กินแบบนี้เรากินน้อยๆมื้อเดียว ก็มีชีวิตและสุขภาพที่ดีได้ ทำให้หัวใจและอวัยวะทั้งหลายทำงานน้อย สึกหรอน้อย ส่งผลให้อายุยืน

เราควรปรับปริมาณและคุณภาพอาหาร     สำหรับปริมาณนั้นให้ฉีกตำรา คำสอนของหมอไทยทิ้งทันทีที่บอกว่าคนเราต้องกิน ๒๐๐๐ แคลอรี่ (kcal) ต่อวัน   เพราะนั่นไปลอกตำราฝรั่งมา คนฝรั่งนน.เฉลี่ย 80 คนไทย 60 เราต้องกินน้อยกว่า  นอกจากนี้เราเมืองร้อนชื้น (ฝรั่งหนาวแห้ง)  อัตราการสูญเสียความร้อนเราน้อยกว่าฝรั่งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร้อนจากการระเหยของน้ำสู่ลมหายใจในปอดที่ปนมากับเลือด   ...ผมได้คำนวณไว้แล้ว (ในบทความเก่าๆ)  ว่าคนไทยเฉลี่ยต้องการเพียง ๘๐๐ แคลฯ เท่านั้น   ใครกิน ๒๐๐๐ ก็ตายเร็วขึ้นอักโข  (สนใจลองคุ้นค้นหาอ่านเอาในบทความเก่าๆของผมนะครับ)

 

ส่วนคุณภาพอาหารนั้นก็ไม่ต้องไปกินครบห้าหมู่ตามตำราฝรั่งหรอกครับ  เพราะน้ำย่อยเราต่างจากเขา จะไปเอาสูตรธาตุอาหารเขามาใช้กับเราไม่ได้เป็นอันขาด เช่น น้ำย่อยเขาย่อยนม โปรตีน ได้ดีกว่าเรา แต่เราย่อยนมไ้ด้ไม่หมดจรด แต่เราน่าจะย่อยแป้งได้ดีกว่าเขา  

 

สำหรับเรื่องอาหารห้าหมู่นั้น (และประชาธิปไตยด้วย)  เราต้องเลิกบ้าฝรั่งเสียที แต่ว่าก็เอาตาเล็งๆไว้บ้างก็ดี เช่น อาหารควรมีธาตุอาหารดีพอครบๆหมู่ แต่ไม่ต้องไปเอาเป๊ะๆ หรอก  กินสลับให้หลากหลายในหมู่เหล่านี้ตามมีตามได้ แบบพอเพียง

 

อาหารที่ผมแนะนะคือ  ข้าวกล้องครับ   ว่าไปแล้วกินข้าวกล้องราดน้ำผักอย่างเดียวผมว่าคนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย     อาหารพื้นอีกอย่างคือ  ลูกเดือยครับ   สารอาหารสูงมากและครบทุกหมู่อีกต่างหาก  ถ้ากินแทนข้าวได้จะยิ่งดี  ข้าวโพด มันเทศ ก็เป็นอาหารพื้นได้ดี

 

 

สำหรับผักที่ผมแนะนำ เรียงตามความเข้มสารอาหาร คือ  ขี้เหล็ก  ใบยอ  ใบแค กระถิน ชะพลู ฟักทอง ลูกเนียง สะตอ ตำลึง มะรุม กระโดน ผักแผว  เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดเผาะ  และผักตลาดทั่วไป   โดยเฉพาะห้าลำดับต้น ธาตุอาหารสูงมาก กระถินหนึ่งกำมีแคลเซียมมากกว่านมหนึ่งแก้ว ก็แล้วกัน ขี้เหล็ก1 กำ ก็มีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอทหนึ่งหัว   แต่ไม่ควรกินเดี่ยว ให้กินแบบผสมสาม และกินสลับวันกันไปให้หลากหลาย เพราะพวกนี้บางตัวอาจมีพิษตกค้าง  (เช่นขี้เหล็ก ชะพลู)  การกินผสมจะทำให้ล้างพิษซึ่งกันและกันได้ การกินสลับก็เพื่อให้เกิดการเวียนธาตุอาหารและเป็นการล้างพิษอีกด้วย

