เลิกใช้น้ำมันทอดซ้ำ

อาหารทอด หรืออาหารอื่นๆที่ใช้น้ำมัน ควรใช้น้ำมันใหม่ๆทุกครั้งเพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า หากทำอาหารเองเราทำได้ แต่อาหารที่ซื้อเราก็ไม่ทราบเลยว่าผู้ทำขายให้เรานั้นใช้น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำำมาทำหรือเปล่า หรือบางที่มองเห็นอยู่แล้วในกระทะ ก็ยังซื้ออาหารทอดนั้นมา เสี่ยงต่อการมีโรคภัยไข้เจ็บในร่างกายในวันข้างหน้ามากๆ สารก่อมะเร็งในน้ำมันทอดซ้ำๆนั้น อันตรายจริงๆนอกจากมี  "สารโพลาร์"แล้ว ก็ยังมี การเติมไฮโตรเจนในเนยในน้ำมัน  เมื่อน้ำมันหรือเนยโดนความร้อนสูงก็เกิด ทรานส์ สารก่อมะเร็งได้อีกเช่นกัน

 

 

เลิกใช้น้ำมันทอดซ้ำ

ตัดวงจรมฤตยูเงียบก่อมะเร็ง


แม้ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาระบุชัดเจนว่า น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำหลายครั้งจะมีคุณภาพเสื่อมลง  ก่อให้เกิดสารโพลาร์ ( polar compounds ) สะสมในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของเซลล์ต่างๆ ซ้ำยังเป็นตัวการก่อโรคมะเร็งอีกหลายประเภท

 

แต่ถึงอย่างนั้น การบริโภคอาหารจากน้ำมันทอดซ้ำก็ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่คุกคามสุขภาพคนไทยมายาวนานและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังเสียที

 

วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขจึงแถลงข่าวประกาศสงครามกับน้ำมันทอดซ้ำอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดนโยบายความปลอดภัยด้านอาหาร พร้อมลงนามความร่วมมือผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำจัดการใช้น้ำมันทอดซ้ำก่อมะเร็ง และสร้างวงจรอาหารปลอดภัยให้ยั่งยืน

 

ในงานนี้มีการอภิปรายให้ความรู้เรื่อง  แนวทางจัดการกับน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ โดย นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เกริ่นว่า

  การลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการร่วมมือกันอย่างครบวงจร ระหว่างภาครัฐภาคเอกชน กับภาคประชาชน รวมถึงสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ผู้บริโภค

 

  โดยช่วงแรกจะเน้นการเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารทอด โดยเฉพาะการเปลี่ยนน้ำมันทอดซ้ำเป็นพลังงานทดแทนหรือไบโอดีเซล

 

เภสัชกรรมวรวิทย์  กิตติวงศ์สุนทร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

 

ปัจจุบันทางศูนย์พยายามสนับสนุนให้ทุกชุมชนมีเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาดมาตรฐานที่เหมาะสำหรับใช้ในอุสาหกรรมระดับชุมชน เมื่อนำน้ำมันทอดซ้ำมาแปรรูป จึงไม่เพียงลดต้นทุนการผลิตไบโอดีเซล แต่ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

ก่อนการอภิปรายเภสัชกรรมวรวิทย์ ยังฝากเทคนิคสังเกตการณ์ปรุงอาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ ดังนี้

น้ำมันจะมีสีดำคล้ำ ข้นเหนียวติดกับกระทะ ฟองมากมีกลิ่นไหม้

เมื่อใช้ประกอบอาหารมักก่อควันมากผิดปกติ

อาหารมีกลิ่นเหม็นหืน เหม็นไหม้ และอมน้ำมันเมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกระคายคอ

สุดท้ายนี้แถมข่าวดีว่า อีกไม่นานเกินรอ กรมอนามัยรวมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะเริ่มจัดระบบตรวจสอบอาหารอย่างเคร่งครัด หากพบว่าร้านอาหารใดไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำจะได้รับการรับรองอาหารปลอดภัย พร้อมตราสัญลักษณ์บ่งบอกว่าร้านนี้ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ

เพื่อสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรัก เลิกใช้น้ำมันทอดซ้ำได้แล้ว

 

 

ขอบคุณ เรื่องน้ำมันทอดซ้ำฯโดยประอรพิชญ์  คัจฉวัฒนา จากหนังสือ ชีวจิต

 

 

 

   หากผู้ที่ทำอาหารขาย มีความคิดห่วงสุขภาพผู้ซื้อบ้างก็คงจะดีไม่น้อย การเปลี่ยนน้ำมันใหม่นั้นน้อยร้านเหลือเกินที่จะเปลี่ยนระหว่างทอดขาย  เพราะการทอดขายอย่างต่อเนื่องจนขายหมด สะดวกกว่าการจะเปลี่ยนน้ำมันระหว่างทอดขาย มีคนยืนรอซื้อ เมื่อมีการเติม เพิ่มน้ำมันในกระทะทอดอีก ก็เติมลงไปเลยไม่ได้นำน้ำมันเก่าที่ทอดแล้วออก   ยิ่งร้านอาหารที่มีครัวอยู่ด้านในผู้มาสั่งอาหารไม่ทราบเลยว่าเป็นน้ำมันเก่าหรือน้ำมันใหม่ เพราะสีของอาหารก็ออกมาน่าทานเหมือนกัน อยู่ที่ผู้ซื้ออาหารควรจะระวังและพิจารณาเท่านั้นว่าควรซื้อหรือไม่ น่าจะเป็นการควบคุมที่ยากมาก จริงๆสำหรับผู้ขายที่ไม่สนใจสุขภาพของผู้ซื้อ และผู้ซื้อก็ไม่สนใจสุขภาพของตัวเอง

    ตามชนบทชุมชนยังควบคุมดูแลได้บ้าง แต่คนในเมือง ในตลาดกลางเมืองก็ยังมีบางร้านมีน้ำมันทอดซ้ำดำๆในกระทะ ผู้ซื้อก็มองเห็นแต่ก็ยังซื้อ ผู้ขายๆหมดทุกวันเหมือนเดิม  เมื่อเป็นอย่างนี้ ถึงบอกว่าดูแลควบคุมไม่ได้ตลอด ถึงได้ก็ได้ไม่นาน ผู้ขายบางร้านก็ทำเหมือนเดิมขอให้ขายดี ขายหมด อาหารทอด ผัด หรืออาหารอื่นๆที่ใช้น้ำมัน  ผู้ซื้ออย่างเราก็ควรตัดสินใจดีๆก่อนซื้อ ซื้ออย่างอื่นแทนได้ไหม? หรือเลือกร้านอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วทานร้านไหนอร่อยก็จะซื้อร้านเดิมๆ ไม่มีทางเลือกจึงมีการซื้อบ่อยๆ

   น้ำมันใช้ซ้ำมีอันตรายต่ิอสุขภาพ นอกจากน้ำมันที่ใช้ที่มีสารอันตรายแล้ว ถ้าอาหารนั้นมีเนื้อสัตว์ ไขมันที่อยู่ในเนื้อสัตว์ มีคอเลสเตอรอล ควรทานแต่พอดีพอควร  หากร่างกายเผาผลาญช้า ร่างกายไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ทานอาหารที่มี พืชผัก ผลไม้ สมุนไพร ฯช่วยขับ ล้างออกไป   จะเกิดการสะสมไขมันในร่างกาย แล้วก็เกิดโรคต่างๆได้

 

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี