ภาพฝันคือการจัดการศึกษาไทยที่ทำให้เกิดผลจริงของการคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น

 

          จากวิสัยของประเทศที่จะก้าวเข้าสู่อาเซียนใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ทำให้ตนเองที่มีบทบาทเป็นครูมองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย  และปลูกฝังค่านิยมบางประการเพื่อเป็นมูลค่าให้ตนเองในการดำเนินชีวิตในภายหน้า

           ศักยภาพของเยาวชนไทยที่ต้องพัฒนาคือ ใฝ่เรียนรู้  คิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น  จากประสบการณ์ตรงจากการสอนเคมีน่าเป็นห่วงที่เด็กในยุคหลังๆ จะใฝ่เรียนรู้น้อยลง  ยังรักสบายๆ ชอบอะไรที่สะดวกและรวดเร็วซึ่งต้องบอกว่า "เป็นแบบนี้ทุกเรื่องไม่ได้"  จะพบว่าเด็กๆ ทำงานด้านการแสดงออกได้ดีแต่เรื่องวิชาการนักเรียนที่สนใจจริงจะเป็นชนกลุ่มน้อย   ในเรื่องของการคิดเป็นครูนกจะสะท้อนจากการทำปฏิบัติการทดลองเคมี  เด็กจะทำตามคู่มือปฏิบัติทุกโดยประการปราศจากความสงสัยใดๆ ดังนั้นหน้าที่ชวนคิดจึงอยู่ที่ครูว่า ทำเพื่ออะไร ทำแล้วจะทราบหรือได้ข้อมูลอะไร หรือมีวิธีการอื่นอีกหรือไม่  และศักยภาพด้านสุดท้ายคือการแก้ปัญหาเป็นพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ของห้องที่สอนยังขาดการเชื่อมโยงความรู้กับการแก้ปัญหา  หรือหากนักเรียนจะแก้ปัญหาใดๆ เด็กๆเลือกจะใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลทั้งนี้อาจจะเป็นด้วยวัยต้องพยายามปลูกฝังให้ใช้เหตุและผลในการคิดแก้ปัญหา

         ค่านิยมบางประการที่ต้องเร่งด่วนในการปลูกฝังคือ "การตรงต่อเวลา" หรือ "การรักษาเวลา"  ตามธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นจะยืดหยุ่นสูงมากกับเวลาโดยเฉพาะหากเป็นเวลาแห่งความสนุกสนาน  เด็กยังไม่คิดถึงผลกระทบต่างๆที่ตามมาจากการเข้าห้องเรียนช้า  ซึ่งอาจจะทำให้นิสัยเหล่านี้กลายเป็นนิสัยถาวร

        สุดท้ายต้องบอกว่า ครูตระหนักดีกว่า "เธอคือรุ่งอรุณของประเทศ" ดังนั้นยังไม่เหนื่อยที่จะทำหน้าที่ดังนั้นครูเองก็ต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวไปกับโลกปัจจุบันเพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เยาวชนไทยมีอนาคตที่ดีค่ะ