วิชา การจัดการทุนมนุษย์ ที่ผมจะสอนครั้งนี้ มีหลายเรื่องใหม่ ๆ ที่น่าสนใจซึ่งกำลังเป็น Trend ใหม่ของการจัดการทุนมนุษย์ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง ในยุคแห่งความไม่แน่นอน
สวัสดีครับลูกศิษย์ปริญญาเอก รุ่นที่ 6 และชาว Blog
วันนี้เป็นวันแรกของการเรียนการสอน วิชา การจัดการทุนมนุษย์ ผมรู้สึกอย่างยิ่งยินดีที่ได้พบทุกท่าน และหวังว่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เรียนรูร่วมกัน
วิชา การจัดการทุนมนุษย์ ที่ผมจะสอนครั้งนี้ มีหลายเรื่องใหม่ ๆ ที่น่าสนใจซึ่งกำลังเป็น Trend ใหม่ของการจัดการทุนมนุษย์ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลง ในยุคแห่งความไม่แน่นอน
จึงขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นคลังความรู้ของสังคม
จีระ หงส์ลดารมภ์
....................................................
ครั้งที่ 1
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2555 (เวลา 09.00-12.00 น.)
- ปฐมนิเทศ
- แนะนำวิธีการเรียนการสอนโดยใช้ Concept 4L’s และ 2R’s
- หลักสูตร
- ความสำเร็จและสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม
- การเรียนเพื่อวิจัย
- หา Topics ทำวิทยานิพนธ์
HR กับการมองภาพใหญ่ (Macro)
HR Architecture
โลกาภิวัตน์และผลกระทบ
ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายในประเทศ
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
งานที่มอบหมาย
1)
เสาร์ที่ 21/7/55 อ่านและวิจารณ์ หนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” (คนละครึ่งหน้า)
เสาร์ที่ 28/7/55 วิจารณ์ หนังสือ “8K’s+5K’s: ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” (คนละครึ่งหน้า)
เสาร์ที่ 4/8/55 วิเคราะห์ว่าทั้ง 2 เล่มแตกต่างกันอย่างไร? (คนละครึ่งหน้า)
2) การบ้านที่ต้องส่งวันนี้: ลองถามตัวเองว่า Value Creation ที่ได้จากการเรียนวันนี้ คือ อะไร?
3) สรุปประเด็นสำคัญของ Sheet 1 (ภาษาอังกฤษ) เกี่ยวกับเรื่อง Human Capital
วิชานี้ เน้น V 3 ตัวที่สำคัญซึ่งเป็นหลักการของนวัตกรรม (Innovation)
V1 Value Added – เริ่มจากจุดแข็งของเรา
V2 Value Creation – เริ่มจาก 0 คือ ร่วมกันสร้าง Value ใหม่ เกิดจากการปะทะกันทางปัญญา เกิดเป็นปัญญายกกำลัง
V3 Value Diversity – ใช้ความหลากหลายสร้างให้เกิด Value ขึ้นมา
หลักสูตรนี้จะมีประโยชน์มาก หากว่าเรา Maximize Value ร่วมกัน
คำถามของอาจารย์จีระ
Synergy คือ อะไร?
Integration คือ อะไร?
Synergy กับ Integration ทำให้เกิด Value จริงหรือไม่?
วิกฤติที่น่ากลัวในอนาคตมีอะไรบ้าง?
Innovative Management ต้องมาจากความคิดใหม่ ๆ และความคิดสร้างสรรค์
Risk Management คือ การบริหารความเสี่ยง คืออะไร?
ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือ เรื่องคุณภาพของทุนมนุษย์ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแต่คนตามไม่ทัน ทุนมนุษย์ต้องสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกให้ได้
หลังจากไม่ได้เจอกัน 1 อาทิตย์ คุณได้ความรู้ด้วยวิธีอะไร?
หลังจากที่คุณเรียนจบวิชานี้แล้ว ความใฝ่รู้ของคุณยังอยู่รึเปล่า?
รู้จักนักศึกษาปริญญาเอกในห้องเรียนนี้ (รุ่นที่ 6)
1)นางสารภี เกื้อรักษ์
ผู้บริหารฝ่ายอนุบาล โรงเรียสุขสวัสดิ์วิทยา
จบการศึกษาสาขารัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา
จุดแข็ง คือ เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน
2)พันตำรวจโทธนาวรรธน์ วิสมิตะนันท์
พนักงานสอบสวน
มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา สาขารัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขานิติศาสตร์มหาบัณฑิต
สนใจการพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นอาจารย์สอนระดับมหาวิทยาลัย
3) สิบโทศักดา แจ่มแจ้ง
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลด่านสำโรง
จบการศึกษาจากสถาบันราชภัฏนครสวรรค์
เป้าหมาย คือ อยากนำความรู้ไปพัฒนาระบบการศึกษาของการปกครองส่วนท้องถิ่น
4) นางนนลณีย์ เชิญวิริยะกุล
ผู้จัดการศูนย์/เจ้าของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติที่กำลังจะเปิดเดือนกันยายนนี้
จบการศึกษาจาก คณะนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
เป้าหมาย คือ นำความรู้ไปพัฒนาโรงเรียนนานาชาติของตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมมากขึ้น
5)นายโสภณ ไชยวงษ์
ผู้จัดการเที่ยวบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
จบการศึกษาจาก คณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยปทุมธานี
จุดแข็ง คือ ใฝ่รู้ /Open Mind /Investigative Mind
เป้าหมายในชีวิต อยากเป็นวิทยากร (Speaker)
6)นางสาวกนกรส สุดประไพ
ผู้จัดการเที่ยวบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
จบการศึกษาจาก คณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยปทุมธานี
อยากเพิ่มคุณค่าศักยภาพของตัวเอง จากที่เคยทำงานในหน้าที่ของการอบรมบุคลากรในองค์กร
7) นางชลธิชา นำพา
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
เจ้าของธุรกิจสปา
อาจารย์พิเศษสถาบันการบินพลเรือน
จุดแข็ง คือ ใฝ่รู้ / Open Mind
เป้าหมาย คือ การพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น และนำความรู้ไปถ่ายทอดกับผู้อื่น
8) นาวาอากาศโทปุญณัฐส์
นักบิน A330/300 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
Mini MBA + Mini MPA
MBA คณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยปทุมธานี
จุดแข็ง คือ ชอบอ่านหนังสือ คิดไม่เหมือนคนอื่น
เป้าหมาย คือ อยากให้สังคมไทยมีคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น วันนี้อยากพัฒนานักบินวิธีใหม่ ทำให้นักบินใน
ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ร่วมแชร์ประสบการณ์จากศิษย์เก่า
คุณชัยพร เหมะ
คุณฐิติพงษ์ (นิติกร ระดับชำนาญการ กระทรวงมหาดไทย)
อาจารย์พิสมัย ประชานันท์ (ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.บุรีรัมย์)
อาจารย์จีระ
การเรียนวิชานี้ สิ่งที่ทุกคนจะต้องให้ความสนใจมาก ๆ คือ
........................................................................................
