เว็บไซต์หน่วยราชการที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร

          ความที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษาและงานประชาสัมพันธ์  ฉันจะได้ใช้บริการเว็บไซต์ด้านการศึกษาของสถาบันต่างๆ มากมาย  รวมทั้งได้มีส่วนร่วมเล็กๆ ในการบริหารจัดการเว็บไซต์  ยกให้เป็นทั้งช่องทางและสื่อที่สำคัญและจำเป็น ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ฉันเคยเรียนรู้เรื่องหลักการทำเว็บไซต์มาหลายครั้ง อาทิ เมื่อสมัครใจไปอบรมเรื่องการสร้างเว็บไซต์ KM ,  วิพากษ์เว็บไซต์ได้มากกว่าที่คิดไว้  หรือแม้แต่การรับนโยบายเกี่ยวกับการทำอย่างไรให้เว็บไซต์ติดอันดับ Webometrics แต่นั่นเป็นเรื่องจุกจิกปวดหัวที่ต้องทำความเข้าใจ ทิ้งมันไว้ที่ทำงานดีกว่าค่ะ
กลับมาร่วมสนุกกับกิจกรรมของเราดีกว่า....

ถ้าให้ฉันมองในฐานะคนใช้งาน

          ลูกเล่นมีบ้างก็ดีค่ะ แอนิเมชั่นมีบ้างให้พอตีๆ แต่ไม่อยากได้ไอคอนที่บอกว่า news.  กระพริบถี่ๆเต็มหน้าจอนะคะ การใช้โปรแกรมกราฟิกประเภทแฟลชก็ขอได้ที่โหลดขึ้นมาเร็ว และเร็วพอที่เวลาฉันเอาเม้าท์โฉบผ่านไปก็มีข้อมูลให้ตื่นตาตื่นใจ ฉันจะได้ไม่เบื่อ ฉันขอได้รับความสำคัญในการเข้าใช้บริการอย่างเช่นพอเข้าไปปุ๊บ จุดรวมสายตาอันดับแรกคล้ายจะตั้งคำถามว่าฉันเป็นกลุ่มผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ประเภทไหน ฉันจะได้คลิกเข้าไปหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากตรงนั้นเป็นจุดเริ่ม  ในทำนอง one stop service ค่ะ ที่ฉันอยากเห็นอีกประการหนึ่งคือ ขอช่องทางเล็กๆ สำหรับการ search หาข้อมูลที่ต้องการที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้นๆ

          การกำหนดเลเยอร์แต่ละชั้นของเว็บไซต์ไม่ต้องลึกเกินสามสี่ชั้น ไม่ต้องมีสกอลบาร์เลื่อนซ้ายไปขวา แล้วไม่ต้องหรี่ตาอ่านเนื้อหาสาระที่พยายามจัดใส่ไว้ให้เต็มที่. ป้อบอัพไม่ต้องเยอะไม่ต้องให้ปรากฏทุกหน้า คือฉันเองจะไม่พยายามปิดกั้นหน้าป้อบอัพค่ะ เพราะอาจมีข่าวสารสำคัญฉุกเฉินที่อาจพลาดไปได้ การคลิกเข้าไปในแต่ละเลเยอร์หรือเว็บเพจหน้ารองๆลงไป ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าต่างใหม่ทั้งหมดก็ได้ ฉันเองก็เหนื่อยที่จะต้องมาไล่ตามปิดแต่ละหน้าค่ะ  แต่อย่างไรก็ดี ในเว็บไซต์ที่คลิกแล้วยังอยู่ในหน้าต่างเดิมก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ จากประสบการณ์โต้คลื่นอินเทอร์เน็ต ฉันรู้ว่าส่วนมากแล้วเราเองจะจมดิ่งหายไปกับการคลิกเข้าไปในเลเยอร์แต่ละชั้นๆ หายไปจนไม่ได้สติชั่วครู่ว่ากำลังค้นหาข้อมูลเรื่องอะไรอยู่ แต่ส่วนมากฉันจะใช้วิธีคลิกขวาเลือกให้เปิดหน้าต่างใหม่สำหรับเรื่องราวที่บังเอิญน่าสนใจ เพื่อไม่ให้มันดึงดูดฉันออกนอกเส้นทางค่ะ

