.....การเดินเท้าเปล่าช่วยล้างพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้อายุยืนยาว ช่วยในคนนอนหลับยาก ช่วยลดความดันโลหิตและช่่วยเพิ่มความสมดุลย์ให้กับร่างกาย......

 

 

บทความจาก slim up  บอกไว้ว่า.....ถ้าหากเราเบื่อในการเดินหรือวิ่งไปข้างหน้า  ให้ลองเปลี่ยนมาเดินหรือวิ่งถอยหลังดูบ้าง  จะช่วยบำรุงหัวใจ  ปอด  กล้ามเนื้อและข้อโดยเฉพาะสะโพก  ขา  ลำตัวจะแข็งแรงมากยิ่งขึ้น  นอกจากนั้นยังช่วยให้ประสาทการได้ยินและการมองเห็นสิ่งรอบข้างของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อืมมมมน่าคิดนะ


 

แต่ไหนแต่ไรมาแล้วตั้งแต่เด็กที่ krugui ชอบเดินเท้าเปล่าเท่าที่โอกาสอำนวย  จนถึงปัจจุบันก็ยังชอบเดินไปโน่นไปนี่ขณะอยู่ในบริเวณบ้านโดยไม่ใส่รองเท้า  ยิ่งถ้าหากไปเจอหญ้านุ่มๆด้วยแล้ว  สลัดรองเท้าทิ้งอย่างง่ายดายเชียวแหละ  สมัยสอนเด็กนักเรียนอยู่ในห้องเรียน  krugui  ก็มักจะชอบถอดรองเท้าทิ้งไว้เสมอๆ  ถึงใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเพราะเด็กไม่เคยว่าอะไรและไม่ท้วงติงด้วย.....



จนกระทั่งในยุคโลกไร้พรมแดน  การมองเห็นประโยชน์ของการเดินเท้าเปล่าถึงได้มามีอิทธิพลต่อคนรักสุขภาพกันอย่างทั่วหน้า

อย่างเช่น  อลิซาเบท มาราซิตา ผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดกดจุดและออกแบบสวนสาธารณะสำหรับเดินด้วยเท้าเปล่า แห่งแรกในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อ้างถึงการศึกษาชิ้นหนึ่งในวารสาร "Journal of the American Geriatrics Society" ให้คำแนะนำว่า การเดินด้วยเท้าเปล่าๆ บนทางที่ได้นวดเท้าไปในตัว สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ช่วยลดระดับความดันโลหิตได้

ทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ดร.คริสติน ดอนเนลลี อาจารย์ผู้บรรยายการบำบัดแบบผสมผสาน มหาวิทยาลัยเนเปียร์ เมืองเอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์ ให้ข้อมูลว่า ผู้สูงอายุในฮ่องกงบอกว่า การเดินเท้าเปล่าช่วยล้างพิษออกจากร่างกาย และช่วยให้อายุยืนยาว




นอกจากนี้การเดินด้วยเท้าเปล่ายังช่วยลดปัญหาให้กับผู้ที่นอนหลับยากอีกด้วยทั้งนี้เพราะ  ไฟฟ้าสถิตที่สะสมอยู่ในร่าง กายเรา หากมีมากจะทำให้ร่างกายเสียสมดุล ไม่สบายทั้งกายและจิตใจ มีส่วนทำให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน วิธีระบายไฟฟ้าสถิตออกจากร่างกายก็คือ การเดินเท้าเปล่าย่ำลงบนดินหรือหญ้าที่มีความชื้นคงที่ ประมาณ 10 นาที ต่อวัน ทำบ่อยๆ ได้ตามต้องการ เพียงเท่านี้อาการนอนไม่หลับของคุณก็จะดีขึ้น




เมื่อคุณประโยชน์ของมัน มากมายแบบนี้ก็คงต้องเดินเท้าเปล่าเปลือยต่อไปอย่างสบายใจแถมสุขภาพดีอีกด้วย  ป้องกันไว้ดีกว่าเสียเงินรักษาตัวทีหลัง แถมยังได้บทความข้างต้นมาช่วย     เพราะ krugui  ตั้งใจไว้ว่าจะเพิ่มการเดินเท้าเปล่าถอยหลังเข้ามาในกิจกรรมประจำวันเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง  ใครจะเอาอย่างบ้างก็เชิญตามอัธยาศัยนะคะ  แต่......ควรจะระมัดระวังความปลอดภัยกันด้วยนะคะโดยเฉพาะสว.  ทั้งหลาย   ด้วยความปรารถนาดีค่ะ



 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Google

บทความจาก Slim up  หนังสือพิมพ์ข่าวสดและbarefoothealing.com.au