วิชา การจัดการทุนมนุษย์ (Human Capital Management
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วัตถุประสงค์
Gary Becker พูดถึง Human Capital
ปัจจัยอื่น ๆ ที่วัดไม่ได้ เช่น
Value Diversity
Value Added
Value Creation
Creative Thinking
Synergy
Open Mind
Value 3 ระดับ
...................................................
คำถาม: Value Creation ที่ได้จากการเรียนวันนี้ คือ อะไร? ตอบ: จากการเรียนในวันนี้ พบว่า Value Creation เกิดจากการปะทะกันของปัญญาของผู้เรียน ภายใต้การเชื้อเชิญ และเชื่อมโยงของอาจารย์ การปะทะมาจากการพูดคุย แลกเปลี่ยน และแบ่งปันความรู้ ถกแถลงเห็นเหมือน หรือเห็นต่างในแง่มุมต่างๆ ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ เกิดปัญญา (wisdom) จากที่ไม่พบว่ามีสิ่งที่เป็นความรู้ หรือไม่รู้ว่าความรู้อยู่ที่ใด และที่อีกหลายคนยังไม่รู้ นั้นหมายถึงการเริ่มจากศูนย์ ผลลัพธ์ที่ได้คือการร่วมสร้างขีดความสามารถหรือสมรรถนะ (Competency) ที่ประกอบด้วย SKA (Skill, Knowledge and Attitude) ให้เกิดเป็น “ปัญญา” รู้ตามสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ ที่เรียกว่าสัมมาทิฐิ (Right view of Understanding) อันเป็นประเด็นสำคัญสุดในหนทางแก้บัญหา ๘ หนทางในอริยสัจ ๔ โดยเมื่อเห็นถูกต้องแล้วจะมีแนวโน้มของความเป็นไปได้ที่จะพูดถูกต้อง และลงมือปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไป เพื่อประโยชน์แก่ส่วนของตนเอง และส่วนรวม และคุณค่าของการสร้างสรรค์นี้เองจะเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้คนที่อยู่ในสังคมนี้เป็นคนใฝ่รู้ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์และเพื่อนๆชาวblog ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสเข้าเรียนในชั้นเรียนของท่านอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ ผู้เป็นปราชญ์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้รู้จักและร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนนักศึกษาที่ต่างมาจากหลายสาขาอาชีพ รับทราบถึงมุมมอง ทัศนะ รวมทั้งจุดแข็งและเป้าหมายในการมาเรียนในครั้งนี้ สำหรับดิฉันแล้วคุณค่าที่สร้างสรรค์ขึ้นมาจากการได้ปะทะทางความคิดในครั้งนี้หรือที่เรียกว่า Value Creation คือปัญญาและความตั้งใจที่เกิดขึ้น ในอันที่เราจะร่วมกันทำการใดๆ เพื่อให้กับสังคม และประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งนี้ ให้มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุข และเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้ แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆในสังคมแต่ทว่าส่วนเล็กๆนี้หากใช้ปัญญา ความสามารถ ความตั้งใจ และวิสัยทัศน์ รวมทั้งที่ท่านอาจารย์จีระได้กล่าวไว้ว่าต้องมี “จิตวิญญาณ” ในการทำความดีเพื่อบ้านเมืองแล้ว ดิฉันมีความเชื่อว่าส่วนเล็กๆเหล่านี้เมื่อรวมกันมากเข้าย่อมกลายเป็นส่วนใหญ่ที่มีพลังอันมหาศาล ดังที่ท่านอาจารย์ ได้ทำการ “ปลูก” เมล็ดพันธุ์ที่ดีเหล่านี้ให้เจริญงอกงามขึ้นในทุกที่พร้อมติดตามเฝ้าดูการเจริญเติบโตเพื่อเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์รอการ “เก็บเกี่ยว” เกิดการสร้างเมล็ดพันธุ์ดีใหม่ๆเพิ่มขึ้น ในทุกวัน นับได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริง
สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนๆ ทุกคน คำถามสำหรับการเรียนในห้องเรียนคือ "ลองถามตัวเองว่า Value Creation ที่ได้จากการเรียนวันนี้คืออะไว" ถ้าจะถามว่าทุกวันนี้สังคมเราเปลี่ยนแปลงไปในทางใด และเราต้องกำหนดทิศทางตัวเองไปในทางไหน คำตอบที่ดิฉันคิดว่าจะต้องเป็นคำตอบหนึ่งในใจทุกคนก็คือ ทุกวันนี้โลกคือการแข่งขัน การแข่งขันที่ไม่จำเพาะเจาะจงอยู่แค่ในประเทศ แต่รวมถึงการแข่งขันนอกประเทศด้วย การที่จะได้มาซึ่งความสำเร็จในตัวตนคนๆหนึ่ง มันก็ต้องมาจากการลงทุน จะเรียกว่ากำไรที่ได้มันก็มาจากการลงทุน แล้วเราหวังกำไรอย่างไร กำไรที่ว่านี้เป็นกำไรที่เราได้เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ในการประกอบวิชาชีพ จากการที่ได้พบปะผู้คนที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ แต่คำถามต่อมาก็คือแล้วความสำเร็จนี้จะยั่งยืน หรือล้มเหลว แล้วเราจะรักษาไว้ได้อย่างไรให้คงทน คำตอบก็คือ คุณธรรม(Virtue) ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์จีระเน้นย้ำตลอดเวลาว่า "คนเก่งต้องคู่กับการเป็นคนดี" ฉะนั้นการที่คนๆหนึ่งจะสร้าง Value Creation ขึ้นมา ควรย้อนกลับมาถามตัวเองก่อนว่ามีValue แค่ไหนที่จะให้คนอื่นพึงพอใจ ศรัทธา และเชื่อมั่นในตัวเรา งาย เลยสิ่งที่จะทำให้ Value ตัวเองยั่งยืน แค่ยืนบนพื้นฐานทฤษฎีที่อาจารย์บอก นั่นก็คือ "ทฤษฎี 3ต" คือ ต่อเนื่อง-ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง" ฟังแล้วก็ขำๆ แต่ก็แฝงอะไรไว้ในนี้นานัปการ เพราะถ้าทำอะไรแบบไม่ต่อเนื่อง นั่นหมายถึง ตัวเราทรยศ กบฎกับตัวเอง ขนาดตัวเองยังไม่ศรัทธาตัวเอง แล้วเราจะทำให้คนอื่นศรัทธาเราได้อย่างไร หากมองในแง่ธุรกิจ ในยุคที่ทุกคนบอกว่าเป็นยุคของการแข่งขันที่รุนแรง ผู้บริโภครับทราบข้อมูลรวดเร็วมากขึ้น ความคาดหวังสูง แล้วธุรกิจเราจะทำอย่างไรให้อยู่ยั่งยืน และต่อเนื่องได้เรื่อยๆ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไป(Customer Value) และได้รับความพึงพอใจ(Customer Satisfaction) ก็จะนำมาซึ่งความจงรักภักดี (Loyalty Customer) แล้วยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี(Corporate Image) ให้กับบริษัทเราอีกด้วย และก่อให้เกิดการ Repeat สินค้าและการบริการจากเราอยู่เรื่อยๆ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะมีวิชาชีพอะไร บนพื้นฐานจากจุดเล็กๆ ที่เราต้องตระหนักอยู่เสมอก็คือ เราได้สร้าง Value Creation ในตัวเราให้เกิดขึ้นแล้วหรือยัง แล้วเราจะรักษา Value Creation นั้นไว้ให้คงทนได้อย่างไร ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์ที่เปิดโลกทัศน์ที่หลากหลายและดิฉันจะนำไปต่อยอดความรู้ ความคิดที่เป็นประโยชน์และนำไปสู่การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นต่อไปค่ะ
