เด็กไทยที่เกิดที่อเมริกา พ่อแม่พามาเข้าวัด พ่อแม่เด็กๆจะเอาเครื่องเขียนและกระดาษมาด้วย  ให้เด็กๆได้มีงานทำ  เด็กที่นี้ชอบเขียนและระบายสีมากๆ

 

คุณครูสกาย สาระใต้  เคยเขียนเชิญชวนผมให้เขียนเรื่องการศึกษาในอเมริกา  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรออกมา  

คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ  สมัยเมื่อมาดูงานการศึกษาที่อเมริกาเมื่อสามสิบปีที่แล้ว  เธอบอกกับผมว่า  โรงเรียนที่เลวที่สุดของที่นี้(อเมริกา) ยังดีกว่าโรงเรียนที่ดีสุดของประเทศไทย  ยากที่จะเชื่อครับ

แสดงว่าในปี 2020 การศึกษาของเมืองไทย คงจะคล้ายๆกับการศึกษาของที่นี้(อเมริกา) ปี  2012  ไม่รู้ว่าเราจะล้าหลังประเทศมหาอำนาจไปสักกี่ปี

 

ให้กระดาษให้ที่เขียน อยากจะทำอะไรก็ตามใจ

แต่ภายในสามสิบปี การศึกษาของอเมริกาเกือบจะไม่เปลี่ยนเลย  มีแต่ว่าจะทรุดลง  สมัยลูกผมเรียนเมื่อยี่สิบปีก่อน  เด็กๆต้องหัดคัดลายมือ  เดียวนี้คงไม่มีแล้ว

เด็กสาวอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับผม กำลังเดินไปรอรถโรงเรียนตอนเช้า

นักเรียนที่นี้ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน อยากจะใส่อะไร สั้นแค่ไหนก็ตามใจ


 

วัฒนธรรมของการเข้าแถว ทุกคนต้องเข้าแถว ไม่ต้องให้บอก  ถ้าเราไปแซงเขา เขาจะมองด้วยสายตา  อาจจะมีคำต่อว่าให้ฟัง

 

สิ่งที่การศึกษาไทยควรจะมี และน่าจะมีคือ  ให้นักเรียนอยู่ใกล้ที่ไหนก็เรียนที่นั้น  ถ้าเป็นเช่นนี้ จะมีรถโรงเรียนมารับเด็กนักเรียนได้ เพราะนักเรียนเรียนไม่ไกลจากโรงเรียน  รถโรงเรียนที่นี้จะมารับนักเรียนให้ฟรี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบชั้นมัธยมปลาย  ฟรีตลอดไม่ต้องเสียเงิน  ถ้าลูกยังเล็ก พ่อแม่จะมาคอยส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนในตอนเช้า และจะมารอรับลูกตอนเย็นๆ

ค่าเล่าเรียนก็ฟรีเช่นกัน  จะมีบ้างในตอนนี้ก็คือเก็บค่าหนังสือ (หนังสือเรียนแต่ก่อนฟรี  เรียนเสร็จแล้วก็นำไปคืนที่โรงเรียน) ห้ามเขียนอะไรในหนังสือเรียน รุ่นต่อมาจะได้ใช้อีก  เป็นการประหยัดเงินของผู้ปกครอง  ตอนนี้มีการเก็บค่า Lab แล้ว เนื่องจากทางโรงเรียนไม่มีงบประมาณพอ

มีวิชาหนึ่งซึ่งผมเห็นว่าจำเป็นมาก  คือวิชาสอนขับรถ  ซึ่งมีอยู่ในชั้นมัธยมตอนปลาย  เด็กนักเรียนที่นี้จะอยากเรียนวิชานี้  เพราะถ้าผ่าน จะได้รับใบอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ตอนอายุสิบห้าสิบหก  ไม่เช่นนั้นต้องรอจะถึงอายุสิบแปดจึงจะสามารถไปสอบใบขับขี่ได้  เมืองไทยไม่ทราบว่ามีวิชานี้หรือเปล่า  ซึ่งก็น่าจะมี  จะได้สอนวิธีการขับรถที่ถูกต้องตั้งแต่เป็นเด็กๆ

 

แม้แต่ขี่จักรยาน เด็กก็ยังต้องใส่หมวกกันน็อค ไม่ใช่เป็นกฏหมาย แต่เป็นเครื่องของความปลอดภัย ที่พ่อแม่ต้องหาซื้อมาให้ครับ

 

กีฬาควรจะมี  เพราะกีฬาสอนให้รู้แพ้ รู้ชนะ สมัยผมเรียนที่เมืองไทย อาทิตย์หนึ่งมีวิชาพละชั่วโมงเดียว  คุณครูก็ปล่อยให้ไปเล่นฟุตบอลกันตามสบาย  

ที่นี้มีสอนเกือบทุกอย่าง เล่นเทนนิส ว่ายน้ำ ฟุตบอล วอลเลยบอล  วันละชั่วโมงสำหรับวิชาพละศึกษา (PE) เริ่มตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงชั้นมัธยม

วันละหนึ่งคาบ คาบละห้าสิบนาที ความฝันเป็นจริง เพราะได้ออกกำลังกาย 

 

 

