ลูกชาย : ดินแดนที่เราเสียไปเยอะไหมครับ

พ่อดี : ดินแดนที่เราเสียไปก็หลายครั้งเหมือนกันรวม ๆ แล้วก็ใกล้เคียงกับพื้นที่ของหมู่บ้านช้างของเราในขณะนี้

ลูกชาย : เออ พ่อครับผมชักสนใจอยากรู้เรื่องราวหมู่บ้านหมีขาวแล้วหละ ทำไมหมู่บ้านหมีขาวถึงล่มสลายแตกออกเป็นหมู่บ้านอื่น ๆ อีกหลายหมู่บ้านครับพ่อ

พ่อดี : จำที่พ่อบอกได้ไหมลูก ว่าการจะศึกษาถึงอะไรเราต้องรู้ที่มาและที่ไปของสิ่งเหล่านั้นก่อนไม่ว่าจะเป็นการศึกษาถึงหมู่บ้านหรือว่าคน

ลูกชาย : จำได้ครับพ่อ คือเราต้องดูพฤติกรรมในอดีต ปัจจุบันและรวมถึงแนวความคิดหรือว่านโยบายในอนาคตด้วยใช่ไหมครับ

พ่อดี : ถูกต้องแล้วลูกเมื่อเรานำมาผูกเข้าด้วยกันก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น เปรียบเสมือนกับการต่อภาพจิ๊กซอร์ เมื่อเราต่อภาพไปเรื่อย ๆ จนชิ้นสุดท้ายก็จะได้รูปภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งถ้าขาดไปแม้ชิ้นเดียวภาพนั้นก็จะไม่สมบูรณ์

ลูกชาย : แล้วจิ๊กซอร์ของหมู่บ้านหมีขาวเป็นยังไงครับพ่อ

พ่อดี : ที่จริงแล้วมันก็เหมือนกับที่ลูกอ่านจากหนังสือประวัติศาสตร์ทั่ว ๆ ไปนั่นแหละ แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าคิดเห็นกันอย่างไร

ลูกชาย : ผมอยากฟังจากมุมมองของพ่อครับว่าเป็นยังไง

พ่อดี : แนวปรัชญาทางหมู่บ้านตะวันตกหรือจะเรียกว่า ภูมิปัญญาทางตะวันตกก็ได้ มุมมองของพวกเขาจะค่อนข้างชัดเจนในเรื่องของการแบ่งแยก คือ ถ้าไม่ขาวก็ดำหรือถ้าไม่ซ้ายก็ขวา

ลูกชาย : พ่อหมายถึงไม่มองแบบกลาง ๆ หรือครับ

พ่อดี : ส่วนมากเป็นอย่างนั้นลูก เหมือนกับนักปราชญ์ทางหมู่บ้านตะวันตกกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้ซึ่งไม่มีเหตุผลการที่เราเกิดมานั้นก็เพื่อทำตามหน้าที่ของแต่ละคนในบทบาทที่ต่างกันออกไปเพื่อที่จะสะสมความดี เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปพบกับพระเจ้า ดังนั้นเมื่อเกิดมาใครมีหน้าที่อะไรก็ทำอย่างนั้น เช่น ภาครัฐมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของคนในหมู่บ้าน และคนในหมู่บ้านมีหน้าที่ในการทำงานเพื่อความมั่งคั่งของหมู่บ้าน ก็ทำตามบทบาทของตัวเองไป  แต่อีกกลุ่มหนึ่งมองว่ามนุษย์เกิดมาเป็นผู้ซึ่งมีเหตุผลในตัวเอง ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ทำลงไปย่อมมีเหตุผลรองรับเสมอ มนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เดิม ๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวเองได้ เช่น ชาวนาไม่จำเป็นต้องเป็นชาวนาตลอดไป หรือคนทำงานภาครัฐก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นตลอดไป ทุกคนมีเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเสมอ

ลูกชาย : เป็นความคิดคนละขั้วเลยนะครับ กลุ่มแรกแม้ดูแล้วจะไม่วุ่นวายในการปกครองและการอยู่ร่วมกันเพราะต่างทำตามหน้าที่ของแต่ละคน แต่ก็จะขาดความกระตือรือร้นไม่มีแรงจูงใจ แม้กลุ่มสองจะดูวุ่นวายกว่าแต่ก็เป็นอิสระในแง่ความคิดและการดำเนินชีวิตมากกว่า ถ้าเป็นผมคงเลือกอยู่กลุ่มสองครับพ่อ