หัวข้อ : อ่านและวิจารณ์ หนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้”
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน “Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration.” "อัจฉริยะเป็นแรงบันดาลใจร้อยละหนึ่ง ส่วนที่เหลือร้อยละเก้าสิบเก้าคือ ความมุ่งมั่น." (Thomas Edison: Most famous American Inventor who, singly or jointly, held a world record 1.093 patents. In addition, he created the world's first industrial research laboratory, 1847-1931)
คำกล่าวนี้จะสำเร็จผลไปไม่ได้ถ้าไม่ได้ความร่วมแรงร่วมใจจากคนในองค์กรช่วยกันสร้าง หนังสือ HR Champions : ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ ของท่านพารณ และท่านอาจารย์จีระ ส่งเสริมบทกวีข้างต้นได้เป็นอย่างดีว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Management) ที่เป็นระบบ จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของระบบการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ซึ่งต้องใช้การวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เข้ามาช่วย คนเป็นเพียงต้นทุน(Human Capital) การผลิต “คน” ต่างหากคือผลกำไรที่แท้จริงขององค์กร และผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดี(เก่งและดี) มีภาวะความเป็นผู้นำสูง(Think Global Act Local) แล้วองค์กรก็จะอยู่อย่างยั่งยืน This statement will not succeed if without the efforts from people in the organization, the book HR Champions of the Prof.Dr.Jeera, and Dr.Paron. To be promoting poetry as well as the above. Human Resource Management is a system that will enable organizations to achieve their goals. And can enhance the value of the management system to achieve the desired objectives. We need the strategic planning from human resource management to help. Human is the only cost (Human Capital), to produce "human" is a real corporate profits. And leaders must set good model (professional and good), the leadership quality (Think Global Act Local), then the organization will be sustainable. การเรียนรู้ไม่ได้จบแค่ในโรงเรียน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ต่างหากที่เป็นปรัชญาสำคัญของระบบการเรียนรู้ และ ถ้าทรัพยากรมนุษย์ที่ถ่ายทอดความรู้ไม่ได้รับการพัฒนาแล้วองค์ความรู้ที่ปุถุชนรุ่นหลังจะได้รับจะเป็นอย่างไร เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนควรตระหนักว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไม่ใช่ปัญหาขององค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่เป็นปัญหาระดับชาติเลยทีเดียว ดังคำกล่าวที่ว่า “Cultivation is not as important as harvesting” Learning does not end just in school. "Learning for Life" is a philosophy of learning, knowledge transfer and human resources have been developed knowledge of the human generations will have to do. It is important that everyone should be aware that the development of human resources of the organization is not a problem but a national one ever, as the statement "Cultivation is not as important as harvesting". นอกเหนือจากเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยสาระในหนังสือเล่มนี้แล้ว เรายังได้ความรู้ในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นระบบโดยการถ่ายทอดผ่านแนวคิดและทฤษฎีเพื่อการพัฒนา “ทรัพยากรมนุษย์” ของอ.จีระ ถึง 10 แนวคิดทฤษฎีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น HR Architecture : ซึ่งเป็นการมองภาพรวมแต่ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้ง Macro และ Micro , ทฤษฎี 3 วงกลม เพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ , 8 K’s ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ , 5 K’s new, 4 L’s , 2 R’s , 2 l’s , C &E , HRDS and 3 L’s แล้วแนวคิดทฤษฎีของท่านพารณ 4 L’s : “Village/School/Industry/Nation that learn” ก็สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ Value Added ได้อีกทางหนึ่ง In addition to content that is packed with material in this book. We also have the knowledge to the analysis by transmission through the concept and theory development. "Human Resources" of Prof.Dr.Jeera to 10 concepts with a HR Architecture: This is an overview, but it can be adapted for both Macro and Micro, the theory of three circles, for Human Resource Management, 8 K's. that is the basis for the development of human resources, 5 K's new, 4 L's, 2 R's, 2 l's, C & E, HRDS and 3 L's to the theory of Dr.Paron 4 L's: "Village / School / Industry / Nation that learn" it can be used as a Value Added another strategy. ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เขียนหนังสือดีๆ อย่างนี้ให้เราได้นำมาใช้เป็นแนวทาง ได้ข้อคิดที่หลากหลายและเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลจริงๆ ค่ะ Thank you the professor who wrote a very good book. This allowed us to be used as a guide. It has a variety of ideas and a really enormous.
