เด็กชายวัย ๑๔ ปีปวดท้องซีกขวาตั้งแต่เมื่อวานเย็น มาตรวจหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ไม่มีไข้ พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER=Emergency Room) ที่อยู่เวรดึก ให้นอนรพ. และสังเกตอาการปวดท้องต่อเนื่อง (Observe Sign Abdomen)


แปดโมงเช้าแพทย์มาตรวจซ้ำ พบว่าปวดท้องซีกขวาตำแหน่งสูง (ไม่ใช่ตำแหน่ง Mc burney Point) ผลเลือดไม่โชว์ว่าติดเชื้อแบคทีเรีย ให้งดน้ำและอาหารไว้ก่อน สังเกตอาการต่อ.. 

วิสัญญีพยาบาล (ไม่ใช่เวรของ kunrapee) ถูกตามให้มาดมยาสลบผู้ป่วยรายนี้ ตอนสี่ทุ่มของวันเดียวกัน (ผ่านมาหลัง Admit รวม ๑๖ ชม.) ผู้ป่วยมีไข้ ๓๘.๕ องศาเซลเซียส หน้าท้องแข็ง จับแล้วสะดุ้ง ปวดมาก เมื่อแพทย์เปิดเข้าไปในช่องท้อง.. พบหนองเต็มท้อง.. ไส้ติ่งแตกไปซะแล้ว (Ruptured Appendicitis) แถมทำยากมาก กว่าจะเลาะไส้ติ่งออกได้ ๒ ชั่วโมงกว่า.. เป็นอันว่าไม่ต้องเย็บปิดแผล โดยจะ pack gauze c NSS ก่อนปิดแผล (ก๊อสชุบน้ำเกลือ ใส่ไว้ในแผล ก่อนปิดแผล)

เช้าวันรุ่งขึ้น kunrapee ไปเยี่ยมหลังดมยาสลบ ได้ทบทวน Chart พบว่ามีความเสี่ยงหลายประเด็นดังนี้

@ พยาบาลเวรเช้า.. ขาดการประเมิน Sign Abdomen ไม่มีบันทึกอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ไม่รายงานอาการผู้ป่วย (ตาม Guideline Abdominal Pain ต้องประเมินหน้าท้องผู้ป่วยหลัง Admit ทุก ๔ ชม.และถ้าไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่า ปวดท้องจากโรคอะไร ให้พิจารณาทำผ่าตัดไส้ติ่ง) เมื่อแพทย์เวรบ่ายมา round ตอน ๓ ทุ่ม ดูผลเลือดที่เจาะใหม่ ตรวจพบว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบแน่นอนและ Set ผ่าตัดทันที

@ แพทย์เวรเช้า สั่งฉีดยาลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ Hyoscine 1 amp IM + Diclofenac 1 amp IM (ตาม Guideline Abdominal Pain ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร ห้ามสั่งฉีดยาลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดอื่น เพราะอาจทำให้ปิดบังอาการปวดท้องได้)


สำหรับผู้ป่วยรายนี้ต้องอยู่ทำแผล + ให้ยาฆ่าเชื้อต่ออีกอย่างน้อย ๓-๕ วันจนกว่าแผลจะเริ่มแดง จึงจะเย็บปิดแผล แล้วให้กลับบ้าน ๗ วันนัดตัดไหม.. ความ Error ของทีมงานส่งผลให้ผู้ป่วยนอนนานขึ้น, เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น, มีผลต่อจิตใจของผู้ป่วย

 

หลังทบทวนได้ประสานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรับทราบสาเหตุที่แท้จริง เน้นให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ตั้งไว้.. ทีมงาน PCT หวังเป็นอย่างยิ่งว่า.. จะไม่เกิดเหตุการณ์จากสาเหตุเดิมนี้อีก