ตอนที่ ๑ ได้เกริ่นความ เรียกร้องความสนใจ ตอนนี้จะเผยรายละเอียดวิธีล้าง
ผมจะสมมติว่าเป็นการล้างจานของครอบครัวมาตรฐาน พ่อแม่ลูกสาว ปู่ย่าตายายอีก 1 รวมเป็นห้าคน จะมีจานข้าว ๕ ใบ ผักสด ๑ น้ำพริก ๑ แกง ๑ ผัด ๑ ทัพพี หม้อหุงข้าว ช้อนส้อม
ขั้นแรกต้องแยกจานครับ (เหมือนแยกขยะ ) คือ จานมันกับจานไม่มัน ทำความสะอาดด้วยการเอามือปัดกวาดเศษอาหารออกจากจานชามให้สะอาดที่สุด (เริ่มจากสะอาดไปหาสกป)
ขั้นแรกล้างจานไม่มันก่อน (จานข้าว ผักสด) โดยเปิดน้ำก๊อก (หรือตักน้ำจากกาละมังที่รองไว้) สักหนึ่งถ้วยตะไล 20 cc ลงไปบนจานไม่มันหนึ่งใบพร้อมเอานิ้วมือขยี้ล้างอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงสารล้างจานใดๆ เพราะจานไม่มันจะไปลงสารล้างให้โง่ทำไม ขั้นแรกนี้ทำการล้างหยาบๆเท่านั้น น้ำที่เหลือจากการล้างจานใบแรก (ประมาณหนึ่งถ้วยตะไลเท่านั้น) ให้เทลงในจานไม่มันจานต่อไป ....ทำการล้างใบต่อไปและเทน้ำที่เหลือไปยังจานใบต่อไป และทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ดังนั้นจาน ๖ ใบที่ไม่มันจะถูกล้างน้ำแรกด้วยน้ำเพียงหนึ่งถ้วยตะไลเท่านั้น น้ำที่เหลือสุดท้ายก็เทลงไปนจานมัน
ขั้นที่สองล้างจานไม่มันด้วยระบบน้ำหยด จากก๊อก โดยหยดให้ช้าที่สุดเท่าที่ทำงานทัน (หรือตักน้ำมาจากกาละมังทีีรองไว้) ประมาณจานละหนึ่งถ้วยตะไลเท่านั้น หยดใส่จานแล้วทำการล้างสะอาด ด้วยการเอามือถูพร้อมเอียงจานไปมาให้น้ำลามไปทั่ว น้ำที่เหลือ เทใส่กาละมังไว้ (เอาไว้ล้างจานมัน) ในการนี้จะใช้น้ำ ๑๒๐ cc (ประมาณครึ่งแก้ว) ก็จะได้จานไม่มันที่สะอาด ๖ ใบ เอาไปคว่ำได้เลย (ช้อนไม่มัน ก็ให้ล้างโดยวิธีเดียวกันนี้)
สำหรับด้านหลังของจาน มันไม่ได้สกป. อะไรเลย ก็ไม่ต้องล้าง เอาผ้าสะอาดชุดน้ำสะอาดหมาดๆ เช็ดแรงๆ พอแล้ว (ตอนวางซ้อนกันระวังอย่าเอาไปซ้อนกับหน้าจานมันล่ะ มันจะสกป.ได้)
จากนั้นล้างจานมัน โดยน้ำแรกก็ทำการล้างน้ำเปล่า แบบเทน้ำเป็นทอด เริ่มจากจานมันน้อยไปหาจานมันมาก .. ขั้นต่อไปก็ชโลมน้ำยาแบบแฉะ อย่าให้เปียกมาก จากนั้นเอาผ้าหรือกระดาษเช็ดออกให้แห้ง (จะได้ประหยัดน้ำล้าง) จากนั้นให้เอาน้ำที่เหลือจากการล้างจานไม่มันที่เก็บไว้มาล้างจานมัน เอาคราบน้ำยาออก โดยทำการล้างแบบน้ำน้อยมากดังวิธีล้างจานไม่มันในตอนแรกนั่นเอง
น้ำสุดท้ายของจานมันก็ใช้วิธีน้ำหยด ถ้ามีสัก 3 ใบ ก็จะใช้นำเพียง 60 cc
รวมล้างจานชาม ๘ ใบ ช้อส้อม ๑๓ คันจะใช้น้ำเพียงประมาณ ๒๕๐ cc หรือ 1 แก้ว เท่านั้น แถมได้จานที่สะอาดจากการล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำไหลอีกด้วย
วิธีนี้สามารถนำไปใช้กับร้านค้าแผงลอยที่มีน้ำน้อย กรมอนามัยน่าเอาไปกำหนดเป็นกฎ และเอาไปเผยแพร่ให้ร้านค้าทุกแห่งทำนะครับ (ไม่เฉพาะแต่แผงลอย) แทนที่จะปล่อยให้ล้างกันแบบน้ำแช่ ที่พอล้างๆไป น้ำมันข้นขึ้นทุกที
