"เทคนิควิธีการเลิกสูบบุหรี่อย่างได้ผล หรือ ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ท่านอยากได้ในการช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย"

สรอ. ขอความรู้เกี่ยวกับการ 

"เทคนิควิธีการเลิกสูบบุหรี่อย่างได้ผล หรือ ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ท่านอยากได้ในการช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย"

สำหรับบันทึกนี้ของผม ผมเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเข้าข่ายเรื่องที่ สรอ. ประสงค์หรือไม่ แต่เกี่ยวข้องกับการ บุหรี แน่นอน...

       ชีวิตผม ตั้งแต่เด็ก จำความได้ ก็ไม่เคยพิศวาทปรารถนาจะสูบบุหรี่เลยแม้แต่นิดเดียว (แต่ก็เคยลิ้มลองให้รู้ว่า บุหรีเป็นอย่างไร ทำไมถึงมีคนพยามยามที่จะจับมันเข้าปากและพ่นควันออกมาทั้งทางปาก และจมูกกันจังเลย สุดท้ายเมื่อได้รู้ จึงบอกตัวเองว่า ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการเลยในชีวิตนี้)

       แต่ชีวิตผมก็ไม่เคยหลีกหนีควันบุหรี่ได้เลย อาจจะห่างหายไปบ้างแต่ก็ยังพบเจอกันอยู่ไม่เว้นวาย ทั้งคนในครอบครัว เพื่อน และคนที่ไม่รู้จักเลย แต่ก็ต้องอยู่ในสังคมที่มีคนสูบบุหรีอยู่อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก...

       สำหรับผม สิ่งที่อยากบันทึกไว้ก็คือ ผมเป็นคนที่ไม่สามารถ ทำให้คนที่ผมรักมากที่สุด และคนที่รักผมมากที่สุดเช่่นกัน เลิกบุหรีได้...

       นั่นคือ พ่อผมเอง  ในชีวิตพ่อของผม เขาเล่าว่า สูบบุหรีมาตั้งแต่อายุ 13 - 14 และสูบมาโดยตลอดจนปัจจุบันเกือบจะ 60   ด้วยความที่ต้องประกอบอาชีพชาวประมง อยู่ในสังคม เหล้า เบียร์ บุหรี (นารี มีไม่ไม่รู้นะ แต่ไม่เคยมีปัญาเรื่องนี้เลย) ทำให้ พ่อสูบบุหรีมาก สูบบ่อย และไม่มีใครสามารถเรียกร้องให้หยุดสูบได้เลย...

       จำได้ว่า ตอนผมเด็ก ๆ ได้เรียน ได้รู้ และตระหนักถึงพิษภัยบุหรี บวกกับความห่วงใยในตัวพ่อ ผมจึงพยายามทุกอย่าง พูดทุกอย่าง และแสดงอาการทุกอย่างที่อยากให้ ห้าม ต่อต้าน และแสดงอิทธิฤทธิ์ (ในฐานะลูกคนเล็ก)  จนถึงขนาดโมโหกันอย่างมากมาย ต่างคนต่างไม่พูด หันหลังให้กัน ... สุดท้ายคนที่ทุกข์ที่สุด คือ แม่ ที่ต้องเห็น พ่อ และ ลูก ไม่พูดกัน โกรธกัน...

       เวลาผ่านไปจากวัยเด็ก จนสู่ปัจจุบัน ผมโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น พ่อก็ยังสูบบุหรี  แม้จะลดจำนวนลงบ้าง เนื่องจากป่วยและหมอสั่งห้ามให้หยุดแต่ก็ไม่หยุดขาดซะทีเดียว...  สำหรับผมคิดว่า บาดแผลจากความเจ็บช้ำที่เกิดจากคนใกล้ตัวที่สุดไม่สามารถเลิกบุหรีได้ และยังมีคนรอบ ๆ ตัวอีกหลายคนซึ่งเป็นคนที่เราห่วงใยไม่ได้สำนึกถึงผลเสียของการสูบหรี่นั้น เป็นสิ่งที่คอยสั่ง สอน และบอกตัวเองตลอดเวลาว่าจะต้องไม่เกี่ยวข้อง ข้องแวะหรือยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่โดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ในชีวิตที่ผ่านมา

        ในสังคมนี้ มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่สามารถบอก จูงใจ หรือสั่งให้เขาเลิกทำได้  ทำได้แต่เพียง "เรา" นี่แหละ ที่จะเดินออกมาให้ห่างจากสิ่งเหล่านั้น ออกมาให้ไกลเท่าที่ทำได้ แต่ถึงจำเป็นจะต้องอยู่ในสังคมนี้เราก็ต้องพยายามอยู่ให้ได้ เพราะชีวิตเราต้องก้าวต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้จมอยู่ตรงจุดนั้นตลอดเวลาแน่นอน

         ขอให้บันทึกนี้เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะเลิก ลด ละ การสูบบุหรี  และให้กำลังใจกับคนที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่า ความอดทน และหลีกให้พ้น...