เมื่อวันศุกร์ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้วยความกรุณาของอาจารย์จันทวรรณ
ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสได้ขึ้นเวทีเสวนางาน
"แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ได้ประโยชน์ และยั่งยืน"
ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ซึ่งมีผู้ประสานและดำเนินรายงาน ผู้อ่อนหวานแต่มีความมุ่งมั่น
คุณอ้อ นงรัตน์ จันที ซึ่งตอนนี้ขอเป็นนักเชียร์บล็อก :)


..

โดยคุณวุฒิแล้ว ข้าพเจ้าไม่อาจเทียบกับวิทยากรทั้งสามท่าน
เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่อง KM และ web programming
จึงพูดในฐานะ "user" คนหนึ่ง ของ gotoknow
ดีที่บรรยากาศกันเอง สนทนากันอย่างมี "ภราดรภาพ"
มีอยู่คำถามหนึ่ง ที่ติดค้างในใจ 
คือคำถามว่าอะไรเป็นปัจจัยให้ gotoknow
มีความยั่งยืน และขยายเติบใหญ่
เมื่ออาจารย์จัน ส่งไมค์ให้ ก็ตอบไปอย่างไม่ทันคิดทบทวนนัก
"เพราะต่อยอดได้"...
"การเขียนบล็อกใน gotoknowเขียนแบบไม่ต้องกังวลความสมบูรณ์ของเนื้อหา ความครบถ้วนของข้อมูล ต่างจากการเขียนบทความวิชาการ"
"เขียนเท่าที่สามารถ capture จากประสบการณ์จริงของเรา"

..

เมื่อมีเวลามาพิจารณาดู ก็รู้สึกเรานี้ช่างตอบอย่างโอหัง
ที่ไปเหมารวมว่า
ควรต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้
สิ่งที่เป็น "เหตุผลร่วม" ของบล็อกเกอร์ที่ช่วยสร้างสรรค์สังคม gotoknow
น่าจะมีมากกว่าหนึ่งคำตอบ
และคงมิอาจสรุปจากประสบการณ์ผู้เดียว

ข้าพเจ้าคงตกเก้าอี้ หากมีคำถาม ต่อไปว่า
แล้วอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มากไปกว่าการรับรู้ของข้าพเจ้าเอง ?
แปลว่า ถ้าเขียนสมบูรณ์แบบบทความวิชาการ
(โรค XXX มี ระบาดวิทยา...,พยาธิกำเนิด..., แนวทางวินิจฉัย..)
จะไม่นำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จริงหรือ?

หรือควรจะตอบมุก "เมื่อ go ก็ know เอง"
นั่นคือ อย่าได้เชื่อคำตอบของข้าพเจ้าเลย
ลองสมัครสมาชิก มาอ่านมาเขียน ก็รู้เอง..
จะเหมาะสมไหมนะ

คำถามเด็ดของคุณอ้อ
"ปัจจัยที่ทำให้ gotoknow เติบใหญ่และยั่งยืนคืออะไร"
คงมีใครหลายคนอยากรู้ น่าทำเป็นงานวิจัยจริงๆ จังๆ นะคะ

แต่ก่อนอื่น
ข้าพเจ้าอยากรู้ว่า หากเป็นท่าน จะตอบว่าอย่างไร :)

###
ยังมีเรื่องอยากเล่า จากการได้พบกัลยาณมิตร เบาหวาน,Happy ba,ออร์ทิสติก  และเทคนิคการเลี้ยงลูกการดำเนินชีวิตคุณแม่ ดร.ป๊อป (KM ในรถคะ :)
โปรดติดตามตอนต่อไป