        พ่อดียิ้มให้ลูกชายซึ่งเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรักไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนจะพูดขึ้นว่า

พ่อดี : มนุษย์ทุกคนย่อมมองหาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและพวกพ้อง มันก็เหมือนกับการมองเหรียญซึ่งอยู่ที่ใครจะชอบด้านไหนมากกว่า

ลูกชาย : เอ่อ แล้วมันเกี่ยวกับหมู่บ้านหมีขาวยังไงครับพ่อ

พ่อดี : ในเมื่อภูมิปัญญาของชาวตะวันตกจะมองสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นตรรกะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็ตามไม่เว้นแม้แต่วิถีชีวิต หรือรูปแบบการปกครอง

ลูกชาย : หมู่บ้านหมีขาวมีรูปแบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

พ่อดี : รูปแบบการปกครองจะมีสองขั้วใหญ่ ๆ คือ เสรีประชาธิปไตยซึ่งนำโดยหมู่บ้านอินทรีและหมู่บ้านสิงโต ส่วนอีกขั้วหนึ่งก็จะเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งนำโดยหมู่บ้านหมีขาว ส่วนรูปแบบอื่น ๆ ก็อยู่ที่ว่าจะอยู่กึ่งกลางหรือเอียงไปฝั่งไหนมากกว่ากัน

ลูกชาย: เป็นการแบ่งขั้วกันชัดเจน แต่คนส่วนใหญ่ก็มองว่าระบอบประชาธิปไตยน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสุดใช่ไหมครับ

พ่อดี  : มันก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แต่ถ้าทุกคนเข้าใจตรงกันว่า การเมือง (หลาย ๆ คนอาจพูดว่าอุดมคติการเมือง) ก็คือวิธีการที่จัดหรือทำให้คนที่อยู่ด้วยกันมาก ๆ นั้นอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขด้วยความสงบสุขอย่างแท้จริง แล้ววิธีการที่จะจัดระเบียบดังกล่าวเมื่อมนุษย์ในแต่ละหมู่บ้านอยู่ในที่ต่าง ๆ กัน แตกต่างทั้งทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต บางครั้งจึงทำหรือดำเนินการวิธีแบบเดียวกันไม่ได้ ระบบที่จะแก้ปัญหามันก็ไม่เหมือนกัน ในสังคมหนึ่งบางช่วงเวลาเหมาะสำหรับระบบเผด็จการ หรือถ้าสังคมไหนบางช่วงก็เหมาะกับระบบประชาธิปไตย แต่ทั้งสองระบบต้องประกอบไปด้วยธรรม ถ้าไม่ประกอบไปด้วยธรรมแล้วไม่มีระบบไหนใช้ได้ทั้งนั้นเลย ที่สำคัญระบบประชาธิปไตยนี้จะเลวร้ายที่สุดกว่าระบบไหนทั้งหมด ถ้าไม่ประกอบไปด้วยธรรม เนื่องจากต่างคนต่างใช้กิเลสยื้อแย่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงวิธีการของการได้มา แต่ระบบอื่นยังมีการควบคุม การบังคับ แต่หัวใจที่สำคัญคือ ไม่ว่าระบบไหนก็ใช้ได้ถ้าประกอบไปด้วยธรรม

ลูกชาย: รวมถึงคุณธรรมในการใช้อำนาจด้วยใช่ไหมครับ

พ่อดี : ใช่แล้วลูก การได้มาและการใช้ไปของอำนาจต้องประกอบไปด้วยคุณธรรม แล้วจำเรื่องอำนาจที่พ่อเคยพูดให้ฟังได้ไหม

ลูกชาย: จำได้ครับ พ่อบอกว่าอำนาจโดยตัวมันเองไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าใครได้ครอบครองและรูปแบบที่ได้มาซึ่งอำนาจ

พ่อดี : บางครั้งความชอบธรรมคือความไม่ชอบธรรม แต่ความไม่ชอบธรรมคือความชอบธรรม อยู่ที่ว่าใครเป็นคนที่ควบคุมเกมส์หรือสร้างภาพได้ดีกว่ากัน

 

      ****************************************************