ท่านที่พอมีความรู้อ่านออกอังกฤษ ลองอ่านดูนะครับ
http://www.economist.com/node/21556940
เขาบอกว่าการศึกษาไทยล้มเหลวมาก แม้จะทุ่มงบลงไปละเลงกันถึง 20% ของงบชาติแล้ว (น่าจะมากที่สุดในโลกเมื่อคิดเป็นร้อยละ...คนถางทาง) การวัดผลการศึกษาบอกว่ามันเลวลงเรื่อยๆ ทั้งในระดับสัมบูรณ์ และ สัมพัทธ์กับเพื่อนบ้าน (เช่น เวียตนาม)
ผมเอง คิด-เขียนเรื่องการศึกษามามากที่สุดในบรรดาเรื่องทั้งหลาย ขอฟันธงอีกครั้งว่า ความผิดเพี้ยนทั้งปวงเป็นของการที่เรามีหัวโง่ ซึ่งหัวในที่นี้มีสองหัวคือ หัวการเมือง และหัววิชาการ ซึ่งมันเป็นการโง่อย่างบูรณาการเสียอีกด้วย
ความโง่ (อวิชชา) เป็นต้นกำเนิดวงจรแห่งทุกข์ได้เสมอ ตั้งแต่ทุกข์วิญญาณ อารมณ์ ไปจนถึงทุกข์แห่งชาติ
สังคมเราเป็นสังคมอิงนาย (อิงอำนาจ) แต่คณะราษฎร์ซึ่งเป็นต้นกระบวนด้านการเมืองดันโง่ไปลอกเอาระบบปชต. ฝรั่งมาใช้ ทำให้เกิดการซื้อเสียงได้ง่ายๆ ทำให้เราได้นักการเมืองโง่ๆ ที่ซื้อเสียงเข้าไปถอนทุน แทนที่จะไปบริหารประเทศ ต้นขบวนมันโง่เสียแล้ว มันก็นำปลายขบวนไปสู่ความโง่ด้วย ...หนีไม่พ้น
ส่วนสังคมมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นต้นกระบวนด้านวิชาการเราก็โง่พอกัน เพราะอาจารย์น้อยไม่กล้าเถียงอาจารย์ใหญ่ (ซึ่งอจ.ใหญ่เองก็โง่เห่อฝรั่งเหมือนนักการเมืองนั่นแหละ) ทำให้เราไปลอกวิชาการฝรั่งมาใช้ทั้งหมด รวมทั้งวิชาการการเมือง เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดีทั้งหลาย
หัวขบวนโง่ทั้งสองหัวนี้ชักนำสังคมไทยไปสู่ความเป็นทาสต่างชาติในทุกเรื่อง ก่อเกิดความผิดเพี้ยนทุกระดับ ขาดการคานอำนาจทัดทานกันในระหว่างองคพยพของสังคม เช่น หัวหน้าพรรค นายทุน อธิการบดี จะทุบหัวโต๊ะสั่งการอะไรก็ได้เสมอ ทั้งที่อาจโง่ คิดไม่ออก และหรือเลวด้วย เพราะรับเงินนายทุนไทยและต่างชาติเข้ามาเพื่อทุบโต๊ะ
ความเพี้ยนที่สำคัญที่สุดคือนักการเมือง ภายใต้การชี้นำปรึกษาของนักวิชาการ ชักนำเอาทุนต่างชาติเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำชาติเรา จนพ่อแม่ในชนบทต้องทิ้งลูกเต้าเข้าไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างชาติ ปล่อยให้เด็กๆ โตขึ้นมาโดยไม่มีพ่อแม่ให้ความอบอุ่น มันก็เลยเสียเด็กกันหมด ติดยา บ้ากาม แว้น ไม่สนใจการเรียนกันหมดทั้งประเทศ
แล้วลองคิดดูว่าเด็กวันนี้คือวัตถุดิบของการสร้างสังคมชาติในวันหน้า แล้ววันหน้าเราจะมีอะไรเหลือหรือ นอกจากโง่ยกกำลังสอง สี่ แปด สิบหก...อสงขัย ไปเรื่อยๆ
ไอ้พวกนักวิชาการ “กรรมมารอ” บอบ้าทั้งหลาย ก็ปฏิลูบการศึกษา ให้เลิกสอนแบบครูสอนนักเรียนด้วยความเมตตาเหมือนในกาลก่อน แต่ให้หันมาสอนแบบ “ใบงาน” ที่นักเรียนเป็นศูนย์กลาง แบบ “ควายเซ็นเตอร์” ...ก็ยิ่งเข้าทางครู เพราะจะได้มีเวลาไปหาเงินผ่อนรถผ่อนบ้านมากขึ้น ส่วนผอ. ก็จะได้มีเวลาไปเล่นกอล์ฟกะนายกอบจ. อบต. มากขึ้น เพื่อไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งบริหารที่สูงขึ้น
