
..
หากมองย้อนกลับไป
ช่วงเวลาที่เจ็บปวดมากที่สุดในชีวิตของเราคือ "จุดจบ"
ไม่ว่าจะเป็น...การจากอย่างไม่มีวันกลับของบุคคลอันเป็นที่รัก
การสิ้นสุดความสัมพันธ์อันงดงาม
การสูญเสียเพื่อน
การลาออกจากงานที่เรารัก
"จุดจบ" เหล่านี้เด่นชัดในความทรงจำ
เหมือนป้ายโฆษณาใหญ่ที่พบเห็นบริเวณสี่แยก
ที่เมื่อเรายืนอยู่ตรงแยกนั้นแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าถนนจะสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น
แต่ตอนนี้... เราคงรู้สึกขอบคุณจุดจบเหล่านั้น
เพราะถนนจากนั้นคือจุดเริ่มต้นใหม่
ที่ราดยาวด้วยความเข้าใจชีวิตที่ลึกซึ้ง
และความมหัศจรรย์แห่งสรรพสิ่งที่เฝ้ารอเราอยู่
"จุดจบ" สำหรับบางคน...
คือการสิ้นสุดของความ….อ้างว้าง
ขอบฟ้า...แม้ไม่มีจริง
แต่เรายังรู้สึกดีที่ได้เรียกที่แห่งนั้นว่า…ขอบฟ้า
บางความรู้สึกต้องจบก่อนจึงจะเริ่มใหม่ได้
ว่ากันว่า…เมื่อวานเป็นเหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มเมล็ดของวันนี้อยู่
เก็บเอาเมล็ดนั้นปลูกลงดิน
แล้วปล่อยให้เปลือกหุ้มเมล็ดนั้นหลุดลุ่ยล่องลอยไป
ไม่ว่าจะรู้สึกดีหรือแย่แค่ไหน
ทุกความรู้สึกมีจุดจบและจุดเริ่มต้นใหม่เสมอ
ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่...ที่เราจะปลดปล่อยตัวเองจากอดีต
ให้รู้สึกถึงอิสรภาพอีกครั้ง
ดังนิทานที่เคยได้ยินมานาน...
พระราชาผู้ร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สินบริวาร
ตกอยู่ในห้วงเหวแห่งความเศร้าซึมมาช่วงเวลาหนึ่ง
แล้ววันหนึ่งพระราชาก็ได้ตกหลุมรักหญิงสาวผู้เลอโฉม
พระองค์รู้สึกมีความสุขอย่างเหลือล้น
ทรงเรียกประชุมบรรดาขุนนางและเล่าให้ฟัง
ถึงความรู้สึกเศร้าตรมเหมือนอยากปลิดชีพตนวันละหลายๆ ครั้ง
และความร่าเริงใจที่รู้สึกเหมือนจะบินได้จริงๆ
ทรงตรัสสั่งบรรดาขุนนางที่ปรึกษาให้คิดหาประโยคประโยคหนึ่งขึ้นมา
ที่สามารถจะใช้ได้กับทั้งสองเหตุการณ์และให้ความหวังเมื่อรู้สึกท้อแท้
สองสามวันให้หลัง...
บรรดาขุนนางทั้งหลายได้มาเข้าเฝ้าและถวายแหวนวงหนึ่งแก่พระราชา
แหวนทองวงนั้นสลักคำว่า "This too shall pass - แล้วมันก็จะผ่านไป"
.. 
..
