ตอน ดวงดาวแห่งการทำลายล้าง
เมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว โลกเกิดภัยพิบัติและถูกทำลายไปกว่า 90% ถูกปกคลุมด้วยควันหนาทึบ สีแดง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นมหาสมุทรเกือบทั้งหมด ขนาดของโลกในช่วงนั้นเล็กเพียง 1 ใน 10 ของโลกปัจจุบัน
โลกเกิดจากดวงดาวเกือบ 10 ดวงมาหลอมรวมกัน การชนครั้งสุดท้ายมีความรุแรงและใหญ่หลวงมาก หลังจากนั้นเกิดดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวารโลกจากเศษอวกาศ เศษหินที่ลอยอยู่รอบๆ โลก ดาวอังคารกับโลกมีชะตากรรมต่างกัน เนื่องจากมีขนาดที่ต่างกัน โลกมีแรงดึงดูดมากกว่าพอที่จะเก็บน้ำและมหาสมุทรไว้ได้ ส่วนดาวอังคารจะแห้งแล้งกว่า เพราะไม่มีแรงดึงดูดพอที่จะเก็บน้ำและมหาสมุทรไว้ได้
มหาสมุทรเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิต ได้มีการเกอดแนวหินขึ้นมาและมีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตซึ่งมีขนาดเล็กมาก มีจุลินทรีย์ลอยอยู่ในทะเล โดยช้คาร์บอนในทะเลในการดำรงชีวิต
ตอน ปริศนาการกำเนิดชีวิต
มีการพบจุลินทรีย์สภาพสมบูรณ์จากการเจาะเกล็ดเกลือและนำมาเพาะเลี้ยง ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้ไม่มีการเจริญเติบโตมาหลาบล้านปีมาแล้ว
เมื่อหลายพันล้านปีก่อน น้ำได้เหือดแห้งจากโลกไป จุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ จะอาศัยอยู่ใต้ดินที่ลึกประมาณ 3 กิโลเมตรซึ่งจากการที่น้ำระเหยออกไปจากโลกทำให้โลกลุกเป็นไฟ และไอหินก็ระเหย จากนั้นน้ำทะเลก็กลั่นตัวเป็นฝนตกลงมายังมหาสมุทรอย่างที่เคยเป็นมาก่อน ได้เกิดโลกใหม่แห่งมหาสมุทร จุลินทรีย์เกิดการเคลื่อนตัวมาจากใต้ดิน เกิดการเจริญอีกครั้ง
ตอน วิกฤตโลกยุคธารน้ำแข็ง
อุณหภูมิ ณ ตอนนั้นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ต่อมาน้ำแข็งละลายโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้พวกจุลินทรีย์ถูกทำลาย ทุกครั้งที่เกิดยุคน้ำแข็งสิ่งมีชีวิตจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เกิดสิ่งมีชีวิตกลุ่มยูคาริโอต
ในยุคนั้น ธารน้ำแข็งจะพัดพาหินมาจากเทือกเขา พอสิ้นยุคธารน้ำแข็ง ก็จะเหลือแต่ก้อนหิน เรียกว่า หินไม่ติดที่ ซึ่งทำให้สามารถบอกได้ว่า ถ้าที่ใดมีหินไม่ติดที่ แสดงให้เห็นถึงว่าบริเวณนั้นน่าจะเคยมีธารน้ำแข็งไหลผ่าน ในปัจจุบันมีการพบตะกอนธารน้ำแข็งบริเวณชั้นดิน ซึ่งเป็นการพัดพามาของธารน้ำแข็ง และมีการค้นพบว่าบริเวณเส้นศูนย์สูตรเคยมีธารน้ำแข็งปกคลุม ซึ่งศึกษาจากลาวาที่เย็นตัวแล้ว จึงสมมติฐานว่า โลกเคยเป็นก้อนหิมะขนาดใหญ่
ภาวะโลกน้ำแข็งจะทำให้พืชเริ่มล้มตาย ทำให้สัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารอยู่ไม่ได้ ห่วงโว่อาหารถูกทำลาย ไม่มีการสังเคราะห์แสงเกิดขึ้น
ในยุคธารน้ำแข็งนี้ มีเมทาโนเจน คือจุลินทรีย์ที่ปล่อยมีเทนออกมา มีผลให้โลกอุ่นขึ้น เกิดภาวะเรือนกระจก บรรยากาศเป็นสีแดง ไม่มีพืชหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ เคลื่อนไหว และบรรพบุรุษของมนุษย์ก็ก่อกำเนิดมาพร้อมๆ กับเมทาโนเจน และมีการเกิดของไซยาโนแบคทีเรียซึ่งจะใช้แสงอาทิตย์ในการดำรงชีวิตและปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่โลก ทำให้ก๊าซมีเทนลดลงและหมดไปในที่สุด โลกก็เย็นลง แล้วเข้าสู่ยุคก้อนหิมะอย่างรวดเร็ว
ตอน จากมหาสมุทรสู่แม่น้ำแห่งชีวิต
แนวตะเข็บของทวีปจะมีแหล่งฟอสซิลอยู่ และได้ยกตัวสูงขึ้นเป็นเทือกเขาสูงจากแรงดันของแผ่นทวีปทั้งสองดัน และเกิดโลกของน้ำจืดตรงกลางทวีป มีมอสและเฟินต้นสั้นๆ ปกคลุมพื้นดินจนเป็นสีเขียว และพบปลาแพคโทเดิร์ม ซึ่งเป็นปลาที่มีขากรรไกรที่แข็งแรงมาก พบฟอสซิลในภูเขาแดง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ ต้นอาเคออฟเทอริส ไม้กิ่งหนา ตระกูลเดียวกับสน
นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าโลกเกิดจากการรวมกันของดาวเคราะห์ 10 ดวง?
นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาจากหลุมอุกาบาต
นักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่า...แปลว่าเดาเอาว่าหรือคิดเอาว่าน่าจะเป็นแบบนี้