อ่านเรื่อง ความรู้สึกที่มิอาจเรียกคืน เมื่อของที่รักที่สุด ทำร้ายคนที่รักที่สุด ของคุณชลัญธร ตรียมมณีรัตน์ แล้วจำได้ว่าอยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้ว

ภรรยาผมมีเพื่อนจบจากเชียงใหม่ด้วยกัน  เพื่อนของเธอแต่งงานกับรุ่นพี่เป็นคนจีนจบจากที่เดียวกัน แต่พูดภาษาเหนือม่วนมากๆ เพราะเกิดทางภาคเหนือ

บิดาเป็นคนจีนมีลูกหลายคน เลี้ยงลูกได้ดีทุกคน แต่เป็นประเภท ด่าก่อน สอนที่หลัง ตามประเพณีของพ่อค้าแม่ขาย คุณพี่เล่าว่าเตี่ยผมด่าด้วยสอนด้วย แต่พวกผมก็ได้ดีมา 

โง่อย่างลื้อ  แล้วจะเรียนหนังสือได้อย่างไร   ลื้อต้องขยันๆ เข้าไว้  

จะสังเกตได้ว่า  ด่าต้องมาก่อน  แล้วตามด้วยความสอน

ลูกพี่ผมได้ดีมาอย่างนี้  พอมามีลูกชายที่เมืองนอก เลยใช้สไตล์เดียวกัน  ด่าลูกเป็นประจำ ตามด้วยคำสอนที่เรียนมาจากเตี่ย

You are stupid.  You should study hard so you can get a good score to go to the college.

เผอิญลูกชายเรียนไม่ดีอยู่แล้ว  มาเจอคำด่าของพ่อทุกวัน แค้นมากๆ  ลูกพี่เล่าว่า ลูกชายโกรธมากถึงกับยกกำปั้นจะต่อยผมอยู่แล้ว  ถ้าต่อยกัน ผมก็เจ็บตัวเพราะลูกชายหนุ่มกว่า มีกำลังมากกว่า

ผมเสียดายจริงๆ น่าจะคุยกับคุณน้องในเรื่องนี้ก่อน  ไม่น่าจะด่าลูกเลย น่าจะให้กำลังใจกับเขามากๆ

ลูกชายเลยหมดความมั่นใจในตัวเอง  เรียนมหาวิทยาลัยอย่างไรๆ ก็ไม่จบ

ออกมาทำงาน ก็มัวแต่ติดเกมส์  อายุผ่านสามสิบปีแล้ว  ก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน


คนไทยไม่ได้เรียนจิตวิทยาการเลี้ยงลูก  อยากให้ลูกได้ดี เรียนเก่ง  

เลยด่าไว้ก่อน  มันจะได้ไม่ลำพองใจ  ให้มันกลัวพ่อแม่ไว้ก่อน

แต่ของแบบนี้เราเรียนกันได้ครับ



ผมสมัยสิบปีก่อนดูหนังโทรทัศน์เรื่องบางรักซอยเก้า สนุกดี ดูแล้วโยนิโสมนสิการ เอามาใช้  คุณพ่อคุณแป้ง  นิสัยกะล่อนและเจ้าชู้มาก มักชอบหนีภรรยาออกไปเที่ยวคาเฟ่และชอบซ่อนเงินบ่อยๆ กลัวเมีย แต่พูดกับลูกเพราะมากๆ เลย  ลูกแป้งอย่างนั้น ลูกแป้งอย่างนี้ ฟังแล้วจำเริญใจ  ดูไปดูมา เอาคำเล่านั้นมาพูดกับลูกๆ  ลูกๆชอบ  บอกพ่อไปเรียนจากไหนมา ฟังแล้วเพราะจัง

เผอิญพวกเราไม่ได้เรียน  ก็เลยหยาบมากๆเมื่อพูดกับคนที่เรารัก ได้เฉพาะกับลูกเรา เมียเรา 

ผมเองก็เป็นประจำ  ตอนนี้กำลังฝึกมารยาทอยู่ ลูกสาวเขียนจดหมายมาว่ารักพ่อที่เป็นคนสนุก ยิ้มแย้มแจ่มใส สังเกตว่าลูกๆไม่พอใจถ้าเราขึ้นเสียง หรือพูดจาไม่ไพเราะกับเธอ หรือกับคุณแม่ของเธอ

ผมเริ่มสังเกตว่าเวลาผมไปค่าย เช่นค่ายหมอเขียว  หรือไปทัวร์อลาสก้ากับพวกพี่หมอ  มันไม่มีความเครียด เราพูดกับคนอื่นด้วยคำเพราะๆ ยิ้มแย้ม หัวเราะก็ได้ เพราะเราเองก็ไม่เป็นพระ ขออย่าได้พูดคำหยาบคาย หรือเพ่งโทษผู้อื่นก็เป็นอันว่าใช้ได้ คนเขาก็อยากจะมาคุยกับเราเอง เพราะคุยแล้วมันสบายใจ  ผมคุยสนุก สนุกกว่าพวกพี่หมอที่ไปด้วยกันอีก จนพี่หมอมาถามคู่พี่เขยผม ไอ้คนบ้านไกล มันจบปีไหน  พวกสาวๆเขาไปเล่นไพ่รัมมี่กันสนุกๆ ผมก็ไปเล่นด้วย  ไปเสียค่าโง่ให้กับสาวๆ ดูพวกเธอมีความพอใจเป็นอันมาก 

ท่านสมณลักขโน ท่านให้สติผมว่า  คุณอย่าไปซีเรียสมันมากนัก  ปล่อยมันสบายๆเสียบ้าง  ให้ท่านเขียนบันทึกไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ท่านก็มีเมตตาเขียนให้ด้วยลายมือของท่านว่า

 อย่าไปคิดอะไรมาก

มันไม่เป็นอย่างนัันหรอก

อย่าด่วนสรุป

มองในแง่ดีไว้ก่อน

ผมเองคงเปลี่ยนไปมาก เพราะถือศิลแปดตลอดพรรษา  ภรรยาเห็นความเปลี่ยนแปลง  จากสามีที่เป็นคนหยาบคาย พ่อที่ไม่เคยพูดเพราะๆกับลูก

พอถือศิลแปดไปมากๆ มันกลายเป็นอินทรียสังวรศิล ศิลมันคุ้มครองใจตลอดเวลา  คำที่จะพูดหยาบคายเป็นอันว่าไม่มี  ภรรยาชอบใจมากๆ ถามมาสองปีแล้ว ถามทุกปี ปีนี้พี่จะถือศิลแปดอีกหรือปล่า ต้องถือนะ จะขอถือตามด้วย


นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์  ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวผมได้