ด้วยบุคคลิกที่เป็นคนห้าวๆ จนทำให้ใครๆคิดว่าเราเป็นทอม แม้กระทั่งคุณป๊าสมัยมาจีบชลัญใหม่ๆ  ในสมัยวัยรุ่น นั้น  ทำให้ชลัญพลาดโอกาสที่จะได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบแบบน่าเสียดาย  ไอ้ครั้นจะให้มาเริ่มใหม่ ในวัยทำงานนั้นมันคงจะสาย ด้วยเหตุ หลายอย่างที่ส่งผลให้ ไม่ได้ทำตามฝัน ในวัยรุ่น เช่นกีฬาที่เล่นก็จะเล่นบาสเกตบอล  กระเป๋านักเรียนสะพายเป้สีดำ ไม่เคยมีรองเท้าคัตชู  ใส่ผ้าใบตลอด ไม่เคยมีกระโปรงใส่ตอนวัยรุ่นยกเว้นกระโปรงนักเรียน ฯลฯ  

 

       ฝันคือชลัญชอบดนตรีไทยที่สุดโดยเฉพาะดนตรีบรรเลง  ฟังเมื่อไรก็มีความสุข  เคยฝันอยากเล่นดนตรีไทย  แต่ในสมัยที่เรียนมัธยมนั้น  ชลัญดันเรียนเก่งไปหน่อย เด็กห้องเก่งสมัยก่อนเรียกห้อง king  เด็กห้องนี้ จะถูกจำกัดกิจกรรมที่เป็นทางด้านศิลปศาสตร์  ส่วนใหญ่จะเน้นวิทยาศาสตร์  ทั้งที่ชลัญชอบศิลปะ  วาดรูป ดนตรี  แต่ไม่มีโอกาส  อาจารย์ไม่ให้เรียน  ได้แต่ไปแอบๆมองเวลาเขาซ้อมกัน 

 

       พอไปเรียนที่วิทยาลัยพยาบาล นั้นหอที่อยู่  ด้านอกริมรั้วออกไป มีบ้านคุณลุงท่านหนึ่งปลูกอยู่ติดริมรั้ว  ท่านชอบสีซอทุกเย็น  ชลัญมักขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าฟังเสียงซอของท่าเสมอๆ 

 

       พอจบมาทำงาน เมื่อ 17 ปี ก่อนนั้น จำได้เงินเดือนเดือนแรกที่ได้ จากการตกเบิกด้วยนั้นสิ่งที่ชลัญทำนอกเหนือจากการให้พ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณของชลัญแล้วนั้น  ชลัญได้ เอาเงินส่วนหนึ่งไปซื้อซอด้วงที่ชลัญหลงไหล มาเป็นสมบัติของตัวเอง  ตอนนั้นจำได้ดี ราคา 500 บาท   ก็ถือว่าแพงในสมัยนั้น  ซื้อมา ก็ไม่มีปัญญาจะเล่นหรอก มาตั้งไว้บูชา ว่าเป็นสิ่งที่ชอบ  เรื่องของเรื่องไม่มีคนสอนน่ะ 

 

     

เมื่อสัก 1O ปีก่อนนั้น  ชลัญไปอบรม ประมาณ 1 เดือน  กลับมาบ้านพบว่าซอหายไป  ตกใจมาก  ถามแม่ บอกไม่รู้  เศร้าเสียใจมาก หายไปไหน ทำไมไม่มีใครรู้  ของรักของเรา  ไม่อยู่เดือนเดียวปรากฏว่าซอหาย  .....  จนกระทั่ง เมื่อ 2 วันก่อนนั้น หลานสาวลูกพี่สาวขนของกลับมาบ้าน เป็นพยาบาล อยู่ รพ.ลาดกระบัง  สิ่งที่ขนลงจากรถ ทำให้ชลัญตื่นเต้นมากๆ  คือซอตัวที่หายไปของชลัญนั่นเอง   เฮ้ย!  มันกลับมาได้ไง.... ทั้งดีใจทั้งสงสัยปนเปกัน  สอบถามหลานบอกว่า  ตอนที่ชลัญไม่อยู่นั้น เขาเข้าไปในห้องเห็นซอ แล้วชอบก็เลยเอาติดมือกลับกรุงเทพไปโดยไม่ได้บอกใคร  แล้วก็ลืมบอกชลัญ  เพราะปกติเราไม่เคยหวงของกับลูกหลาน แล้วก็ลืมมาจนถึงทุกวันนี้ หลานกะว่าจะเอาไปลองหัดเล่น  แต่ก็ไม่ได้เล่น เพราะสายมันขาด เก็บไว้ในกล่อง ไม่ได้เอากลับมาสักที  หลานเองก็ลืมซอนั่นไปแล้ว  ....  แล้วก็ขอโทษ ชลัญ เขาไม่รู้ว่าเรารักขนาดนี้  แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไร  ...ดีที่กลับมา

 

      เพราะมันทำให้ชลัญนึกถึงภาพความสุขทุกครั้ง ที่ขึ้นไปอ่านหนังสือบนดาดฟ้าแล้วมีเสียงซอของคุณลุงข้างหอที่กล่อมเกลาความรู้สึก ที่แข็งกระด้างของชลัญให้อ่อนโยนลงเพราะเสียงเพลงที่ชอบฟังทำให้ชลัญอยู่หอประจำของนักเรียนพยาบาลได้อย่างมีความสุข 

 

    ตอนนี้ซอของชลัญกลับมาแล้ว  ตั้งใจจะเอาไปซ่อมสาย  แล้ว จะวางไว้ที่เดิม ที่เขาเคยอยู่ รอดูหมวยน้อยโตขึ้น เขาจะชอบเหมือนแม่มั๊ย .....

 

 ซอ...นี้เตือนใจ ...  นึกถึงทีไร ... มีความสุขกับเสียงดนตรีที่ไพเราะตลอด  .... ตอนนี้กลับมาอยู่กับชลัญแล้วค่ะ    

 

 

ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์