กราบเรียนท่านอาจารย์และสวัสดีทุกท่านค่ะ ในการเรียนครั้งนี้นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆซึ่งมีความรู้และแนวคิดมากมายที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคมเกิดขึ้นโดยมีท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นผู้เปิดแง้มประตูแห่งปัญญาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไม่รู้จบซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของการมาเรียนในครั้งนี้ คือ ต้องการนำองค์ความรู้ใหม่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มศักยภาพของตนเองและเสริมฐานความรู้เดิมให้แน่นเพื่อให้เป็นผู้ที่มีความรู้และ รู้จริง ซึ่งก็คงจะตรงกับคำว่า Value Added และเมื่อเปิดโอกาสให้กับตนเองเช่นนี้ก็จะส่งผลให้เกิด Value Creation คือมี New Idea และความคิดสร้างสรรค์ขึ้นจากการปะทะกันทางปัญญาเป็นการเพิ่มทวีคูณทางปัญญาซึ่งกันและกัน และเกิดเป็นความหลากหลาย Value Diversity จากการเปิดใจรับฟังผู้อื่นและนำมาสรรสร้างให้เกิดคุณค่า (Maximize Value) กับตนเอง สังคมจนถึงระดับชาติได้ ทั้งนี้องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากการคิดเป็น ซึ่งอาจเป็นความคิดนอกกรอบ (แต่ต้องเข้าใจเสียก่อนว่ากรอบนั้นมีขอบเขตอย่างไร) นำมาวิเคราะห์ให้เป็น และจำเป็นต้องผนวกกับการเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม และนำไปปฏิบัติในที่สุด จึงจะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของทุกท่านที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงภูมิใจมากหากเราจะเป็นคนดีและคนเก่งของสังคมและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาชาติ จากการ "ปลูก"คนของท่านอาจารย์จีระ ในครั้งนี้ค่ะ
ถึงลูกศิษย์ปริญญาเอก รุ่นที่ 6 ทุกคน
ผมขอชื่นชมลูกศิษย์ทุกคนที่ได้เรียนครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่แล้ว ระหว่างที่ผมเขียนอยู่ คือวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม ผมขอชมเชยว่าใน Blog มีคนคลิ๊กเข้าไปอ่านแล้ว 120 คน และมีคนตอบกลับมา 7 คน ถือเป็น 13 เท่า หากคิดเป็นสัดส่วน 120:7 ซึ่งแปลว่า Blog ปริญญาเอกสวนสุนันทา รุ่นที่ 6 มีคนสนใจมาก
แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหลักสูตรนี้ ที่ผมเป็นผู้กำกับดูแลอยู่
ประเด็นรุ่น 6 คือ ทำให้โดดเด่นกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา เพราะผมเองชอบการทำงานท้าทาย และเชื่อว่าลูกศิษย์มีความทะเยอทะยาน มีการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ไปสู่เป้าหมายทีสูงขึ้น
ผมได้อ่านข้อคิดเห็นทั้ง 7 ท่านแล้ว สรุปได้ว่า
1. หลายท่านมีความคิดสร้างสรรค์
2. ภาษาอังกฤษมีคุณภาพสูง
3. มีความใฝ่รู้มากทุกคน
ขออวยพรให้อาทิตย์ต่อๆไป ประสบความสำเร็จเช่นนี้ต่อไปครับ
วิจารณ์หนังสือ “ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้” HR CHAMPIONS ในแง่มุมของเนื้อหา สามารถกล่าวอย่างเต็มปากว่า ได้สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกาย (Inspiration) ให้แก่ผู้อ่านอย่างมาก หนังสือได้บอกเล่าความเป็นมาของอาจารย์ทั้งสองท่าน นับแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ตลอดจนบอกความมุ่งหวังต่อผลสำเร็จของงานทรัพยากรมนุษย์ที่ตั้งใจไว้ในอนาคตอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม ได้เห็นความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อพัฒนา “คน” ที่ท่านทั้งสองมองเห็นตรงกันว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลก และมีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และต่อระบบเศรษฐกิจโลก มีการนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณที่เป็นทั้งผลจากการวิเคราะห์ และวิจัย รวมทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพที่เกี่ยวกับเรื่องของคนไว้อย่างชัดเจน พอเหมาะ พอดี ไม่ทำให้หนังสือเล่มนี้ดูเป็นวิชาการมากเกินไป การสอดแทรกทฤษฎีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของทั้งสองท่านเอง หรือของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทำได้กระชับ ตรงประเด็น ทำให้น่าติดตาม ผู้วิจารณ์เองอ่านแบบที่เรียกได้ว่า ไม่วางมือ แม้วางหนังสือ เพื่อทำภารกิจอื่นๆ ก็ไม่วางสมองที่จะคิดตามอย่างต่อเนื่อง ตลอด ๒ วันเต็มที่อ่านหนังสือเล่มนี้ หลังจากอ่านพร้อมกับจดบันทึกเกร็ดความรู้ที่สอดแทรกเป็นระยะๆไปตลอดเล่ม พบว่า มีประเด็นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เมื่อเปรียบเทียบและพิสูจน์กับประสบการณ์อันเล็กน้อยในการทำงานเกี่ยวกับคน และความพยายามที่จะสร้างองค์กรเพื่อจะพัฒนาทุนมนุษย์ของผู้วิจารณ์เองเช่นกัน หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนกระจกเงาสะท้อนผลงานของผู้วิจารณ์ ให้ได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง ในอดีตที่ผ่านมา และช่วยสร้างระบบคิดที่ลุ่มลึกให้แก่ผู้วิจารณ์อย่างมาก แม้สำนวนที่ใช้จะดูเป็นแบบไทยๆ ไปบ้างแต่ก็ได้อรรถรสดี เหมือนอ่านเรื่องเล่า ได้ความรู้ใหม่มากมาย เช่น Constructionism, Global citizen หรือ เข้าใจความแตกต่างของคำ เช่น Learner Centered Learning กับ Student Centered Learning เป็นต้น ผู้เขียนเข้าใจที่จะเลือกดำเนินเรื่องและวางโครงสร้างการนำเสนอที่ดีเยี่ยม โดยให้ผ่านบุคคลที่สาม ใช้บทสัมภาษณ์ และผ่านหน่วยงานที่ท่านทั้งสองได้เคยปฏิบัติงานมาและประสบความสำเร็จเป็นให้เป็น best practice ส่วนรูปเล่มกะทัดรัด พอเหมาะ ถือไปมาสะดวก กระดาษที่ใช้ทำให้อ่านสบายตา มีเรื่องวรรคตอน คำสะกด คำผิด หรือตกหล่นพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องของงานการพิสูจน์อักษร และเป็นธรรมดาของหนังสือที่เป็นเล่มหนาพอควร ไม่ถือเป็นสาระสำคัญนัก สรุปว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ อ่านสนุก และเปี่ยมด้วยเนื้อหาสาระด้านทรัพยากรมนุษย์อย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์และเพื่อนๆ นักศึกษา ดิฉันขอสรุปประเด็นสำคัญของ Sheet “Human Capital”* ดังนี้ค่ะ
Gary S.Becker ได้กล่าวไว้ว่า ทุนมนุษย์ก็คล้าย ๆ กับ "วิธีการผลิตทางกายภาพ" เช่นเดียวกับโรงงานและเครื่องจักร: แต่สิ่งที่สามารถลงทุนในทุนมนุษย์ ก็คือผ่านการศึกษา, การฝึกอบรม, การรักษาพยาบาล เป็นต้น และผลผลิตของคนขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนจากมนุษย์แต่ละส่วน ดังนั้นทุนมนุษย์เป็นปัจจัยการผลิต, เป็นการลงทุนที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทุนมนุษย์เป็น substitutable แต่ไม่สามารถโอนได้เฉกเช่นที่ดิน, แรงงาน, หรือทุนคงที่อื่นๆ ได้