          Ask me หรือ Ask us คิดว่าน่าจะมีไว้ให้ผู้เข้ามาใช้บริการได้ทิ้งข้อความคำถามความต้องการความช่วยเหลือ ชื่นชมให้กำลังใจฝากความเห็นไว้ได้ คือเพิ่มอีกนิดอยากให้มีแอดมินจับตาเฝ้าระวัง พร้อมที่จะส่งต่อความต้องการไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง. ขอให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารนั้นอย่างรวดเร็ว

          แผนที่เว็บไซต์ ช่องทางลัดที่จะเข้าไปแล้วไล่เรียงรู้ได้ทันทีเลยว่าฉันกำลังจะไปไหน แต่สิ่งสำคัญที่สุดค่ะคือขอข้อมูลอัพเดทจริงจังนะคะ หน้า Page not found ก็ไม่เอา

          ซึ่งฉันเองก็รู้ดีค่ะว่าบางครั้งมันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน เพราะคนทำงานราชการมักมีภาระหน้าที่มากกว่าสองอย่างสามอย่าง ในงานหลัก/งานรอง/และงานพิเศษ

บอกความในใจที่อยากได้สำหรับเว็บไซต์ส่วนราชการไปแล้วมาดูเว็บไซต์โดนใจฉันบ้างค่ะ

www.prd.go.th

ชื่อ เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ ค่ะ

          เป็นเว็บไซต์ลำดับต้นที่ฉันคิดถึงไม่ใช่เพราะฉันทำงานในแวดวงประชาสัมพันธ์อยู่แล้วนะคะ  แต่เพราะที่เว็บไซต์นี้มีทุกอย่างอัดแน่นพร้อมที่จะเป็นจุดเริ่มต้นเดินทางไปยังแหล่งข้อมูลข่าวสารด้านราชการ รวมทั้งอยากทราบข่าวสารทั่วไทยที่เป็นต้นกำเนิดข่าวจริงๆก็ต้องมาที่นี่ค่ะ

          เว็บไซต์นี้ยังทันสมัยที่เปิดช่องทางการเชื่อมโยงไปยังโลกออนไลน์ที่ถูกครอบครองพื้นที่โดยสื่อฟรีๆ (free media)สามอันดับต้นๆ คือ Facebook , Twitter, YouTube  การนำเสนอข้อมูลจะถูกถ่ายทอดใหม่ให้เข้ากับช่องทางการเสพย์สื่อของผู้ใช้งาน และจุดสำคัญที่ฉันเขียนไว้คือ การมีช่องทางสื่อสารสองทางระหว่างแหล่งข้อมูลของหน่วยงานราชการทั่วทุกแขนงอาชีพ การทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายคอย feed ข่าวสารกระจายไปยังหน่วยงานย่อยๆ สื่อมวลชน และผู้สนใจติดตามข่าวสาร นับเป็นเครือข่ายโยงใยขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ

ตามสไตล์การเขียนบันทึกของฉัน ปกติไม่ค่อยจะบรรยายอะไรมาก มองผ่านภาพกันนะคะ

 

          สรุปแล้ว เว็บไซต์โดนใจของฉันคือ เว็บไซต์ของกรมประชาสัมพันธ์ ค่ะ และสิ่งที่คิดว่าอยากจะได้ให้มีในเว็บไซต์ส่วนราชการก็ตามที่บันทึกไว้ข้างต้น ค่ะ

          ขอบคุณกิจกรรมดีดีจาก สรอ. และโกทูโนว์ ที่ให้ฉันฝึกฝนขัดเกลาการเขียนบันทึก เวลานี้สนิมที่จับเขลอะเริ่มหลุดไปบ้างแล้วค่ะ