ข้างบ้านฉันมีแม่น้ำเล็กๆ ที่ไหลลงสู่ทะเล
ทุกๆวันจะมีช่วงเวลาที่มีน้ำไหลเข้าออก..ตามเวลาน้ำขึ้น-น้ำลด
สายน้ำที่ไหลเข้ามา...ไม่ได้ดีหรือไม่ดีไปกว่าสายน้ำที่ไหลออกไป
เมื่อมีน้ำขึ้นก็ต้องมีน้ำลด
ฉันมองดูสายน้ำที่ไหลเข้ามา...เหมือนเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้น
สายน้ำที่ไหลออกไปเหมือนเป็นจุดจบ
เมื่อจบจึงเริ่มใหม่ได้
น้ำขึ้น……น้ำลดจึงเป็นธรรมชาติและเป็นความสมบูรณ์แบบ
ขึ้นและลงทำให้เกิดความสมดุล
เฉกเช่นชีวิตเรา…
ช่องว่างระหว่างจุดเริ่ม………………......................จุดจบ
คือความสงบงามในชีวิต
ด้วยความนอบน้อม,
ปริม ทัดบุปผา
๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕
บ้านริมน้ำ
Love (Sarang) - Instrumental
ทิวทัศน์สวยงามจังครับ อยากไปเห็นภาพจริง ต้องมีสักวัน.......
วัฏจักรของโลกเราเป็นเช่นนั้น..เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่วายเว้น..อยู่ที่คุณค่าของชีวิตที่ได้สร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมานะคะ..
จุดจบสำหรับบางคน คือการสิ้นสุดของความอ้างว้าง ชอบประโยคนี้จัง ครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับความงดงามทั้งภาพและถ้อยคำที่นำมาถ่ายทอด
จบ...เพื่อเริ่มใหม่ สำหรับทางธรรมแล้ว ก็คือเรื่องราวที่ไม่มีที่สิ้นสุด หมุนเวียนเกิด-ดับ
แต่เมื่อใดถ้าเราไม่ให้มีการเริ่มใหม่ ก็ไม่ต้องกังวลถึงจุดจบ .......ว่าจะเป็นอย่างไร....
ราตรีสวัสดิ์ครับ
ชอบเพลงประกอบคะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง ทำนองไม่เร็ว ไม่ช้า ฟังแล้วมีความหวัง . ไม่แน่ใจ จุดจบ กับการไม่รู้ว่าจะจบที่จุดไหน อย่างไหนเจ็บปวดมากกว่ากัน
ยามท้อ..จะขอใช้ประโยชน์ตรงนี้ค่ะ
"This too shall pass - แล้วมันก็จะผ่านไป"
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์โสภณ,
ค่ะแถบบ้านยังคงความเป็นธรรมชาติไว้มากค่ะ ยังมีสีเขียวให้เห็นมากมายไม่ใช่ป่าคอนกรีตอย่างเดียวค่ะ
รอการมาเยี่ยมชมของท่านอาจารย์อยู่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณศิลา
เมื่อก่อนปริมก็ไม่ได้ใส่ใจความงดงามของธรรมชาติค่ะ เหมือนคนอื่นๆ ที่มองแต่ไม่เห็น สองสามปีให้หลังมานี้ เริ่มมองดูตัวเองมากขึ้นและเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร อยู่ที่ใดกับใครทำอะไรแล้วมีความสงบสุขใจ พอเริ่มรู้จักธรรมชาติของตัวเองที่สอดคล้องกับธรรมชาติรอบตัวก็เริ่มทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เรามีความสุข คนรอบข้างก็มีความสุข เผื่อแผ่ความสุข ดึงดูดความสุข เป็นโลกของความสงบสุขเล็กๆ ที่สัมผัสได้ค่ะ
จากนั้นในทุกอย่างที่เราทำเราจะพยายามทำในสิ่งที่ไม่ขัดแย้งกับความสงบสุขในตนเองที่ตั้งอยู่บนฐานของความดีงามค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่,
ขอบคุณข้อคิดที่ดีที่เมตตานำมาฝากค่ะ