ก่อนคว่ำถ้าทำการเช็ดแห้งด้วยกระดาษเช็ดจานจะดีมากครับ จะทำให้จานแห้งเร็วและมีเชื้อราสะสมน้อย กระดาษที่ใช้แล้ว อย่าเพิ่งทิ้งครับ เก็บเอาไว้ใช้ในการทำความสะอาดจานมันได้ คือพอเอามือปาดความมันทิ้งในขั้นแรกแล้ว ให้เอากระดาษนี้เช็ดคราบมันออกอีกที คราบมันจะเหลือน้อยมาก ทำให้ล้างสะอาดได้ง่ายขึ้นมาก
...คนถางทาง (๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕)
ปล. ผมคิดค้นวิธีการนี้ได้เนื่องเพราะตอนบวชพระแล้วออกธุดงค์หนึ่งเดือน พระต้องล้างบาตรกลางป่า ต้องใช้น้ำให้น้อยที่สุด ทำไงดีละครับ ก็เอาน้ำบ้วนปากก่อนการแปรงฟัน บ้วนลงไปในบาตร (บาตรเราเองไม่ต้องขยะแขยง) พอแปรงฟันเสร็จก็ล้างบาตร ก่อนอื่นล้างช้อนก่อน ด้วยน้ำบ้วนปากที่ก้นบาตรนั้นแหละ (มีนิดเดียว) เอามือขยี้ถูกให้สะอาด เททิ้ง แล้วหยดน้ำสะอาดล้างช้อน แล้วไหลลงไปล้างบาตรอีกรอบ จากนั้นเอากระดาษชำระเช็ดให้แห้ง พบว่าบาตรสะอาดมาก ไม่มีกลิ่น หรือสร้างปัญหาใดเลยตลอด 1 เดือนเต็ม (ท้องพระไม่เคยเสีย ทั้งที่เป็นคนธาตุอ่อน) หลังธุดงค์แล้วก็ยังใช้วิธีประหยัดน้ำนี้ล้างบาตรเรื่อยมา แม้ว่ามีน้ำใช้มากก็ตาม เราเป็นพระต้องช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรโลกให้มากที่สุด
สมัยโบราณหุงข้าวแบบเ็ช็ดน้ำ เตาถ่าน แม่ให้เก็บน้ำซาวข้าวไว้ เอาไว้ล้างจาน ปรากฎว่ามันล้างได้สะอาดมาก ผมเดาว่าเป็นเพราะ "ความสาก" จากน้ำซาวข้าว ที่มีละอองเปลือกข้าวอยู่ด้วย มันเป็นเศษแป้งจากผิวข้าว ซึ่งแป้งนั้นจะซับไขมันได้ดีอยู่แล้ว
คนเราบางที่ไปเรียนเรื่องใหญ่ ไกลตัวกันเกินไป ไอ้ที่ใกล้ ๆ กินอยู่ทุกวัน ไม่ค่อยจะคิดกัน ที่ท่านคิดทำนำบอกบอกกล่าว นี่่เป็นกรณีที่ดี ที่ให้คิดว่า การอยู่บ้าน ของการกิน การนอน ที่เป็นอยู่กันทุกวันนี้ มีอีกเยอะที่จะต้องคิดกันให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
ผมเห็นเคยเห็นฝรั้งเขาล้างจานอย่างนี้ครับๆ เขาเอาจานใส่อ่าง เทน้ำยาลง ไป แล้วใช้มือลูบ ๆ จานในอ่่าง และยกขึ้นวางไว้ เอาผ้าเช็ด ๆ เก็บเข้าตู้ ดูเหมือนง่าย ๆ และประหยัดน้ำ
คิดว่าน้ำยาล้างจานของฝรั่งกับของไทย มันคงจะต่างกัน ท่านใดที่รู้ อยู่กับฝรั่งนาน ๆ อาจช่วยแก้ไขเพื่มเติมที่ผมกล่าวมา ก็จะขอบคุณครับ
คุณพี่
น่าจะลองถ่ายทำเป็นคลิบให้ดูว่าทำได้จริงๆยังไงนะคะ
เชื่อว่าทำได้
แต่นึกตามแล้วคิดว่าน่าจะยากมากสำหรับคนที่เคยใช้แต่แบบน้ำเหลือเฟือนะคะ
ยังไงๆก็จะได้เอาไว้หัดทำเวลาน้ำมีจำกัด
แล้วก็จะได้ปรับให้เป็นชีวิตประจำวันต่อไปได้ค่ะ
เริ่มจากไม่กี่คนไปเรื่อยๆ
เราก็คงประหยัดน้ำให้โลกได้มากขึ้นเรื่อยๆนะคะ
(ทุกคนต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน) ขอบคุณที่นำมาสะกิดให้คิดนะคะ
เวลาที่เราไม่ขาดแคลนเราจะคิดถึงเรื่องแบบนี้น้อยมากค่ะ
ทำด้วยความเคยชินเป็นอัตโนมัติเสียมากกว่า