 

พวกไขมันโปรตีนที่เหลือให้เอามาจากถั่วและนัทครับ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วดำ แดง ถั่วแปบ(เป็นฝักอ่อนคล้ายถั่วลันเตาแต่ธาตุอาหารสูงกว่ามาก)

 

สำหรับสูตรอาหารที่ง่ายที่สุดคือ ข้าวยำครับ   อาหารจานเด็ดของปักษ์ใต้  เอาข้าวกล้องมา ผักมาสามชนิด ลูกเดือย ถั่ว เอาน้ำปรุงรสราด สูตรใครสูตรมันคิดเอาเอง...แค่นี้ก็สุดแสนอร่อย และอายุยืนด้วย   น้ำบูดูคือน้ำราดมาตรฐาน แต่ผมว่าน้ำอะไรก็ได้ เช่น อีสานอาจทำสูตรน้ำปลาร้า  แต่ที่ผมคิดไว้คือ  น้ำสลัดต่างๆ  น้ำมะขามเคี่ยวน้ำตาลใส่หอมทอดที่ใช้ราดยำมะม่วงปลาดุกฟูก็น่าจะอร่อยมาก  หรือน้ำหวานที่กินกับเมี่ยงคำก็ได้ น้ำพริก น้ำยาที่ใช้ราดขนมจีนก็คงหรอยมั๊ก

 

 

เมนูอีกอย่างคือ ต้มเปรอะ ด้วยการเอาผัก ถั่ว ลูกเดือย มาต้มรวมกันแบบรวมมิตร  ใส่น้ำคั้นย่านางด้วยก็ได้  รสชาติเผ็ด เปรี้ยว ตามชอบ   

 

กินอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้นมากแบบนี้เรากินน้อยๆมื้อเดียว ก็มีชีวิตและสุขภาพที่ดีได้    ทำให้หัวใจและอวัยวะทั้งหลายทำงานน้อย  ก็สึกหรอน้อย   ส่งผลให้อายุยืน

 

สำหรับน้ำ อย่าลืมว่า ผมบอกไว้ในบทความก่อนๆแล้วว่า คนไทยเรานั้นควรกินน้ำเพียงวันละ 3 แก้วพอแล้ว ถ้าไปตะบันกินมากๆ วันละ 8-10 แก้วตามที่หมอสอน เชื่อว่าไตวายแน่ๆ 

 

...คนถางทาง (๕ พค. ๒๕๕๕)

ปล. เพิ่มเติม 

คนฝรั่งกิน ๒๐๐๐ เราคนไทยตัวเล็กต้องกินเพียง ๑๕๐๐  (เทียยบัญญัติไตรยางค์นน.  ๖ ต่อ ๘)   จากนั้นผมคำนวณอัตราการสูญเสียความร้อนแฝง (latent heat) ในการระเหยน้ำสู่ลมหายใจและการทำให้อากาศอุ่นขึ้น (sensible heat)  พบว่าฝรั่งเสียความร้อนมากกว่าเราในการนี้อีก ๕๐๐ kcal  (เสียน้ำมากกว่า ๓ แก้ว)  (เรื่องนี้รับรองว่ายังไม่มีใครคิดหรือคำนวณมาก่อน)    นอกจากนี้ฝรั่งยังสูญเสียความร้อนผ่านผิวหนัง หัว (หัวมักล้านอีกด้วย)  อีก ๒๐๐   ดังนั้นสรุปว่าคนไทยควรกินอาหารทีมีพลังเพียง  ๑๕๐๐-๕๐๐-๒๐๐ = ๘๐๐ กิโลแคลต่อวัน  และกินน้ำเพียง ๓ แก้วต่อวัน   ....มากกว่านี้ระวัง  ตายไว   (แล้วหมอไทยจะเอาไปคิดต่อให้เป็นสุขวาระแห่งชาติไหมเนี่ย)