“วิชาพัฒนานิสิต” ถูกออกแบบการเรียนรู้ที่เน้น "กระบวนการ" มากกว่าการบรรยายในชั้นเรียน เพราะเรากำหนดการบรรยายเพียง 5 สัปดาห์เท่านั้น ที่เหลือเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่องค์กรต่างๆ ได้จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย รวมถึงการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่นิสิต (ผู้เรียน) "ออกแบบ" เอง ซึ่งมีทั้งกิจกรรมกลุ่มที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย และกิจกรรมกลุ่มที่จัดในชุมชนรอบมหาวิทยาลัย

นี่เป็นสัปดาห์แรกของการเปิดภาคเรียนใหม่ (๒๕๕๕)  ชวนให้ผมหันกลับไปทบทวนภาพรวมเกี่ยวกับการเรียนการสอนในวิชาที่ผมรับผิดชอบ-


ย้อนกลับไปเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ผมและทีมงานออกแบบการเรียนรู้ด้วยการนำนิสิตไปเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนนอกมหาวิทยาลัย เน้นการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เน้นการเรียนรู้ให้สนุก สร้างเสริมบรรยากาศให้ผู้เรียนมีความสุขกับการเรียนรู้ พร้อมๆ กับการเชื้อเชิญให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญกับ "บริบท" ของ "พื้นที่" นั้นๆ ผสมผสานกับการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งในมิติของนิสิตกับนิสิต และนิสิตกับชุมชน

  • ซึ่งโครงการที่ว่านั้นก็คือ "เรียนนอกห้องเรียน ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สู่จิตสำนึกสาธารณะ"
  • หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "เรียนนอกฤดู" อันเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มแรกของผมเอง

 

 

ครั้งนั้น ผมวางหมุดหมายไว้ชัดเจนว่า ที่สุดแล้วภายใน ๓ ปีต้องผลักดันกิจกรรมดังกล่าวเข้าสู่การเรียนการสอนให้จงได้ จนแล้วจนรอด จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม หมุดหมายที่ปักไว้นั้น ได้กลายมาเป็นวิชา "พัฒนานิสิต" สมใจหวัง เป็นการยกระดับการเรียนรู้ "นอกชั้นเรียน" มาสู่การเรียนรู้ "ในชั้นเรียน" อย่างผ่าเผย  พร้อมๆ กับการเพียรพยายามจัดการเรียนการสอนให้ทั้งสองระบบเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างมีพลัง

 

 

ครับ-ในทางวัตถุประสงค์นั้น ผมวางหมุดหมายแบบรวมๆ ไว้ประมาณว่า

  • ให้นิสิตเข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
  • พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะความเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี
  • ให้นิสิตมีทักษะกล้าแสดงออกและสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

เช่นเดียวกับในทางเนื้อหานั้น ผมผูกโยงเข้ากับความเป็น "กิจกรรมนิสิต" อย่างแน่นหนัก ด้วยหมายใจจะเป็นพื้นที่ในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของการ "ทำกิจกรรม" เพื่อพัฒนาตนเองและสังคมเคียงคู่กันไป เรียกได้ว่าเพิ่มจำนวนทั้ง "ผู้นำและผู้ตาม" สู่วิถีกิจกรรมในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยประเด็นสำคัญๆ เช่น นโยบายการพัฒนานิสิต ลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ บทบาทและความรับผิดชอบของนิสิตต่อสังคม (พลเมืองของสังคม) การพัฒนานิสิตสู่การเป็นผู้นำ การเตรียมความพร้อมในการทำงาน การพัฒนาบุคลิกภาพ ทักษะในการทำงานเป็นทีม ทักษะในการติดต่อสื่อสาร จริยธรรมในการทำงาน การจัดทำโครงการ การวางแผนการทำงาน การนำเสนอและประเมินผลโครงการ

 

 

อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า “วิชาพัฒนานิสิต”  ถูกออกแบบการเรียนรู้ที่เน้น "กระบวนการ" มากกว่าการบรรยายในชั้นเรียน  เพราะเรากำหนดการบรรยายเพียง 5 สัปดาห์เท่านั้น ที่เหลือเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่องค์กรต่างๆ ได้จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย  รวมถึงการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่นิสิต (ผู้เรียน) "ออกแบบ" เอง  ซึ่งมีทั้งกิจกรรมกลุ่มที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย และกิจกรรมกลุ่มที่จัดในชุมชนรอบมหาวิทยาลัย

และที่สำคัญก็คือในการเรียนนั้น  ผมและทีมงานเน้นการเรียนที่มุ่ง "กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน"  ผ่านกลไกสำคัญๆ เช่น

  • มีกิจกรรมนันทนาการเสริมการเรียนรู้  
  • มีวีดีทัศน์นำเข้าสู่บทเรียน
  • มีวีดีทัศน์ให้ผู้เรียนได้  "ถอดบทเรียน" ร่วมกันทั้งในระดับบุคคลและระดับกลุ่ม 
  • มีกิจกรรมการสนทนา/โสเหล่ (Dialogue & World café)  
  • มีการเล่าเรื่อง (Story telling)  
  • มีกิจกรรมถ่ายทอดความคิดในรูปแผนผังความคิด (Mind mapping)
  • มีกิจกรรมมุ่งฝึกทักษะการฟัง
  • มีกิจกรรมมุ่งฝึกทักษะการเขียน
  • มีกิจกรรมมุ่งฝึกทักษะการสื่อสารผ่านการเขียนและการเล่าเรื่อง
  • ฯลฯ

 