ผมเอาหลานชายจากเมืองไทยมาเรียนชั้นประถมตอนต้นที่นี้ให้มาอยู่กับผม โดยผมรับเป็นผู้ปกครอง เรียนฟรีครับ ตอนมาใหม่จบชั้นประถมสี่ ไม่รู้เอ บี ซี เพราะตอนนั้นเมืองไทยห้ามสอนภาษาอังกฤษ  มาใหม่ๆคุณครูให้ไปเรียนภาษาอังกฤษกับนักเรียนชั้นประถมหนึ่ง  แต่วิชาอื่นให้เรียนชั้นเดียวกัน  ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษแล้ว เพราะอายเด็กนักเรียนชั้นประถมหนึ่ง หลานชายชอบโรงเรียนที่นี้มาก เพราะได้เล่นฟุตบอลทุกวัน  ตอนนี้หลานชายจบปริญญาโทที่นี้แล้ว ภาษาอังกฤษยังดีกว่าผมเสียอีก  เพราะเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ชั้นประถม 

ดนตรี เป็นวิชาที่ถูกตัดก่อนวิชาอื่น  แต่ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ครับ เพียงแต่ว่าไม่มีวิชาที่สอนเครื่องดนตรียากๆ และแพง เช่น ไวโอลิน  ถ้าจะเป็นเครื่องเป่า เช่นขลุ่ย แซกโซโฟน ก็ยังมีอยู่ครับ 

 

แต่ที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ที่นี้ไม่มีการสอนศาสนาในโรงเรียน ไม่มีการสวดมนต์ ไหว้พระ ยกเว้นโรงเรียนเอกชน แต่นักเรียนส่วนมากไม่ค่อยมีปัญหา

อะไรที่สำคัญที่สุดสำหรับการศึกษาไทย ปี 2020 ก็คงจะเป็นวิชาพื้นฐาน  ต้องอ่านออก เขียนได้ ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษยิ่งดี  เพราะทุกอย่างถึงกันหมดแล้ว ทางอีเทอร์เน็ตส่วนมากก็เป็นภาษาอังกฤษ   ถ้าเด็กของเรารู้ภาษาอังกฤษ  โอกาสจะได้งานทำก็มีสูง อ่านงานวิจัยของคนอื่นได้ง่ายขึ้น 

เคยได้ยินว่าสิ่งที่ดีสุดที่ประเทศอังกฤษทิ้งไว้ให้เป็นมรดกแก่ประเทศอินเดียสมัยอินเดียเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ คือรางรถไฟ และภาษาอังกฤษ

ตอนนี้ชาวอินเดียมีงานทำทั่วโลก ก็เพราะอินเดียพูดภาษาอังกฤษได้  ภาษาไทยก็สำคัญครับ  แต่ภาษาอังกฤษนั้นทิ้งไม่ได้ สอนไปเถิดครับ ผิดๆถูกๆ ก็ยังดีกว่าไม่รู้เอาเสียเลย  อย่างน้อยเอาไว้อ่านชื่อถนนหนทาง ตอนมาเที่ยวเมืองนอก จะได้ไม่หลง

คณิตศาสตร์ก็ต้องเรียน ต้องเรียนเลขคณิต เรขาคณิต อย่างน้อยเรียนเอาไว้สอนลูกตอนเธอเรียน จะได้ตรวจการบ้านให้ได้ ส่วนวิชาตรีโกณมิติ กับวิชา แคลคูลัส  ตั้งแต่ผมเรียนจบมาไม่คอยใช้  นอกจากลูกมาถามการบ้าน  ซึ่งก็ลืมไปหมดแล้ว

วิชาพิมพ์ดีด พิมพ์สัมผัส ต้องเรียนครับ  ยิ่งพิมพ์เร็วแค่ไหน การบ้านยิ่งเสร็จเร็วแค่นั้น ตอนไปทำงานก็ต้องพิมพ์งานส่ง  เขียนบล๊อคก็ต้องใช้วิชาพิมพ์ดีด

ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ สรุปได้คำเดียว  อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น  ก็น่าจะพอแล้ว  อย่างอื่นเป็นส่วนประกอบ

 

เด็กไทยมีบุญวาสนาได้ตักบาตรกับพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านพระอาจารย์นพดล ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ดูให้ดี คุณแม่สอนให้เธอถอดรองเท้าก่อนที่จะใส่บาตร

 

ส่วนศาสนา ความดี ความถูกต้อง ความโปร่งใส พ่อแม่ต้องสอนเองครับ  ต้องพาไปวัด ไปไหว้พระ สวดมนต์ สมาธิภาวนา ปฏิบัติกันเอง  เด็กไทยที่นี้เวลาแต่งงานจะเปลี่ยนศาสนาจากศาสนาพุทธ ไปเป็นศาสนาอื่น  เพราะเด็กไทยที่นี้ไม่รู้หลักจริงๆของศาสนาพุทธ ไปวัดก็ไม่เข้าใจพระเทศน์  บทสวดมนต์ก็อ่านไม่ออก ไปนั่งก็เหมือนไปทรมาณตนเสียมากกว่า   แต่พอเธอเข้าฝึกสมาธิภาวนาเธอจะไม่เปลี่ยนศาสนาง่ายๆหรอกครับ

เพราะอะไร......

เพราะว่าเธอได้พบกับความสุข ความสงบ ที่ไม่มีวิชาใด และศาสนาใดที่จะสอนเธอได้  

เธอเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองครับ