ขงเบ้ง
"ขงเบ้ง" ตัวละครในนวนิยาย เรื่อง "สามก๊ก" หรือ
"Romance of the Three Kingdoms"
ขงเบ้งถูกเขียนให้เป็นทั้งผู้บัญชาการที่ฉลาด
และนักยุทธศาสตร์ที่เฉียบแหลม
มีความสามารถสูงในประเมินความเคลื่อนไหวของศัตรูได้อย่างถูกต้องแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์
รวมทั้งยังใช้ประโยชน์จากพลังธรรมชาติในการทำสงครามด้วย
นอกจากความสามารถทางด้านวรรณกรรมแล้ว
ขงเบ้งยังเป็นบุคคลตัวอย่างในยุคสามก๊ก เมื่ออายุ ๒๗ ปี
เขาเริ่มช่วยเล่าปีสร้างอำนาจ ขงเบ้งเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา
ไม่เลือกที่รักมักที่ชั่ง เคร่งครัดในระเบียบวินัย
และยึดมั่นในระบบการให้รางวัลและการลงโทษอย่างเข้มงวด
ในช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
มีบทสนทนาที่น่าสนใจระหว่างนักยุทธศาสตร์สองคน คือ ลูเจี่ย และ
หลิวปัง
ลูเจี่ยถามว่า "กษัตริย์ของท่านจะปกป้องประเทศได้ด้วยวิธีใด ?
หลิวปัง ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า
"จากการต่อสู้อย่างทรหดบนหลังม้าศึก"
ลูเจี่ยถามต่อไปว่า "ท่านได้ประเทศมาจากการสู้รบบนหลังม้าศึก
แล้วท่านปกครองประเทศจากบนหลังม้าศึกได้หรือไม่?"
คำสนทนานี้มีนัยสำคัญที่วควรนำมาพิจารณา คือ
วิธีการต่อสู้ทางทหารไม่สามารถนำมาใช้กับด้านการเมืองเพื่อบริหารประเทศได้
ขงเบ้งได้แสดงความเห็นของเขาไว้ใน ๑๖ กลยุทธ์บริหารคนที่น่าสนใจมากมาย
และโปรดจำคำแนะนำของขงเบ้งที่กล่าวว่า "...อย่าปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา
แต่จงยึดมั่นในการบริหารทรัพยากรบุคคล..."
กลยุทธ์ที่ 1 ... การปกครองประเทศ
ยืนหยัดมั่นคงอยู่บนหนทางที่ถูกต้องเฉกเช่นดาวเหนือ
-
การปกครองบ้านเมืองเปรียบได้กับการดูแลครอบครัวเราต้องสร้างรากฐานให้มั่นคงเสียก่อนเมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว
ส่วนอื่น ๆ ก็จะมิเกิดความผิดพลาด รากฐานของครอบครัวก็คือ
หัวหน้าครอบครัว
- ในการปกครองประเทศ ผู้ปกครองเปรียบเหมือนดาวเหนือ
ซึ่งทำหน้าที่นำทาง
ขงเบ้ง กล่าวว่า
"...ข้าราชบริพารเปรียบเหมือนดวงดาวที่โคจรอยู่ใกล้ดาวเหนือ
ประชาชนเปรียบเสมือนบริวารของดาวดวงอื่น ๆ ในท้องฟ้ายามราตรี
ตำแหน่งและทิศทางของดาวเหนือต้องไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้การโคจรของดาวดวงอื่น
ๆ สับสน ดังนั้น การเป็นผู้ปกครองที่หนักแน่นและมั่นคง
พร้อมด้วยแผนดำเนินการที่เหมาะสม
ถือเป็นรากฐานสำหรับการเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็งของรัฐ หรือ
องค์กร..."
กลยุทธ์ที่ 2 ...
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา
จงทำให้ความเคารพนับถือและความจงรักภักดี
เป็นโซ่ร้อยรัดระหว่างกัน
-
ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตนด้วยความเมตตาปรานี
-
ผู้ใต้บังคับบัญชามีหน้าที่ปฏิบัติงานของตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
- ผู้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตนอย่างสุภาพ
-
ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องรับใช้ผู้บังคับบัญชาของตนด้วยความจงรักภักดี
- ผู้บังคับบัญชามิควรออกคำสั่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรแสดงความใส่ใจ
เป็นห่วง และชื่นชมด้วย
-
ผู้บังคับบัญชาต้องเมตตาและคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
-
ผู้ใต้บังคับบัญชาควรยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมประจำใจ
-
มีเพียงคนชั่วไร้ความภักดีอย่างจริงใจเท่านั้นที่จะกลับกลอกเมื่อต้องตกที่นั่งลำบาก
- ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ไว้วางใจผู้ใต้บังคับบัญชา
ในที่สุดก็จะเหลือตัวคนเดียว
- เมื่อใดที่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ากันได้ดี
ประเทศชาติก็จะมีสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง
-
เมื่อใดที่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
หรือ เกลียดชังกัน
ประเทศชาติก็จะมีแต่ความระส่ำระสายและความทุกข์ยาก
กลยุทธ์ที่ 3 ... เปิดหูเปิดตาให้กว้าง
จงเป็นผู้นำที่ฉวยโอกาสตามสถานการณ์
เล่าปี่ : ท่านขงเบ้ง ผู้นำควรเปิดหูเปิดตาให้กว้าง
เพื่อที่จะได้รู้สถานการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมืองใช่หรือไม่
ขงเบ้ง : ถูกต้อง ท่านเข้าใจได้ดีมาก
เล่าปี่ : ข้าสามารถมองเห็นดวงจันทร์และดวงดาวอันไกลโพ้น
ขงเบ้ง : การเข้าใจสิ่งต่าง ๆ อย่างผิวเผิน
ไม่เพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำ
ท่านจะอ้างว่า ท่านมีสายตาแหลมคมไม่ได้
ถ้าท่านมองไม่เห็นความทุกข์ยากของราษฎร
ท่านจะอ้างว่าท่านมีหูไวไม่ได้
ถ้าท่านไม่ได้ยินเสียคร่ำครวญของราษฏร
กลยุทธ์ที่ 4 ... รับฟังความเห็นของผู้อื่น
เปิดใจให้กว้างกับความคิดเห็นของผู้อื่น
เพราะคำพูดที่ดีมีแต่ให้ประโยชน์
- ผู้ปกครองที่ฉลาดควรเปิดใจให้กว้าง กับข้อเสนอแนะ ความเห็น
และแม้กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่น
-
ผู้ปกครองที่ฉลาดมักจะแวดล้อมไปด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
-
ผู้ปกครองที่โง่เขลาก็จะมีแต่ลูกน้องที่ชั่วร้ายประเภทชอบเลียแข้งเลียขารุมล้อม
ท่านขงเบ้ง กล่าวว่า "...ยาดีมักจะมีรสขม คำแนะนำที่ดีมักจะไม่เสนาะหู
ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่ง
แต่ยินดีรับฟังแม้แต่คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา
นับเป็นบุคคลที่น่ายกย่องสรรเสริญ..."
กลยุทธ์ที่ 5 ... มีความหยั่งรู้
สามารถเข้าใจรายละเอียดปลีกย่อย
และแยกแยะระหว่างความถูกต้องกับความผิดได้ชัดเจน
- สองอย่างนี้แตกต่างกัน แม้มันจะคล้ายกันมากก็ตาม
- คนเขลาบางคนเข้าใจผิดคิดว่า หินสีขาว คือ หยกที่มีค่า
และเข้าใจว่า ตาของปลาคือไข่มุก
- ขุนนางที่ดี กับ ขุนนางที่ชั่วร้าย ต่างกันไกลราวคนละขั้วโลก
แต่ก็ยากที่จะแยกแยะ ถ้ามองแต่เพียงภายนอก
- เราอาจจะถูกชี้นำไปในทางที่ผิด ถ้าตัดสินอย่างผิวเผิน
จากคำพูดและการวางตัว
- ผู้ปกครองจะต้องตัดสินด้วยความรอบคอบอย่างมากว่า อะไรถูก
อะไรผิด
กลยุทธ์ที่ 6 ... การบริหารคน
ให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อชักจูงให้มาเป็นพวกเดียวกัน
- ผู้ปกครองประเทศต้องให้ราษฎรรู้ถึงเป้าหมายและแผนการของตน
เพื่อจะได้เข้าใจนโยบายของราชสำนัก
- ผู้ปกครองประเทศต้องร่างระบบกฏหมายที่ครอบคลุมขึ้นมาเป็นสิ่งแรก
- และต้องให้ประชาชนรับรู้โดยทั่วถึงกัน
- เมื่อประชาชนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว
ก็จะสามารถชนะสงครามได้ทุกครั้ง
กลยุทธ์ที่ 7 ... การสรรหาบุคลากร
สรรหาผู้ที่เหมาะสมและว่าจ้างผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
- หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญของการปกครองประเทศ คือ
การบรรจุคนที่ตรงไปตรงมา มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งสำคัญ ๆ
เพื่อป้องกันการใช้เล่ห์เหลี่ยม ประจบสอพลอ และฉกฉวยประโยชน์ใส่ตน
- หลักสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพ คือ ควบคุมการหายใจให้สม่ำเสมอ
และสร้างสมพลังหลักสำคัญในการบริหารประเทศ คือ
การสรรหาผู้ที่เหมาะสมและว่าจ้างผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน
-
ประเทศที่ผู้ปกครองมีความรู้ความสามารถเปรียบเสมือนบ้านที่มีเสาหลักคอยค้ำจุน
- ต้นไม้ที่ให้เนื้อไม้ที่ดีสำหรับนำมาทำเป็นเสาหลักได้
มักจะถูกพบในป่าลึกบนภูเขาที่ห่างไกล
คนมีความสามารถเหมาะสมที่จะช่วยนำความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติ
มักจะปะปนอยู่ในกลุ่มคนธรรมดาสามัญ
ซึ่งจะต้องค้นหาอย่างตั้งใจจริง
-
ผู้ปกครองประเทศจะสร้างสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติได้ต้องมีคนดีมีฝีมือเข้ามาช่วยทำงาน
- นักปราชญโบราณ พยายามอย่างมากที่จะเสาะหาคนดีมีความรู้
ความสามารถ
- คนดีมีฝีมือเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จในทุกกิจการ
กลยุทธ์ที่ 8 ... การประเมินผลงาน
ส่งเสริมคนดีมีปัญญาและถอดถอนคนเลว
- ถ้าผู้ปกครองต้องการให้ราชสำนักปราศจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง
มีความเข้มแข็งมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง
เขาจำเป็นต้องจัดให้มีการประเมินผลการทำงานของเหล่าขุนนาง
- ผู้ที่มีผลงานดีเยี่ยม สมควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ผู้ที่ไม่มีผลงานก็สมควรถูกปลด
Q : การประเมินผลงานเป็นสิ่งสำคัญ เกณฑ์ในการประเมินมีอะไรบ้างครับ
?
A :
ผู้ปกครองจะต้องเข้าใจความทุกข์ยากของราษฎรและใช้ความรู้สึกของราษฎรเป็นเกณฑ์ในการประเมินเหล่าขุนนาง
- ขุนนางบางคนใช้อำนาจไปในทางมิชอบ หาประโยชน์ให้ตัวเอง
หลอกลวงผู้บังคับบัญชา และกดขี่ข่มเหงราษฎร
- ขุนนางอีกประเภทหนึ่ง คือ ไม่ทำตามกฎหมายบ้านเมือง
และใช้วิธีการลงโทษตามความพอใจของตนเอง
Q :
มีขุนนางบางประเภทรวมตัวกันเป็นก๊กเป็นเหล่าแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวจากเงินของประเทศ
A : ขุนนางที่ฉ้อราษฎรบังหลวงทุกคนต้องถูกปลดออกให้หมด
- ผู้ปกครองที่โง่เขลา มักจะมีวิสัยทัศน์แคบ
และชอบใช้ความรู้สึกส่วนตัว
เป็นเกณฑ์ตัดสินการประเมินผู้ใต้บังคับบัญชา
Q : ท่านใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลื่อนตำแหน่ง หรือ
ปลดผู้ใต้บังคับบัญชา ?
A : ก็ใช้เกณฑ์ที่ว่า เขาอุทิศเพื่อความสำเร็จของราชสำนักหรือไม่
การใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน เป็นสิ่งอันตราย
กลยุทธ์ที่ 9 ... การบริหารจัดการกองทัพ
วางแผนยุทธศาสตร์ให้รัดกุมแล้วจะเป็นผู้ชนะ
- การระดมผล การเปิดฉากสงคราม และการป้องกันประเทศ
เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะต้องไม่ด่วนตัดสินใจ
กลยุทธ์ที่ 10 ... การให้รางวัลและการลงโทษ
ใช้ระบบการให้รางวัลและการลงโทษ
เพื่อการจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
- ผู้ปกครองที่ต้องการให้มีการปกครองที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
ต้องรู้จักให้รางวัลผู้ทำความดี และลงโทษผู้กระทำผิด
- การให้รางวัลและการลงโทษต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม
- การให้รางวัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับยศตำแหน่ง
แต่ขึ้นอยู่กับผลงานของเจ้า
- การลงโทษจะต้องเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
กลยุทธ์ที่ 11 ... การใช้อารมณ์
อย่าให้อารมณ์ครอบงำ
- ผู้ปกครองควรมีบุคลิกลักษณะที่สง่าผ่าเผย และไม่หงุดหงิดง่าย
- ผู้ปกครองต้องระมัดระวังบุคลิกของตัวเองและควบคุมตัวเองให้ได้
- ผู้ปกครองอาจแสดงความไม่พอใจได้ แต่ต้องไม่เกรี้ยวกราด
- ผู้ปกครองอาจจะสนุกสนานร่าเริงได้ แต่ต้องไม่เกินเหตุ
-
ผู้ปกครองไม่ควรเอาผลประโยชน์ของชาติไปเสี่ยงเพราะต้องการระบายความแค้นส่วนตัว
-
ผู้ปกครองไม่ควรหมกหมุ่นอยู่แต่เรื่องส่วนตัวจนละเลยการบริหารประเทศ
กลยุทธ์ที่ 12 ... การจัดการความวุ่นวาย
จงรอบคอบเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์ที่วุ่นวาย
Q : ถ้าการบริหารราชสำนักเกิดความสับสนวุ่นวาย ต้องแก้ปัญหาอย่างไร
?