การศึกษาไทย การเมือง วิชาการมหาลัยไทย จึงวินาศฉิบหายมาเป็นลำดับดังนี้แล ข้าพเจ้าเฝ้ามองมาเป็นเวลา ๑๗ ปีด้วยความชอกช้ำทรมานใจ ซึมเศร้าเป็นหนักหนา เขียนบทความเสนอไปมากก็เหมือนน้ำพริกตำละลายมหาสมุทร ที่เหนื่อยเปล่าแล้วยังถูกเต่าปูปลามันหัวเราะเยาะด้วยซ้ำไป
แสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์จะมีไหมหนอ ยังมองไม่เห็น เพราะตอนนี้อุโมงค์มันตัน อากาศหายใจก็กำลังจะหมดรอมร่อ
...คนถางทาง (๒๖ มิย ๒๕๕๕)
กรรมสาธารณะครับ
...ลองอ่านดูนะครับ https://mail.google.com/mail/#inbox/1381e11b6bca8107...
I'd like to but how? --I can't access 'your' inbox--.
A year or so there was an article in one newspaper --I can't remember which. The article says something like: IQ for Thai children before they go to school and at preschool is 105 or over. IQ for Thai children after 6 years of schooling is 98 or under. (I can't remember what IQ are for after secondary schooling and tertiary... but the numbers say the more years in Thailand's education system, the less IQ result.)
This suggests Thailand's primary education system has failed and has damaged children!
Thailand's Ministry of Education can't be happy with this result on the Ministry's report card. If children have to pass examinations, why can't the Ministry of Education 'pass' its exams too?
ขอโทษครับ ท่าน sr เอามาใหม่
http://www.economist.com/node/21556940
ผมเคยคุยกัย ผอ. รร. ตจว. หลายคน ทุกคนให้การตรงกันว่า มันไม่ไหวจริง ๆ หมด กำลังใจ เอาไม่อยู่ เพราะเด็กมันเแว้นมากเกินพิกัด ไม่สนใจการเรียนเอาเสียเลย เด็กมันแว้นทั้งในและนอกห้องเรียน ครูดุด่าอย่างไรก็ไม่สนใจเรียน ตั้งกลุ่มฮากันหลังห้อง นอกห้องเด็กชายแว้นมอไซค์ไปตีกันตามงานหมู่บ้านต่างๆ ตำรวจก็ชอบให้ตีกัน จะได้ไปตามจับ แล้วได้เงินไถ่ตัว (ตำรวจบ้านนอกไม่มีลำไพ่อื่น หาลำไพ่จากเด็ก ส่วนเด็กหญิงก็แว้น ตบตีกันเพื่อแย่งผู้ชาย) .....เขาบอกว่ามันเป็นอย่างนี้ทุกรร. ในบ้านนอกอีสาน .....
ส่วนรร.ในหัวเมือง รร.ดัง เก่าแก่ในอดีต อายุนับร้อยปี ก็เป็นกะเขาด้วยเหมือนกัน ยิ่งรัฐบาลสร้างนโยบายห้องเรียนวิทย์ ที่คัดเอาแต่เด็กเก่งไปเรียน ทุ่มเทงบให้หมดทุกอย่าง ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะรร.ดังเหล่านี้จะประคบประหงมแต่เด็กพวกนี้เพื่อสร้างชื่อเสียงให้รร. ส่วนที่เหลือก็ "ตัดหางปล่อยวัด" ให้ส่งใบงานกันไป ก็เลวพอๆ กับ รร. ตจว.