ทุนมนุษย์เป็นนามธรรม(Abstract) เพราะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) ไม่เหมือนกับทรัพย์สินทั่วไป เช่นรถยนต์ บ้าน ที่ดิน เป็นต้น แต่ทรัพย์สินอย่างอื่นพอใช้ไปนานๆ มันก็ต้องมีค่าเสื่อม ซึ่งเทียบไม่ได้กับทุนมนุษย์ที่มีแต่มูลค่าเพิ่ม มูลค่าเพิ่มมาจากไหน มูลค่าเพิ่มจากทุนมนุษย์ประกอบไปด้วย ความรู้ (Knowledge) ทักษะหรือความชำนาญ (Skills) ความสามารถ (Abilities) ตลอดจนประสบการณ์ (Experiences) เป็นต้น นอกจากนั้นทุนมนุษย์ต้องสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของยุคโลกาภิวัตน์ให้ทัน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องคุณภาพของทุนมนุษย์ก็มีปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการขาดงานที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า คือไม่มีวินัย,การใช้เวลาที่มากมายในแต่ละกิจกรรมของพนักงาน คือไม่มีความรู้ในเรื่องๆ นั้นมากพอ ,การใช้เทคโนโลยีที่ไม่ถูกกับงาน เป็นต้น การให้ความรู้ ทักษะ การเพิ่มคุณภาพ ต้องมีความต่อเนื่อง การจัดการในทุนมนุษย์ เป็นการลงทุนในตัวบุคคล เพิ่มศักยภาพบุคคล เพื่อไปเพิ่มคุณค่าผลผลิตในรูปของการสร้างคุณค่าและการฝึกอบรม เป็นการลงทุนทรัพย์ที่สำคัญที่สุด (Gary S.Becker) เพื่อจะนำไปสู่การปฏิบัติงานขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนโดยอาศัยแค่ความรู้ ทักษะ คงจะไม่พอ ควรจะเพิ่มคุณธรรมเข้าไปด้วย นอกจากนั้นการมีบุคลิกภาพและสุขภาพที่ดี ก็ล้วนแล้วแต่เป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ทั้งสิ้น
"Accounting says human capital is an expense, but human capital is also an investment generating predictable top-line growth." ฝ่ายบัญชีมองว่าทุนมนุษย์เป็นค่าใช้จ่าย แต่ทุนมนุษย์ก็เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตหรือสร้างมูลค่าเพิ่มที่สุดยอดมากด้วยเช่นกัน.: Dr.Jac Fitz-enz (the father of human capital strategic analysis and measurement)
Conclusion of the topic “Human capital” From Wikipedia ทุนมนุษย์ คือ”ทรัพยากรมนุษย์ที่ได้รับการหล่อหลอมด้วย วิธีคิด ทักษะ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญทั่วไป และความชำนาญเฉพาะทาง รวมทั้งวิถีทางในการดำรงชีวิต” ไม่ว่าจะมองในแง่มุมของด้านเศรษฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ พบว่าทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดที่ควรค่าแก่การลงทุนเพื่อความพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและระบบเศรษฐกิจของโลก ทฤษฎีของทั้งนักเศรษฐศาสตร์ และนักการศึกษา อาจเห็นต่างกัน หรือคล้ายกันบ้างในบางประเด็น แต่ในหลักการต่างเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการที่จะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เป็นทุนมนุษย์ และต้องพยายามทำให้เกิดความสมดุลของการเติบโต ทั้งในส่วนที่เป็นทุนทางธรรมชาติ กับทุนมนุษย์ ในภาพรวม ทุนมนุษย์เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา ประสบการณ์ ค่านิยม คุณภาพชีวิตซึ่งสามารถใช้ดรรชนีชี้วัดการพัฒนามนุษย์ อันประกอบด้วย ดรรชนีความคาดหวังในการดำรงชีวิต, ดรรชนีการศึกษา และดรรชนีด้านรายได้ มาใช้ในการบ่งชี้คุณภาพของทุนมนุษย์ ของแต่ละประเทศ มีการศึกษา ค้นคว้า และบทวิเคราะห์มากมายเกี่ยวกับเรื่องทุนมนุษย์ตั้งแต่ในอดีต เช่นการวิเคราะห์แนวคิดของคาร์ล มาร์กซ์ ในเรื่องทุนมนุษย์ที่กล่าวถึงอำนาจของแรงงานเกี่ยวกับการขายแรงงานเพื่อแลกเงินว่า คนงานต้องทำงานด้วยทั้งกายและใจ เพื่อให้ได้ผลตอบแทน สิ่งที่ผู้ใช้แรงงานขายไม่ใช่ทักษะ แต่เป็นผลงานจากการใช้ทักษะ และมีความแตกต่างในความหมายของคำว่า “ผู้ใช้แรงงาน” กับ “ทาส” ซึ่งถือว่าเป็นทฤษฎีทุนมนุษย์ที่น่าสนใจทฤษฎีหนึ่ง อันมีผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยบางส่วน หรือแม้แต่ทฤษฎีของ เบคเกอร์ที่ชื่อ “ Chicago School Theory” ที่พยายามอธิบายถึงความแตกต่างของค่าจ้าง และเงินเดือนในมุมมองของทุนมนุษย์ และยังมี “Signaling theory” ของ โยเซฟ สติกกิทซ์ ที่ออกมาโต้แย้งว่า การศึกษาไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้ทุนมนุษย์เพิ่มขึ้น เป็นต้น องค์ประกอบของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในบทความนี้ แสดงให้เห็นว่า มีองค์ประกอบสำคัญหลายประการเช่น ทุนมนุษย์, ทุนทางปัญญา, ทุนทางสังคม, ทุนทางความรู้, ทุนทางความคิดสร้างสรรค์, ทุนทางวัฒนธรรม เป็นต้น ที่ทำให้มนุษย์พัฒนาเป็นทุนที่มีคุณค่า และมีความยั่งยืน อย่างไรก็ตามในเรื่องทุนมนุษย์ก็ยังมีผู้มองว่ามีประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ เช่นมีการมองว่าปัญหาหนึ่งในยุคโลกาภิวัตน์ ที่เกี่ยวกับทุนมนุษย์ไม่ว่าจะในระดับองค์กร หรือระดับประเทศก็คือ การที่มนุษย์เคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง ทำให้ทุนที่เป็นทั้งลักษณะที่จับต้องได้คือปริมาณของคน และที่จับต้องไม่ได้คือคุณภาพที่อยู่ในตัวมนุษย์เคลื่อนย้ายไปด้วย ที่เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “สมองไหล” ซึ่งสามารถส่งผลดี และผลเสียได้พร้อมๆกัน แล้วแต่มุมมองของประเทศนั้นๆ หรือปัญหาเรื่องของความเสี่ยงของทุนมนุษย์ที่ส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายที่อาจสูญเสียในกรณีต่างๆที่เกี่ยวกับมนุษย์ในขณะทำงาน เป็นต้น
Firstly, I start to share my idea by questioning myself: What is it? Why? And how to do it? Secondly I reconsidered what I learned from the class. Then I search for other supplementary knowledge. Finally, I summarized my perception as follows:
The value creation is or are idea (s), thought (s), consideration (s), or view (s) which is or are worth (s), usefulness (es), benefit (s), advantage (s), profit (s), or satisfaction (s) to an organization or even the way of individual life. As the context of innovation management, value creation is effect on the stakeholders who are customers, employees and investors. Value creation is important to business in advantage among the competitiveness. Efficient creation will make the profit to business such as the creative product that is the innovation to the market. The effect on the management will be the process within organization. And I consider the most impact is human capital because personnel or human management by using value creation will lead to the synergic goal or target in organization. It comes from mutual creation of all stakeholders. Value creation must be on the basis of virtue, morality or merit, which includes who create those values and also the value of creation itself. Finally, the latent continuing goal is the sustainable development.
