วันนี้ (11 สิงหาคม 2555) ผมได้รับอีเมล์จาก คุณครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ ที่ผมเขียนบันทึกถึงเกี่ยวกับท่านไว้ที่นี่ ผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ ที่จะทำให้หลายๆ ท่านมีความสุข โดยเฉพาะ สสค. จึงขออนุญาตนำมาลงไว้ตรงบันทึกนี้ครับ
ผู้จุดแสงสว่างนำทาง
มิตรภาพเป็นสิ่งที่สวยงาม และมักจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการประสานความร่วมมือที่เกิดจากใจ และผู้ให้ยังเป็นผู้ที่มีพลังอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการให้ ครูน้อยคนหนึ่งได้รับมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านให้โดยไม่มีเงื่อนไขของเวลา มีความสุกกับการให้ ไม่มีสายตาแห่งความเหยียดหยาม มีบุคลิกภาพที่เคารพผู้ที่มีความใฝ่รู้ ท่าทางที่อ่อนน้อมสนับสนุนผู้ใคร่รู้โดยปราศจากเงื่อนไข ครูน้อยคนหนึ่งทราบซึ้ง และปลื้มปิติใจยิ่งนัก ทำให้มีพลังที่จะทำหน้าที่ของครูให้ดีมากขึ้น และขอสัญญากับเด็กๆว่าครูจะทำหน้าที่พัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ให้เป็ผู้กระหายใฝ่รู้มีความสุขอิ่มอ่รอยกับกิจกรรมการเรียน มีความสุขสนุกกับการผลิตผลงานที่หลากหลายที่ทรงคุณค่า ทั้งหมดนี้แทนคำขอบคุณ
หยาดน้ำ (ใจ )หล่นลงกลางห้อง(เรียน )
ท่านคือผู้ที่เห็นความสำคัญและเป็นผู้เติมพลังให้กับเจ้าของห้องเรียนที่ทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะทำให้ห้องเรียนธรรมดานี้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต เพราะทุกๆพื้นที่ของห้องเรียนห้องนี้เต็มเปียมไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความเมตตาต่อผู้เรียนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค เป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ครูที่อยู่กับเด็กอย่างมีความสุข ครูน้อยคนหนึ่งขอสัญญาว่าจะทำห้องเรียนห้องนี้ ให้อบอุ่น เต็มไปด้วยมิตรภาพและเอื้ออาทรให้เต็มพื้นที่ของห้อง จะจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สนุก จำได้ ใช้เป็น เห็นคุณค่า พัฒนาอย่ายั่งยืน และสุดท้ายจะทำให้เกิด
ผลผลิตที่หลากหลายและสร้างสรรค์ ท้ายสุดจริงๆขอขอบพระคุณ " สสค " ที่หยานน้ำใจหล่นลงกลางห้องเรียน และกลางใจครูพร้อมที่จะขับเคลื่อนการศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไปเพื่อเด็กๆ..................
สิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่
สิ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจที่อยากบอก คือรางวัล 10000 บาท รางวัลนี้อาจจะดูไม่มากนัก แต่มีคุณค่าประเมินไม่ได้ ครูน้อยคนหนึ่งได้ให้ความสำคัญกับรางวัลนี้มาก ( ตกเบิกเงิน คศ 3 ตั้งหลายหมื่นยังไม่ดีใจขนาดนี้ ) ครูจะนำเงินก้อนนี้ไปเติมเต็มต่อยอด โครงการเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา กิจกรรมจิตอาสาพาเพื่อนอ่านพาเพื่อนเขียน ซึ่งสมาชิกจิตอาสากลุ่มนี้ได้ทำหน้าที่อย่างตั้งใจ มุ่งมั่น พยายาม