"วัฏจักรของโลกเราเป็นเช่นนั้น..เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่วายเว้น..อยู่ที่คุณค่าของชีวิตที่ได้สร้างไว้ในช่วงที่ผ่านมา"
ขอให้พี่ใหญ่มีความสุขในการทำงานที่มีคุณค่าในวันนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์
โลกที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่เรากำลังตามมันอยู่ โลกของสังคมออนไลน์ โลกของวิถีชีวิตที่รวดเร็ว เหินห่างของคนเมือง ทำให้เรารู้สึกเหงาง่าย อ่างว้างบ่อยค่ะ
เราจึงต้องหาจุดจบให้ความรู้สึกนั้น มิเช่นนั้นเราจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายดายเหลือเกิน
บางคนจมอยู่กับอดีตที่ปวดร้าวนานเกินไป จุดจบของความปวดร้าวนั้นเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวเดินสู่สิ่งใหม่สำหรับชีวิตเราได้ค่ะ หากไม่จบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์ที่กรุณามาอ่านเสมอ ;)
สวัสดีค่ะคุณปริม.."ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับความเป็นสุดคนึงกับโกทูโนเจ้าค่ะ"..จุดจบและเริ่มต้น..มักจะคู่กับ..คำว่า..ไม่มีคำว่าสายที่จะเริ่ม.ต้น..หากชีวิต..ยังไม่พบกับคำว่าจุดจบเสียก่อน......ความหวังและแรงใจ..จึงเป็นน้ำหล่อเลี้ยง..ชีวิต..มนุษย์นะเจ้าคะ..ยายธีค่ะ
ครับแล้วแต่มุมมอง จุดจบอาจเป็นจุดเริ่มต้น และจุดเริ่มต้นก็อาจเป็นจุดจบได้เช่นกัน ถ้าขาดสติ
- งดงามที่สุด...จนอยากจะบันทึกแบบนี้ให้ได้จังเลยครับ...
- ตนเอง เป็นนักวิทยาศาสตร์เกินไป..
- เลย..สั้น, ตรง, จบ...
- ขอขอบคุณมาก ๆ ครับ...ที่ทำให้ได้รับบันทึกแบบนี้...แบบที่ตนเองชอบมาก ๆ ทำไม่ได้ แต่มีผู้ทำได้...มาทำให้อ่านชมน่ะครับ...
- Always follow.
ชยพร แอคะรัจน์
ชอบงานคุณปริมมากๆ นะครับ... อ่านแล้วทำให้นึกถึงคุณปริม กำลังเป็นอะไรน้า...ยังงัย ...นี่ผมคิดเอง นะครับ
น้องปริมค่ะ..ขอบคุณค่ะ จุดจบ...เพื่อเิริ่มต้น ... ได้ข้อคิดดีๆ เช่นเดียวกับบันทึกอื่นๆค่ะ ทั้งภาพ เสียง และตัวอักษร ช่างจะหมดจด ผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้อ่านค่ะ อยากจะนอนอ่าน อืมม์..จบ..เพื่อเริ่มใหม่ ทางศาสนาพุทธ :ซึ่งมี time & space พี่เข้าใจว่า จบ & เริ่มต้น ...มี point of time. ขึ้นกับเราว่าจะ ยืด หรือ จะทำให้สั้น แล้วเอาใจไปจับกับสิ่งนั้น ทำให้เห็นความต่อเนื่องค่ะ ...ว่าแต่ว่า....การจบ..บันทึกดีๆ และ เริ่มต้นบันทึกที่ดีๆให้อ่านตลอด ต้องขอบคุณค่ะ ... Prim series...:-)) .ก่อนจบ ..ขอแสดงความยินดีกับรางวัลสุดคะนึง ..ตรงนี้ด้วยเลยนะค่ะ...เยี่ยมยอด..น้องสาวผู้น่ารักของทุกคน..รวมทั้งพี่ด้วยค่ะ ...
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เป็นคำที่ทำให้ ปลง ได้ดีจริงๆเลยหนอ ใครต่อใครหลายคน อยากจบไวๆ เพื่อเริ่มใหม่ ใครบางคน อยากจบไวๆ และไม่อยากย้อนมาใหม่ อีกแล้ว เพราะมีแต่กองทุกข์ นิ
จุดจบของบางสิ่ง
คือการเริ่มใหม่ที่งดงาม
จึงต้องนำสิ่งที่เป็นประสบการณ์
มาเป็นบทเรียน