A : ข้อแรก ปลดขุนนางที่มีมากเกินไปออก
แล้วบังคับใช้ระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
- ถ้าการปฎิรูปไม่ได้ทำอย่างเหมาะสม หรือ หุนหันพลันแล่นเกินไป
จะยิ่งทำให้เกิดความระส่ำระสายมากขึ้น
- การปฏิรูปต้องทำอย่างรอบคอบ
สอดคล้องตามสภาวการณ์ของประเทศและความต้องการของประชาชน
กลยุทธ์ที่ 13 ... ความรู้และการออกคำสั่ง
ทำตัวเองให้ดีก่อน ก่อนจะออกคำสั่งกับผู้อื่น
- ผู้ปกครองประเทศที่ทำอะไรตามสบาย แต่กลับเข้มงวดกับลูกน้องของตน
ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง
- ผู้ปกครองที่เข้มงวดกับตัวเองก่อนออกคำสั่งกับลูกน้อง
ถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
- ผู้ปกครองที่ดีแต่สั่งลูกน้อง โดยที่ตัวเองไม่เคยทำเลย
จะสั่งลูกน้องให้ทำตามคำสั่งได้ยาก
และเมื่อลูกน้องเพิกเฉยต่อคำสั่งก็จะเกิดความระส่ำระสายขึ้น
- ผู้นำต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทำตัวเองให้ถูกต้อง
แล้วค่อยออกคำสั่งกับผู้อื่น นี่เป็นหลักการง่าย ๆ
ที่ได้ผลสำหรับความเป็นผู้นำ แต่ก็มักจะถูกมองข้ามไป
กลยุทธ์ที่ 14 ... การจัดการกับปัญหา
ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อยุติปัญหาตั้งแต่แรกเริ่ม
- ประเทศต้องมีกฎหมายเช่นเดียวกับบ้านต้องกฎระเบียบ
เมื่อกฎหมายและกฎระเบียบถูกกำหนดขึ้นมาแล้ว ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
กลยุทธ์ที่ 15 ... วิสัยทัศน์
มองการณ์ไกลและวางแผนอย่างรอบคอบ
- ผู้ปกครองที่ขาดวิสัยทัศน์
หรือไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบจะต้องเผชิญกับความยุ่งยาก
- ความหวังของประชาชนอยู่ที่ผู้ปกครองประเทศ
ถ้าผู้ปกครองประเทศไม่สนใจอนาคตของชาติ
หรือไม่วางแผนเพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ผลกรรมที่ทำเอาไว้ก็จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
- ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เราต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อความสำเร็จ
กลยุทธ์ที่ 16 ... การสังเกต
อุทิศตนเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ
- เราไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำถึงแม่น้ำ
ตราบใดที่เราสามารถชำระล้างสิ่งสกปกครองออกจากตัวเองได้
- ม้าไม่จำเป็นต้องเป็นม้าสายพันธุ์ดี
ตราบใดที่มันสามารถวิ่งได้เร็ว
- ถ้าเสนาบดี หรือ ขุนพลของเราฉลาดและมีความสามารถเพียงพอ
ก็ไม่จำเป็นต้องไปเอานักปราชญ์มารับตำแหน่ง
- ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นย่อมประสบความสำเร็จ
- ผู้ปกครองประเทศ
ควรนำความสามารถหลากหลายของราษฎรมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
- แต่ละคนจะมีประสบการณ์และความสามารถแตกต่างกันไป
ผู้นำที่ฉลาดต้องรู้จักใช้ความสามารถที่หลากหลายของบุคคลเพื่อเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบาก
- ดูเหมือนว่าทุกคนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้
ดังนั้นเราจึงไม่ควรยอมแพ้เสียง่าย ๆ
**************************************
แหล่งอ้างอิง
หวังเซียนหมิง. 16 กลยุทธ์บริหารคน. กรุงเทพฯ:
ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2550.
ขอบคุณคะ บทความดีดีนี้ค่ะ
บริหาร "คน"
บริหาร "ใจ"