เมื่อวานซืน (3 ตุลาคม 2548) เป็นวันทำบุญเดือนสิบ หรือที่เรียกว่า “ชิงเปรต” หากมีหลายท่านจะบอกว่าไม่ค่อยสุภาพ ผมก็ยังยืนยันที่จะเรียกอย่างนี้ เพราะในชุมชนเรียกอย่างนี้จริง ๆ โดยก่อนถึงการ “ชิงเปรต” ที่ว่าก็จะมีการ “ตั้งเปรต” ก่อน จากนั้นพอรอสักครู่ (กะว่าวิญญาณญาติพี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย หรือวิญญาณแร่ร่อน มากินของที่ตั้งเปรตเสร็จแล้ว จึงให้ลูกหลานที่รายรอบอยู่ทุกคนได้ชิงเปรตเอาของที่นำมาตั้งเปรตไว้) ของที่นำมาตั้งเปรตก็จะมีเช่นขนมลา ขนมเจาะหู ขนมบ้า ขนมพอง ขนมเทียน ผลไม้ตามฤดูกาล น้ำ ข้าว แกง เงิน เป็นต้น การตั้งเปรตจะทำในตอนสาย เวลาใกล้เคียงกับที่พระฉันเพล
     ในส่วนสากลจะเรียกว่าวันสารท หรือวันทำบุญเดือนสิบ  งานบุญเดือนสิบ เป็นงานบุญงานประเพณีที่สืบสานกันมาแต่โบราณกาล มีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ (รับเปรต) และวันแรม 15 ค่ำ (ส่งเปรต) เดือนสิบ
เป็นประเพณีที่ชาวพุทธได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และ ญาติพี่น้อง ซึ่งล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีบาปต้องตกระกำลำบากเป็น “เปรต” จะได้รับการปล่อยตัวจากนรกภูมิให้มาหาลูกหลานญาติมิตรของตนในเมืองมนุษย์ จึงจัดงานทำบุญเป็นประเพณีขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ ครั้งหนึ่งเป็นการต้อนรับ กับจัดในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเลี้ยงส่ง และอุทิศบุญกุศลไปให้ การจัดงานบุญทั้งสองวันนี้ชาวบ้านจะให้ความสำคัญกับวันหลังมากกว่า

     ชาวปักษ์ใต้ให้ความสำคัญกับงานบุญเดือนสิบมาก ผู้เฒ่าผู้แก่จะอบรมสั่งสอน และ ทำตัวอย่างให้ลูกหลานเห็นเป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่รุ่นก่อน ๆ โดยเฉพาะคุณตา คุณยาย พ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ ในวันทำบุญจะชวนลูกหลานไปทำบุญหรือไปชิงเปรตที่วัด เมื่อใกล้ถึงวันทำบุญทุกครอบครัวจะตระเตรียมข้าวของ อุปกรณ์ต่างๆให้พร้อม ผู้ที่อยู่ต่างถิ่นกำเนิดจะเริ่มทยอยเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมปักษ์ใต้บ้านเรา เพื่อไปร่วมพิธีทำบุญพร้อมหน้าพร้อมตากัน นับเป็นงานรวมญาติที่สำคัญงานหนึ่ง
     ปีนี้ผมไม่ได้ไปทั้งขารับ และขาส่ง ด้วยเหตุผลว่าขารับอยู่กรุงเทพฯ ไปประชุมฯ 3 วันติดต่อกัน ขาส่งก็ต้องเตรียมข้อมูลและดำเนินการขออนุญาตไปนำเสนอโครงการเอื้ออาทรคนพิการเข้าถึงสิทธิฯ ที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย หรือ สสพ.) ก็ได้แต่เพียงนำของไปฝากไว้กับพ่อเมื่อวานซืน (2 ตุลาคม 2548) จึงไม่มีรูปมาให้เห็นบรรยากาศครับ