My opinion has been extended that each value creation should be left the clue or trail for another steps or leaps of the next creation or development.
Reference: www.bookrags.com, www.pegasus.com, www.paulgraham.com
บทวิจารณ์หนังสือ “HR CHAMPIONS”
“ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” บทสนทนาว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของนักคิดและนักปฏิบัติแห่งยุค
เป็นหนังสือที่กล่าวถึงประวัติความเป็นมา และงานที่ได้ทำมาในด้านของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ร่วมกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ของบุคคลซึ่งถือได้ว่าเป็นปราชญ์ทางด้านทรัพยากรมนุษย์ระดับแนวหน้าของประเทศไทยสองท่าน คือ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ผ่านงานเขียนในลักษณะของการสนทนาเพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำความรู้จักและสัมผัสกับตัวตนของทั้งสองท่านในแง่มุมต่างๆทั้งจากผู้ใต้บังคับบัญชา หัวหน้างานและจากผู้ร่วมงานโครงการต่างๆได้เป็นอย่างดี
“ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้” เป็นหนังสือซึ่งมีเนื้อหาในการให้แง่คิดที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างมากในด้าน การจัดระบบองค์กร การบริหารงานและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่หลายๆองค์กรน่าเอาอย่าง และดีที่สุดในงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งได้มาจากแนวคิดที่ว่า “คนเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดขององค์กร งานจะสำเร็จได้ด้วยคน” มากเสียจนหลายคนเมื่อได้อ่านแล้วจะอดคิดหรือแอบอิจฉาไม่ได้ว่า มีผู้นำอย่างนี้ด้วยหรือ ? และทำไมองค์กรของพวกเราจึงไม่มีคนดีและเก่งอย่างนี้มาดูแลพวกเราบ้างนะ องค์กรของเราจะได้มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นจากที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ในการบรรยายเนื้อเรื่องเป็นไปอย่างน่าสนใจ ชวนให้ติดตามและมีอรรถรสอย่างมากเนื่องจากเป็นการแสดงทัศนะในมุมมองของทั้งนักวิชาการ ผู้บริหารในองค์ชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นผู้เต็มไปด้วยความรอบรู้และประสบการณ์ ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านบริหาร หรือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันจะยังผลให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้และปรัชญาการเป็นผู้นำที่ไม่เพียงแต่ต้องเก่งงานเท่านั้น ต้องเก่งคนและมีจริยธรรมด้วย
ดังนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะช่วยเปิดโลกทัศน์และให้แง่คิดดีๆในการมองมนุษย์ พัฒนามนุษย์และใช้มนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้วยังตอกย้ำถึงการรู้จักและให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ว่าเป็นทรัพยากรอันมีค่าสูงสุดอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านอาจารย์และสวัสดีทุกท่านค่ะ
เรียนเพื่อนๆ ทุกท่านครับ ผมได้นิทานเรื่องนี้มาจากเมล์ นานหลายปีแล้ว ได้ฟังนิทานเรื่องนี้อีกครั้งจากที่ฟัง อ.สมชาย เล่า พร้อมๆกันกับทุกท่าน จึงจะขอดัดแปลงนิทาน และแบ่งปันแนวคิดที่ได้ ร่วมกันครับ
นิทานปรัชญา
วันหนึ่งมีอาจารย์สอนปรัชญาเดินหิ้วอะไรมาไม่รู้เยอะแยะ และก็เตรียมตัวสอนนักศึกษา สักพักอาจารย์หยิบเหยือกแก้วขึ้นมา พร้อมกับใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็มเหยือก แล้วจึงถามนศ.ว่า “เหยือกเต็มรึยัง ?”
นศ.ก็เห็นว่ามันใส่ไม่ได้แล้วจึงตอบไปว่า “เต็มแล้ว”.........
แต่อีกประเดี๋ยว อาจารย์ก็หยิบถุงกรวดขึ้นมา 1 ใบ พร้อมกับนำกรวดที่อยู่ในถุงนั้นมาเทลงไปในเหยือกแก้วอันเดิม กรวดก็ค่อย ๆ วิ่งลงไปในเหยือกตามแรงโน้มถ่วงของโลกจนเต็มเหยือก อาจารย์จึงเอ่ยถามขึ้นอีกว่า “เหยือกเต็มรึยัง ?” นศ.ก็พร้อมใจกันตอบว่า “เต็มแล้ว”
คราวนี้อาจารย์ก็หยิบกล่องขึ้นมา พร้อมกับเททรายที่อยู่ในกล่องนั้นลงไป ทรายก็ไหลไปตามช่องว่างในเหยือกใบเดิมจนเต็มเหยือก อาจารย์ก็ถามนศ.อีกว่า “เต็มยัง?” คราวนี้นศ. มั่นใจว่าเต็มแน่นอน จึงตอบอย่างมั่นใจไปว่า “เต็มแล้ว”
อาจารย์อมยิ้ม สักพักอาจารย์แอบหยิบถังซึ่งใส่น้ำขึ้นมา พร้อมกับค่อยๆเทน้ำลงไป น้ำก็ไหลลงไปอย่างรวดเร็วจนเต็มเหยือก. นศ.หัวเราะฮากันลั่นห้องเรียน!!!!!!
หลังจากนั้นท่านก็พูดเรื่องอื่นๆไปเรื่อย
พักใหญ่ท่านก็หันกลับมาเทน้ำ ลงไปอีกจนเต็มเหยือก ทิ้งไว้สักพักท่านก็เทน้ำลงไปจนเต็มเหยือกอีก ท่านทำอย่างนี้หลายครั้ง จน นศ.ทนไม่ได้จึงถามท่านว่าหมายความว่าอย่างไร?