ความรู้เด็กเข้ามหาลัยวันนี้ตกต่ำกว่าเมื่อ 10 ปีอย่างมากๆ น่าตกใจ
ผมมีกำลังทหาร ผมปฏิวติจริงด้วย พับผ่า
สรุปคือ มันเป็นความผิดครู หรือ นักเรียน พ่อแม่ รัฐบาล นักวิชาการ โอ๊ย..ผมว่ามัีนนัวบูรณาการน่ะครับ สถานะของชาติไทยตอนนี้มันโคม่าแล้ว หมอไม่เก่งจริงคงเอาไม่อยู่ เตรียมโลงได้เลย (ถ้ามีเงินซื้อ)
ทุกฝ่ายต่างไม่รับรู้ความจริง วิ่งหนีกันอุตลุต
เพราะความจริง..ยอมรับไม่ได้
ทั้งที่..วิ่งหนียังไงก็ไม่พ้น
แหม... อ่านแล้วสะดุดครับ
"เขาบอกว่ามันเป็นอย่างนี้ทุกรร. ในบ้านนอกอีสาน"
เปลี่ยนเป็น "ในบ้านนอกประเทศไทย" ดีไหมครับ ผมไม่คิดว่าเด็กภาคอื่นดีกว่าเด็กภาคอีสานอย่างมีนัยสำคัญนะครับ ที่อาจารย์เขียนมานั้นภาคใต้มีหมดเลยครับ
เอาล่ะ อาจารย์อีสานกับอาจารย์ปักษ์ใต้เริ่มแข่งกันว่าเด็กภาคไหนร้ายกว่ากัน (ฮา)
รออาจารย์ภาคเหนือกับภาคกลางมาร่วมแจมนะครับ
ก็ผม คุยแต่กับ ผอ. รร. อีสาน นี่ครับ ประมาณสัก ๑๐ ท่านเห็นจะได้ ให้การตรงกันหมด ประกอบกับพ่อแม่อีสานก็หนีหายไปอยู่โรงงานริมทะเลกันหมด
ความจริงเรื่องนี้น่าทำวิจัยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่าจริงไหม และถ้าจริง เป็นทุกภาคไหม ถ้าใช่ ควรเอานักวิชาการการศึกษาที่วางนโยบายการศึกษา นายก อดีตรมว.ศึกษาทุกคน (เอ..ใครอีกดี) เอามาเข้าค่ายอบรมให้หมด เป็นเวลาตลอดชีวิต
เห็นด้วยครับ นึกดูแล้ว ที่จริงประเทศไทยมีหัวข้อวิจัยที่จะมีประโยชน์สำคัญกับประเทศเราเยอะแยะมหาศาล แต่เราก็ยังมีอาจารย์จำนวนไม่น้อยที่ "ไม่รู้ว่าจะทำวิจัยอะไรดี" เรื่องนี้เป็นผลพวงจากปัญหาการศึกษาไทยไหมครับ
ผมสังเกตอย่างหนึ่งว่าพวกที่เรียนดีมากๆ ในประเทศพอได้ทุนไปเรียนต่างประเทศจะคิดหัวข้อวิจัยไม่ได้ ส่วนพวกปากกัดตีนถีบพอไปเรียนต่างประเทศนึกหัวข้อได้เยอะแยะมากมายครับ ประเด็นนี้ก็น่าคิดครับ
ผม เคยอ่านเจอ ที่ไหน สักที่ เขาเขียนว่า ประเทศไทย นี้ดีหมดทุกอย่าง ในน้ำมีปลา ในนา มีข้าว มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ เสียอยู่อย่างเดียว ก็ตรงที่มีคนไทย มาอยู่.... เจ็บปวด หัวใจครับ
ผม เคยอ่านเจอว่า การศึกษาในเด็กเล็กบ้านเรา พบว่า เด็กอนุบาล เด็กประถม บ้านเรา มี IQ ไม่แตกต่างจากเด็กต่างประเทศครับ แต่ไม่รู้ว่า เราพัฒนาการศึกษากันยังไง ยิ่งเรียนสูง IQ เด็กยิ่งต่ำ เฮ้อ...ระบบการศึกษาบ้านเรา.....สมแล้วครับ ที่อาจารย์ใช้คำว่า .....ควาย เซ็นเตอร์.....