ถ้า “เรียนพิเศษ” เป็นคน ก็คงเป็นเหมือนเพื่อนข้างบ้านสมัยเด็ก โตมาก็ยังเจอหน้าทักทายกันบ้าง แต่พอเข้าสู่วัยทำงาน เรากลับเดินสวนทางกันด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่าง 

และถ้า “เรียนพิเศษ” เป็นคน ก็นับว่าเป็นคนที่ ณ วันนี้ ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในประเทศไทย เรียนพิเศษมีอีกชื่อคือ กวดวิชา ซึ่งไม่ค่อยจะปรากฎตัวเป็นข่าวมากนัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ กวดวิชาตัวพ่อได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Way ฉบับที่ 51 กับคำถามที่ว่า “เด็กๆ ขาดอะไรในโรงเรียน และหาอะไรได้จากโรงเรียนกวดวิชา” <อาจารย์เจี๋ย – เจ้าของ JIA>

“เด็กคงขาดความมั่นใจ และบางครั้งเด็กไม่ชอบค้นคว้า ชอบให้คนอื่นหาให้ ขณะที่เด็กบางคนไม่กวดวิชาแต่เรียนเก่งเพราะเขาค้นคว้าเป็น… กวดวิชามันเหมือนกับการสรุป จัดระเบียบสมองใหม่อีกทีหนึ่ง ... โรงเรียนกวดวิชาที่ดีคือโรงเรียนที่ให้บริการที่ดี ให้ความพึงพอใจ ให้คำตอบนักเรียนได้ ทำให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่กับโรงเรียนที่ดี มันคนละระบบ เพราะวัตถุประสงค์ไมใช่บริการเป็นหลัก โรงเรียนที่ดีคือโรงเรียนที่ให้โอกาสนักเรียนได้ใช้ความคิดเต็มที่ ไม่กั้นกรอบความคิด คุณครูต้องยืดหยุ่นมากกว่านี้”

ฟังดูแล้ว... เหมือนอาจารย์เจี๋ยจะเข้าใจระบบการศึกษาในบ้านเราดีกว่าคนที่เราเลือกให้เข้าไปบริหารการศึกษาเสียอีก

อาจารย์ออกมาประกาศจุดอ่อนคู่ต่อสู้แบบนี้นับว่าเป็นลูกผู้ชาย ในฐานะที่ผมปักหลักสู้กับกวดวิชาอย่างเปิดเผย (แม้จะเคยรักกัน) ก็ต้องขอยอมรับว่าเรามีจุดอ่อนจริงๆ 

การเรียนการสอนของเรา ไม่ค่อยหวังผลให้เด็ก “ชอบ” ค้นคว้า และสามารถ “สรุป” บทเรียนเองได้ ให้เด็กได้ “คิด” อย่างเต็มที่ ไม่มีกรอบให้เขา ให้เรายืดหยุ่นกว่านี้

ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้ เด็กจะรักการเรียนรู้ จะเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองตามที่เรียนพิเศษ ข้อมูลก็มีมากหลายในโลกออนไลน์

ทางหนึ่งที่ผมพอจะคิดได้คือต้องคอยฟังเสียงของเด็ก ใช้วิธีการทุกรูปแบบเพื่อทำให้เขาเกิดความ “ชอบ” ที่จะ “เรียน” เพื่อจะ “รู้” มิใช่แค่เพื่อสอบ เลิกวนเวียนกับการโต้เถียงว่าการเรียนการสอนควรจะ “ยาก” หรือ “ง่าย” แต่ควรถามว่าการเรียนการสอนของเรานั้น “น่าสนใจ” หรือ “ไม่น่าสนใจ” มากกวา

ทำได้อย่างนั้น โรงเรียนก็คงทำให้เด็ก “ทัน” วิชา* ไม่ต้องไปไล่กวดกันในวันหยุดสุดสัปดาห์อีก จะได้เอาเวลาไปใช้ชีวิตแบบเด็ก ว่าไหม?

 

*โรงเรียนทันวิชา คำนี้ถ้าจำไม่ผิด พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยงเป็นคนบัญญัติ