แก้ปัญหาด้วยความอดทนและทุ่มเทสิ่งที่จิตอาสาทำเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่งดงามในใจครูมาก เขาคือผู้เสียสระเวลาในช่วงพักกลางวัน ครูได้เห็นต้นกล้าแห่งความดีที่ครูบ่มเพาะไว้ ได้เจริญเติบโตงอกงามมีภูมิคุ้มกันที่ดี ครูเชื่อว่าต้นกล้าเล็กๆของครูจะต้องเติบโต เป็นร่มไม้ใหญ่ พร้อมที่จะทำประโยชน์ต่อส่วนร่วม พร้อมที่จะเป็นที่พักพิงของผู้ที่ต้องการได้เสมอ ครูภาคภูมิใจมาก ขอมอบรางวัล ให้เพื่อโครงการนี้ทั้งหมด และนี้คือสิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ของครู
ต้นกล้าที่อ่อนแอ
ต้นกล้าแห่งความดีที่งดงามของครู ได้เติบโตแล้วอย่างมั่นคงแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดีเยี่ยมในสังคมปัจจุบัน อย่างสง่างาม แล้วต้นกล้าที่อ่อนแอของครูเป็นอย่างไรบ้าง ครั้งแรกที่ครูพบครูเป็นห่วงมาก ต้องหาทางช่วยเหลือดูแลอย่างเร่งด่วน ต้นกล้าที่อ่อนแอจะต้องแข็งแรงเจริญเติบโตได้ตามศักยภาพของตนเอง ครูจะไม่ทอดทิ้งต้นกล้าที่อ่อนแอของครูเด็ดขาด ครูจะใช้น้ำใจของจิตอาสา รดลงบนต้นกล้า จะใช้ปุ๋ยแห่งความเอื้ออาทรเติมลงไปบนโคลนต้น จะฉีดยาปราบศัตรูยี่ห้อแห่งความเอาใจใส่และมุ่งมั่นฉีดลงอีกครั้ง ต้นกล้าที่อ่อนแอตอบสนองได้เป็นอย่างดี เริ่มแข็งแรงดูมีชีวิต มีความสุข มีความพยายาม มีการพัฒนาได้ดี มีความมั่นใจต่อการมีชีวิต และจะต้องเติบโตป็นต้นไม้ใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ได้ อย่างเต็มศักยภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือผลงานที่ทรงคุณค่าของ " จิตอาสาต้นกล้าแห่งความดีที่ยิ่งใหญ่ของครู " ซึ้งได้ต้นทุนเติมพลังจากผู้ใหญ่ใจดี " สสค " ครูเชื่อว่าจะไม่มีต้นกล้าที่อ่อนแอในพื้นที่ของเรา เพราะเราจะช่วยกันเฝ้าระวังและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและระมัดระวัง
ภาพที่งดงามยามเที่ยงวัน
ช่วงพักกลางวันเป็นช่วงเวลาที่ครูและนักเรียนพักรับประทานอาหาร บ้างก็พักผ่อนตามร่มไม้ ระเบียงห้องอย่างมีความสุข แต่ครูน้อยคนหนึ่งกำลังรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกับเพื่อนๆอย่างเอร็ดอร่อย แต่มีความสุขมากกว่าเพื่อนครูคนอื่น สายตาของครูไม่ได้อยู่ที่อาหารแต่อยู่กลางสนาม เพราะต้นกล้าที่อ่อนแอของครูบ้างก็วิ่งบ้างก็เดินข้ามสนามมาพร้อมกับสมุดเล่มเล็ก บางคนก็มีจิตอาสาเดินไปตาม ครูนั่งมองสิ่งที่เห็นด้วยความปลื้มปิติและอิ่มเอมใจ
จากวันแรกที่เริ่มสัญญาใจระหว่างต้นกล้าที่อ่อนแอกับต้นกล้าแห่งความดี ครูเป็นพยายของสัญญใจ ในช่วงพักกลางวันให้ใวลาพักรับประทานอาหารครึ่งเวลาทั้งหมด แล้วมาจุดนัดพบที่ระเบียงหน้าห้องป.6 ถ้าฝ่ายหนึ่งฝายใดมาช้าอีกฝ่ายก็จะตามหาเพื่อจะได้มีเวลาร่วมกันตลุยภาระงานที่ตั้งใจ ทุบกำแพงแห่งความไม่รู้ของการอ่าน การเขียน และตัวครูก็ต้องรีบขึ้นมาเช่นกัน จะได้ผนึกกำลัง ทำลายกำแพงแห่งความไม่รู้ของการอ่าน การเขียน ในเวลาอันสั้น แล้วร่วมกันปลูกต้นไม้แห่งความหวัง และความสำเร็จให้ออกดอกสวยงามให้จงได้ ในเวลาที่สั้นที่สุด
ครูตุ๋ม