่ะซาบซึ้งถึงความผิดหวังของคุณตำรวจที่มาเห็นชลัญจริงๆ  เพราะพี่ตุ้มเธอขาวสวยดูดีเป็นผู้ใหญ่  ดูหญิงสุดๆ แต่ชลัญนั้นตรงข้ามราวฟ้ากับเหว ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะผิดหวังขนาดนั้น  

        พิธีบายศรีถูกจัดขึ้นที่ศาลา ที่หากไม่มีงานนั้นดูเงียบเหงาวังเวงจริง  ศาลานี้ตั้งอยู่ในบริเวณสถานีอนามัย เป็นศาลาไม้ ยกพื้นสูงไม่มาก  ชลัญมักใช้เป็นที่ประชุมชาวบ้านในเวลาต่อมา

         ในวันที่จัดพิธีนั้นชลัญตื่นเต้นมากเหมือนตัวเองเป็นนางเอกยังไงไม่รู้   ทุกคนให้ความสนใจชลัญมาก  กับพี่ตุ้มนั้นอยู่ได้ไม่ถึงปี จึงไม่คุ้นกับชาวบ้านมากมายนัก  มีคนแก่หลายคนเดินมาหาชลัญแล้วบอกว่า 

        "บ้านเรามันต้องส่งหมอลักษณะอย่างนี้มา"

        แหมชลัญก็ชักไม่แน่ใจว่าท่านชมชลัญใช่มั๊ย  

        ตอนเช้าก่อนเข้าพิธีกรรมนั้นชลัญเดินลงจากบ้านพักด้วย เสื้อยืดตัวเก่งกับกางเกงยีนส์ ที่ชลัญทำให้มันขาดๆตัวเก่า  ส่วนพี่ตุ้มนั้นมาด้วยชุดสีชมพูหวาน  พอหัวหน้าอนามัยเห็นท่านบอกรับไม่ได้  บอก

       "ตุ้มเอ่ย ... ไปหาชุดให้น้องใส่ หน่อยไป๊  เดี๋ยวชาวบ้านหาหมอใหม่ไม่เจอ "  ชลัญก็เลยถูกแปลงโฉมให้ใส่กระโปรงเสื้อผ้าชีฟอง ที่ทั้งชีวิตไม่คุ้นเอาซะเลย  แต่ก็เอาว่ะ ขนาดหัวหน้าอนามัยยังรับไม่ได้ ป๊าด ...แรงสสสส์

      ก็ชีวิตนี้ชลัญมีกระโปรงแค่ชุดทำงาน น่ะ แต่มักไม่ใส่  ชุดเก่งในการทำงานคือ เสื้อหมออนามัยกับกางเกงยีนส์  หรือไม่ก็ชุดกัฬา เท่านั้น

  

        ในพิธีกรรมเขาจะมีบายศรีที่ทำไว้โดยฝีมือคนแก่เฒ่า ในหมู่บ้าน  มีด้ายขวัญ วางบนบายศรี  ระหว่าทำพิธีจะมีพ่อครู  ที่เป็นผู้นำในการประกอบพิธี  ชลัญไม่แน่ใจว่าเขาสวดหรืออะไร แต่ฟังไม่รู้เรื่องเป็นภาษาอีสาน  คล้ายกลอน คล้ายสวดมนต์  รู้แต่ว่า รู้สึกขนลุกซู่ตลอด ยิ่งเวลาที่มีคำว่าขวัญเอย..แล้วชาวบ้านขานรับพร้อมกัน เสียงของมันเร้าอารมณ์มากทีเดียว  จนอดคิดในใจเขากำลังทำของใส่ชลัญมั๊ยนี่ 

 

เมื่อเสร็พิธีเรียกขวัญเขาก็จะผูกขวัญต่อ  ตื่นเต้นมาก คนมาผูกมากมายไปหมด   บางคนบอกผูกไว้แน่นๆจะได้ไม่หนีไปไหน  แล้วก็มีคนเอาเงินมาใส่ขันไว้ข้างหน้า ชลัญก็  งงๆ ทำไม่ต้องใส่เงิน เขาให้ค่าอะไรกัน  พี่ตุ้มบอก  คล้ายๆการช่วยซอง ในงานต่างๆ แต่ที่นั่นเขาไม่ต้องเปลืองซอง ใครอยากช่วยเท่าไรก็ใส่ขันนั่่นแหล่ะ  ไว้เป็นค่าใช้จ่านในงาน  หรือไม่เขาก็ยกให้เป็นของขวัญกับคนที่จะไป นั่นเอง  

        จากนั้นก็มีการกล่าวต้อนรับหมอใหม่  กล่าวอำลาหมอเก่า  มีการมอบของที่ระลึก  ดูบรรยากาศบ้านๆน่ารักดี  

 

           ความรู้สึกจากพิธีกรรมนี้ได้ใจชลัญทีเดียว  แม่ชลัญนั่งน้ำตาไหลร้องไห้  เพราะแม่ไม่เคยเห็น  ชาวบ้านตกใจกันใหญ่นึกว่าผีเข้าแม่  แต่ไม่ใช่ แม่ตื้นตันใจที่ ลูสาวกะโหลกกะลาในความรู้สึกแม่ จะมาเป็นคนที่สำคัญในชุมชน นี้ แม่บอกกับชาวบ้านว่า ฝากดูแลหน่อย " ยัยคนนี้มันทโมนไม่ค่อยโต" ชาวบ้านบอกแม่ ไม่ต้องห่วงเขาจะดูแลให่เป็นอย่างดี  มันต้องหมอ แก่นๆแบบนี้ ถึงจะอยู่ที่นี่รอด ที่ผ่านมาหมอผู้หญิงไม่มีใครอยู่เกินปีว่างั้น

        สุดท้ายก็มีการเลี้ยงอาหารกัน ซึ่งวันนั้นชลัญ ต้องไปหามาม่ามารองท้อง  เพราะอาหารมันแปลกไปหมด มีเนื้อวัวดิบๆที่เขาเอามาทำลาบ ทั้งใส่เลือดไม่ใส่เลือด  ทั้งเอามายำ  ชลัญกินได้แค่ข้าวเหนียวจิ้มน้ำพริก แต่อยู่ๆมาชลัญกินเรียบ ปลาไหล  ตุ๊กแก  แมวก็ถูกหลอกให้กิน  อืมมม์...เข้าท่าเหมือนกัน

     

 ตอนนี้เล่าแค่นี้ก่อนล่ะกัน  แถมรูปครอบครัวที่เคยถ่ายไว้ตอนที่ชลัญอายุสัก 5-6 ขวบมั๊ง  มีรถอีแต๋น   สมัยนั้นน่ะ  มีตังค์นะนี่ 

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์