อาจารย์จึงเอ่ยปากขึ้นว่า ชีวิตเรามันก็เหมือนเหยือกใบนี้แหละ จะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ได้น่าจะประกอบด้วยชีวิตทั้ง ๔ ด้าน
......ลูกเทนนิส หมายถึง สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือสิ่งที่เราขาดอะไรก็ได้แต่ขาดเจ้าสิ่งนี้ไม่ได้ คือชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น (Family Life)
......กรวด เป็นสิ่งที่สำคัญรองลงมา อาจจะเป็นหน้าที่การงานที่สุจริต การเรียน ความมั่นคง ก้าวหน้า มีรายได้พอเพียงแก่การครองชีพ (Business Life)
......ส่วนทราย ก็เป็นเรื่อง ความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคม (Social Life) ที่เรามักชอบที่จะหมกมุ่นอยู่กับมันตลอดเวลา
ลองคิดดูว่า ถ้าเราเอาทรายเทลงไปก่อน มันก็จะไม่มีที่ว่างเหลือให้กรวด ให้ลูกเทนนิสใส่เลยนะ เปรียบดั่งกับ ถ้าเรามัวแต่หมกมุ่นหรือจมปลักกับเรื่องบางเรื่อง ที่ไม่ลำดับความสำคัญให้ดี เราก็จะเสียเวลาไปตรงนั้นมาก แทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า ถ้าเราสามารถเรียงลำดับความสำคัญในชีวิตได้ทุกอย่างก็ราบรื่น
นศ. คนหนึ่งยืนขึ้นถามอาจารย์ด้วยความสงสัยว่า “อาจารย์แล้วน้ำล่ะ” อาจารย์ก็ยิ้ม ๆ พร้อมกับพูดว่า “แม้ว่าชีวิตคนเราจะเต็มเปี่ยมสักแค่ไหน แต่เราก็ยังมีที่ว่างสำหรับการเรียนรู้เสมอ”
การเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตด้วยความมีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม มีศรัทธา และปัญญา (wisdom) ในสิ่งที่ถูกต้อง ตามศาสนาที่ตนนับถือ มีจิตใจที่สะอาด สว่างและสงบ (Spiritual Life) นศ. พยักหน้าช้าๆ แต่ก็ไม่วายสงสัยว่า “ทำไมอาจารย์เติมน้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกได้เรื่อยๆ” เพื่อนๆ ลองช่วยกันตอบแทนอาจารย์ให้ผมด้วยครับ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นับเป็นองค์ความรู้ที่สามารถอธิบายได้ชัดเจนตามแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (adult learning) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในผู้ใหญ่ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ด้วยเหตุผลที่ว่า ทรัพยากรมนุษย์นับเป็นปัจจัยที่มีคุณค่าสูงสุดขององค์กร (บดี ตรีสุคนธ์, 2550) และเป็นปัจจัยที่สามารถช่วยผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายขององค์กร แนวคิดการบริหารองค์กรยุคใหม่จึงให้ความสำคัญต่อทรัพยากรมนุษย์และมองทรัพยากรมนุษย์เป็นกำไรไม่ใช่ต้นทุน เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าเพิ่ม ยิ่งใช้ยิ่งทำให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น (จีระ หงส์ลดารมภ์, 2550; บดี ตรีสุคนธ์, 2550)
ทุนมนุษย์ (Human Capital) หมายถึงสมรรถนะ ความรู้ ความสามารถ คุณลักษณะทางสังคมและบุคลิกภาพ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่สั่งสมอยู่ในตัวบุคคล โดยสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้ ในช่วงเริ่มต้นของทฤษฎีด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวถึงมนุษย์ในแง่ของแรงงาน ( Labor, Workforce) ต่อมาได้มีแนวคิดว่ามนุษย์นั้นถือเป็นต้นทุนถาวรอย่างหนึ่งนอกเหนือจาก ที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร โดยทุนมนุษย์นี้สามารถพัฒนาได้ด้วยการศึกษา การฝึกอบรม และสามารถให้ผลตอบแทนเป็นกำไรเช่นกันกับเครื่องจักร จนกระทั่งมีหนังสือของ Miner และ Gary Becker แห่ง Chicago School ที่ตีพิมพ์ในปี 1964 ได้กล่าวถึงHuman Capital ว่าเป็นสิ่งที่ใช้ในการผลิตเช่นกันกับ โรงงาน และเครื่องจักร ซึ่งสามารถลงทุนได้ด้วยการศึกษา การฝึกอบรม และการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วย โดยทุนมนุษย์นี้สามารถทดแทนได้ แต่ไม่สามารถถ่ายโอนได้ดังเช่น ที่ดิน แรงงาน หรือ ทุนถาวรอื่น Human Capital ยังถูกกล่าวถึงและอธิบายในหลายๆทฤษฎีทั้งในเชิงของสมรรถนะ(Competence) ,ความสามารถ (Ability) ,ทักษะ(Skill),ความรู้ (Knowledge) แต่ก็มีบางแนวคิดที่ขัดแย้งดังเช่น ทฤษฎีการส่งสัญญาณ Signal Theory ของ Joseph Stigitz ที่กล่าวว่า การศึกษาไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มทุนมนุษย์เป็นเพียงการส่งสัญญาณให้นายจ้างทราบว่าเขามีความสามารถเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ค่าจ้างที่สูงขึ้นจากค่าจ้างโดยเฉลี่ยเท่านั้น หรือการได้รับค่าจ้างที่ต่างกันขึ้นอยู่กับเพศ เชื้อชาติ การเลือกปฏิบัติ และสถานะทางสังคมเศรษฐกิจ
แนวคิดเรื่องทุนมนุษย์มีความสำคัญในหลายประเทศ จากรายงานเรื่องการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติได้มีดัชนีชี้วัดการพัฒนามนุษย์(Human Development Index: HDI)ซึ่งเป็นผลรวมของ ดัชนีอายุขัย ดัชนีการศึกษา และดัชนีรายได้ แสดงให้เห็นว่าทุนมนุษย์พัฒนาด้วยสุขภาพ การศึกษา และคุณภาพความเป็นอยู่ และทุนมนุษย์นี้มีลักษณะพิเศษซึ่งแตกต่างจากทุนทางการเงินเนื่องจากทุนมนุษย์มีการเติบโตแบบสะสมเมื่อเวลาผ่านไปต่างกับทุนทางการเงินที่เป็นไปตามวงจรธุรกิจที่มีทั้งภาวะก้าวหน้าและภาวะถดถอย ความสามารถในการผลิตของอนาคตย่อมเพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบันจากการปรับปรุงคุณภาพในแต่ละรุ่น ดังเช่นที่อินเดีย การเติบโตอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจเกิดจากการปรับปรุงด้านการบริการซึ่งถือเป็นลักษณะการเติบโตแบบสะสมของทุนมนุษย์ ประชากรรุ่นที่3 ของอินเดียมีคุณภาพมากขึ้นเนื่องจากการพัฒนาด้านการบริการเช่นการบริการทางการเงิน ,การบริการด้านsoftware การบริการด้านการท่องเที่ยวและการปรับปรุงสมดุลรายจ่ายของประเทศ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวกับการอพยพของคนที่มีการศึกษาจากประเทศที่ยากจนสู่ประเทศที่ร่ำรวยกว่าเพื่อโอกาสที่ดีขึ้น หรือการเกิดภาวะสมองไหล และต้นศตวรรษที่ 20 ได้ชื่อว่าเป็นศตวรรษของทุนมนุษย์ ในอเมริกาทุนมนุษย์เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากขึ้นเนื่องจากความต้องการแรงงานที่มีทักษะเกิดขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และประเด็นที่กล่าวว่าทุนมนุษย์คือสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ไม่สามารถเป็นเจ้าของได้แต่องค์กรสามารถทำกำไรได้จากการฝึกอบรมในระดับที่สูงขึ้น