ครับ  ด้วยเหตุที่เป็นวิชาใหม่  การเรียนการสอนจึงถูกออกแบบอย่างผ่อนคลาย ยืดหยุ่น  ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง   และส่วนใหญ่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ และมีบางวันให้นั่งพื้น  มีบางวันให้นั่งเก้าอี้  บางวันงดการเรียนการสอน  เพื่อให้ไปเรียนรู้ด้วยตนเอง  มีบางวันให้หยุดเพื่อทำงานกลุ่ม  มีบางวันงดการเรียนการสอน  แต่ “ชวน” นิสิตไปร่วมกิจกรรมทางสังคม  เพื่อให้เรียนรู้เรื่องการทำงานกับเพื่อนๆ พี่ๆ และชาวบ้าน  จนหลายต่อหลายคนทักว่า “ผมสอนนิสิต ป.ตรี ราวกับ สอนนิสิต ป.โท”

นอกจากนั้นยังมุ่งเสริมสร้างให้นิสิตได้ตระหนักในบทบาทและสถานะของตนเอง เช่น การมุ่งมั่นทำความฝันให้เป็นจริง  การมีจิตสำนึกรักษ์บ้านเกิด  การเปิดใจที่จะเรียนรู้ใหม่ๆ  ตระหนักในเรื่องการจัดการความรู้  การทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม...ตลอดจนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯในบางเรื่อง-บางมุม

แต่ที่สำคัญก็คือในชั่วโมงแรกนั้น  ผมจะเน้นให้นิสิตได้ถามทักตัวเองใน ๒ ประเด็นหลัก คือ “ทำไมถึงลงทะเบียนเรียนวิชานี้ และอยากได้อะไรจากวิชานี้”  นอกจากนั้นในระยะต้นๆ  ผมยัง "จงใจ"  มุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้เพื่อนใหม่  โดยไม่ถึงกับรีบเร่งให้นิสิตจ่อมจมอยู่กับเนื้อหาทางวิชาการมากจนหลงลืมวิชาคน หรือคนรอบกาย

 

 

และจากนี้ไป  คือทั้งหมดที่นิสิตเข้าระบบของมหาวิทยาลัยเพื่อประเมินผลการเรียนการสอนในวิชาพัฒนานิสิต เมื่อภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๔  ซึ่งผมรู้ดีว่ายังมีอะไรต้องปรับแต่งใหม่อย่างมากมาย

  • ขอขอบคุณอาจารย์ที่ได้ให้ความรู้ทั้งในและนอกบทเรียน และสอนให้เราได้รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น รู้จักปฏิบัติและนำไปปรับใช้กับชีวิต และสอนให้เป็นนิสิตที่ดี ต่อตัวเอง สังคม ประเทศชาติ ขอบคุณอาจารย์มากๆคะ
  • ได้ความรู้สนุกมากมาย ครับ
  • อาจารย์สอนสนุกมาก
  • อาจารย์สอนทักษะกระบวนการคิด...ทักษะการทำงาน...ทักษะการเข้าหาคนในสังคม...สอนให้รู้จักประสานงานกับเพื่อน การเรียนการสอนแบบนี้หนูเพิ่งเคยเรียน... อาจารย์ช่วยพัฒนาทักษะในด้านนี้ให้กับหนู... ชอบมากค่ะ
  • ชอบกิจกรรมในห้องเรียนมากค่ะ
  • อาจารย์สอนเข้าใจง่าย และฝึกระเบียบวินัยให้นิสิตดีมากรู้จักมีความรับผิดชอบ
  • ชอบเวลา อาจารย์ให้แสดงความคิดเห็น มีการสอนที่หลากหลาย และ อาจารย์ชอบให้แต่ละคนเล่าเรื่องราวต่างๆให้กันฟัง
  • อาจารย์ได้สอนให้รู้จักอะไรมากมายทั้งที่อยู่ในมหาลัยนอกมหาลัยเรียนรู้สิ่งต่างๆ ของการใช้ชีวิตชาวบ้าน รู้จักการช่วยเหลือคนอื่นๆ รู้จักการเรียนรู้ด้วยตัวเอง รู้ความเป็นอยู่ของเพื่อนต่างคณะวิชานี้
  • มีประโยชน์มากกับการที่ได้มาเรียนรายวิชานี้บอกได้เลยว่าคุ้มค่ากับการได้เรียนในมหาลัยที่นี่ครอบคุณอาจารย์มากๆๆที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมการทำกิจกรรมต่างๆ ให้แก่มหาลัยอาจารย์สอนให้รู้จักการเป็นผู้นำกล้าคิดกล้าแสดงออกสิ่งที่ถูก
  • ขอให้อาจารย์รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^_^
  • ขอบพระคุณมากครับ
  • ชอบการเรียนวิชานี้ แต่ลงเรียนเย็นไปหน่อยเลยชอบหิวข้าว ชอบแนวคิดของอาจารย์มากเลยคะ
  • สอนได้ดีมากครับ
  • ดีค่ะ
  • อาจารย์สอนให้รู้ถึงการปฏิบัติงาน เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • อาจารย์สอนดีสอนสนุกเป็นกันเองสอนให้รู้จักความมีน้ำใจทำให้กล้าแสดงออกกล้าทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำสอนให้รู้จักคุณค่าในตัวเองและคนอื่นรู้รักบ้านเกินและไม่ลืมตัวไม่ลืมว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน
  • เข้าใจทุกเนื้อหาค่ะ

 

 

สำหรับภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๕ นั้น ผมเชื่อเหลือเกินว่า ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ทั้งในมิติของผู้สอน ผู้เรียน ..