ครั้งที่ 2
สรุปการบรรยาย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2555
ต้องมีการนำเอา Value Diversity, Value, Added และ Value Creation ไปเชื่อมโยง
กับ AEC
วันนี้เริ่มต้นบทเรียนด้วยการดูเทปรายการที่ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยาเป็นแขกรับเชิญ
ข้อดี ของท่านพารณคือเป็นวิศวกร ท่านมีปรัชญาเกี่ยวกับเรื่องคน ให้ความสำคัญกับมนุษย์
ท่านพารณ กล่าวว่า การบริหารงานบุคคลมีความสำคัญ และหากมองทางด้านเศรษฐศาสตร์ คนถือว่าเป็นสินทรัพย์ทีมีค่ามากที่สุดในองค์กร และคนมีค่าเพิ่มขึ้นตลอดเนื่องจากยิ่งอยู่ในองค์กรนาน ก็จะมีประสบการณ์ มีความรู้เพิ่มขึ้นบวกกับการได้รับการฝึกอบรม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
การทำงานให้มีประสิทธิภาพ ต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัย และมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาทำงานจึงต้องพัฒนาคนให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องให้ความสำคัญกับคนทั้งใน และนอกองค์กรด้วย
การติดต่อระหว่างกันในบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้ระบบการตัดสินใจค่อนข้างยาว ต้องมีการกระจายอำนาจ และฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน และต้องมีการจัดกระบวนการทำงานใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
การรักษาคนในองค์กร ต้องสร้างความผูกพันและความรักบริษัท ต้องให้ค่าตอบแทน ให้สวัสดิการ ให้ความเป็นธรรมในการเลื่อนขั้น ต้องให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการบริหารองค์กร
คำถามหลังจากการดูเทปจากอ.จีระ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. จุดอ่อนของเทปนี้คืออะไร
กลุ่ม 1 คุณโสภณ/กนกรส/ชลธิชา
ไม่มีการพูดถึงว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
กลุ่ม 2 นาวาอากาศโทปุญณัฐส์/นลณีย์
จุดอ่อนของเทปนี้คือจุดแข็ง เพราะพูดถึงในแง่มุมของความสำเร็จอย่างเดียว แต่ไม่พูดถึงความไม่สำเร็จ และไม่สามารถนำไปประยุกต์กับ SME ได้
ไม่สามารถนำไปใช้กับบริษัทเล็กๆ เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ของ SCG ก็ไม่สามารถนำไปใช้กับบริษัทเล็กๆได้
อ.จีระ : การนำเอาประโยชน์จากท่านพารณในเทปนี้ได้ ต้องมีการประยุกต์เพื่อนำไปใช้
กลุ่ม 3 สิบโทศักดา/คุณสารภี
จุดอ่อน คือ เรื่องข้อจำกัดของคนที่จะไปรับแนวความคิดของท่านพารณ และนโยบายของรัฐที่ยังไม่ดีพอ
ข้อสอบ
1. Macro Micro ในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวข้องกับอะไร
___________________________________________________________________________
เนื้อหาวันนี้ 8K’s+ 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยเพื่อรองรับประชาคมอาเซียนนวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์เพื่อรองรับเสรีอาเซียน
มูลค่าเพิ่มในองค์กร เกิดจากทุนมนุษย์ และทุนอื่นๆด้วย
การลงทุน คือ การเสียโอกาสวันนี้ เพื่อจะให้ได้ประโยชน์ หรือผลตอบแทนที่มากขึ้นในวันหน้า
ต้องเปลี่ยน Training เป็น Learning
ในโลกปัจจุบันมีทุนทางเศรษฐกิจ ได้แก่
- ทุนที่มาจากธรรมชาติ
- ทุนที่มาจากการเงิน
- ทุนเทคโนโลยีหรือเครื่องจักร
- ทุนมนุษย์
ทุนมนุษย์ อย่ามองเป็น Isolation เด็ดขาด
การวิเคราะห์ทุนมนุษย์ก็ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งก็คือประเด็นที่เราจะพูดกันในวันนี้ สมมติฐาน แรกก็คือ ปริมาณหรือการมองการศึกษาแบบเป็นทางการว่าจบอะไร ปริญญาตรีต้องดีกว่า ม.6 ก็ยังสำคัญอยู่ แต่จะสำคัญน้อยลง เพราะพบว่าคนเรียนน้อยก็อาจจะมีคุณภาพดีเท่ากับหรือมากกว่าคนเรียนมากก็ได้หรือที่มีคำว่า“ปัญญาอาจจะไม่ใช่ปริญญา”
ทฤษฎี 8 K’s และ 5 K’s (ใหม่)
K กลุ่มแรก เป็น Basic คือ Human capital เพราะทุนมนุษย์เกิดจากตัวเราเอง ทุนทางจริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์ ถือว่า K 1 คือ ตัวหลัก และมีทุนที่ตามมาอีก 7 K
ทุนทางจริยธรรม คือการมีความมุ่งมั่น ทำเพื่อส่วนรวม มีความซื่อสัตย์ สุจริต
ทุนแห่งความสุข ต้องถามตัวเองว่า มีPassion มีความสุขในการทำงานหรือไม่ ถือเป็นหัวใจในการทำงานแห่งความยั่งยืน
สิ่งที่ อ.จีระ อยากเน้นให้อ่าน คือ K4 ทุนแห่งความสุข และ K6 ทุนแห่งความยั่งยืน
- หากจะเขียนเรื่อง 3 V ต้องเชื่อมโยงเรื่อง 8k’s มาใช้ด้วย
- ทุนแห่งความยั่งยืน เป็นทั้งเป้าหมาย และวิธีการ
- เป้าหมายของความยั่งยืน คือ ระยะยาว
- การตัดสินใจในวันนี้ ต้องไม่ขัดแย้งกับวันข้างหน้า
- ความใฝ่รู้ต้องจัดให้เป็น habit
- ปัญญาต้องมีการยกกำลังตลอดเวลา เนื่องจากปัญหาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงต้องคำนึงเรื่องสุขภาพร่างกาย(Health)
สรุปการบ้าน
- ต้องคุยเรื่อง Outline หนังสือ
- วิจารณ์เรื่องหนังสือ 8K’S 5K’S
- อ่านชีทเรื่องเศรษฐศาสตร์แรงงาน
- จับประเด็นเรื่องตัว V ให้ได้ คือ Value Diversity, Value, Added และ Value Creation
เรียน พี่ๆปริญญาเอก สวนสุนันทา ทุกท่าน
ขอแจ้งเรื่องการ Request friend กับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในเฟสบุค ค่ะ
จากที่แจ้งพี่ๆในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องเฟสบุคอาจารย์จีระที่ไม่สามารถรับเพื่อนเพิ่มได้ เนื่องจากมีเพื่อนเกิน 5000 คนแล้ว
ดังนั้นให้พี่ๆทุกท่าน เข้าไปแอดที่ Fan page ของอ.จีระ ด้วยการกด Like ที่ Prof.Dr.Chira Hongladarom ค่ะ
เพื่อเป็นการติดตามข่าวสารของอาจารย์จีระ ที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่องค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ยานี