สมัยเด็กๆ ผม”แว้น”พอควร ฟันเริ่มเหม็นกลิ่นบุหรี่ก่อนสิ้นกลิ่นน้ำนมเสียอีกกระมัง ผมเริ่มหัดสูบบุหรี่เมื่ออายุได้ ๑๒ ขวบ สมัยเรียน มศ. ๑ แล้วมาติดบุหรี่เมื่ออายุ ๑๕ ปี ตอนเข้าเรียนเตรียมทหารปี ๑ ริมถนนพระรามสี่ เพื่อนรักผมก่อนแยกห้องไปขึ้นปี ๒ มันให้รูปผมเป็นที่ระลึก สลักหลังว่า “ให้ขี้ยาคนที่สอง” (เพราะมันคือขี้ยาคนที่หนึ่ง ซึ่งอายุแก่กว่าผมสามปี จำได้ว่าทั้งห้อง ๓๕ คน มีเราสองคนเท่านั้นที่สูบบุหรี่เป็นประจำ)
ปีถัดไปผมเข้าไปเป็นนักเรียนนายเรือชั้นใหม่ ออกฝึกภาคทะเลครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๗ ปี ตอนนั้นผมสูบวันละซองเข้าไปแล้ว ไม่สามิต ก็กรุงทองซองสั้น ซึ่งไม่มีก้นกรอง...ตอนนั้นใครสูบกรุงทองซองสั้นถือว่า “แมน” ที่สุด เพราะมันฉุนที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ใช่ไอ้พวกขี้ขลาด กลัวตาย เช่นไอ้พวกสูบสายฝนก้นกรอง หรือ กรองทิพย์ หรือ กรุงทอง๘๕ (ช่วงนั้นเริ่มมีบุหรี่ก้นกรองออกมาทำตลาดพอดี แต่ราคามันแพงกว่า ก็เลยทำเป็นแมน ..แต่แท้จริงแล้วไม่มีเงินจะไปซื้อมันสูบต่างหาก)
สมัยโน้น รร.นายเรือ ไม่ห้ามนักเรียนสูบบุหรี่ แถมเป็นธรรมเนียมชาวเรือเสียอีกที่ต้องแจกบุหรี่เหล้าก่อนลงเรือ (ธรรมเนียมสากลเสียด้วย) ทั้งนี้เพราะท่านว่าอยู่เรือกลางทะเลมันเหงาต้องมีเครื่องประโลมใจ บุหรี่นอกเหล้านอกเสียด้วย ก็เลยเข้าทางคนสำมะเลเทเมาแบบเรา
ปีที่อายุ ๑๗ เริ่มนึกรำคาญตัวเอง เริ่มอยากเลิกบุหรี่ ยังจำได้ว่าผมนั่งสูบบุหรี่คนเดียวบนดาดฟ้าเรือ เอาหลังพิงผนังเรือ ตามองทะเล สูบอัดรมปอดจนคลื่นเหียนจะอาเจียน จู่ๆก็นึกเกลียดบุหรี่ เกลียดตัวเอง เกลียดสังคม ทั้งๆที่ตอนโน้นไม่มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่แต่อย่างใด ในบัดดล..ผมตัดสินใจขว้างไฟแช็กยี่ห้อ “ซิบโป้” (Zippo) ลงทะเล ทั้งที่ต้องอดออมค่าเบี้ยเลี้ยงอันน้อยนิดเพื่อซื้อมันมาด้วยราคาแสนแพง ....พร้อมปฏิญาณในใจว่า จากนี้ข้าจะเลิก ไม่สูบมันอีกแล้ว ไอ้ใบไม้ไร้สาระเนี่ย
หนึ่งวันต่อมา เรือเข้าเทียบฝั่ง พอได้คิวขึ้นบก สิ่งแรกที่ไปทำคือ ซมซานไปหาซื้อไฟแช็ก เพื่อเอามาจุดบุหรี่สูบต่อไป
อายุ ๒๐ ...ผมเรียนอยู่ปีสี่แล้ว เรียนภาษาอังกฤษกับแหม่มฝรั่งที่อายุเท่ากัน (เธอเพิ่งเรียนจบมหาลัยปีสาม u of alabama จาก usa เป็นลูกทหารเรือเมกันประจำอยู่ในไทย เดินทางมาเยี่ยมพ่อและพักร้อน ก็เลยเข้ามาเป็นครูพิเศษสอนภาษาที่ รร.นายเรือ เพื่อหาประสบการณ์ชีวิต เธอสวยมากทีเดียว หุ่นก็ยังกะนางแบบ) เธอเลยเป็นทั้งครูและเพื่อน ผมออกเดทกับเธอสามครั้ง ครั้งหนึ่งงานราตรีสโมสรของโรงเรียน (มีเต้นรำด้วย) อีกครั้งควงครูไปดูรักบี้ฟุตบอลนายเรือแข่งนายร้อย ครั้งสุดท้ายเธอมาเชียร์ผมวิ่ง 4x400 เมตรในกีฬาราชนาวี
วันหนึ่งเธอดุผมว่า ทำไมสูบบุหรี่มากจัง ระวังสุขภาพนะ ควรเลิกได้แล้ว ผมมาครุ่นคิดอยู่สองวัน ก็เลยแต่งประโยคตะแบงส่งให้เธอไปว่า
Quitting smoking is easy,
I’ve done it a hundred times, already.
เธออ่านแล้วยิ้ม...บอกผมว่า เคยได้ยินประโยคนี้มาก่อน (ส่วนผมงง...เพราะผมแต่งเอง เพียวๆ ไม่เคยได้ยินจากไหนมาก่อน)
เสียงลือว่าครูนักเรียนเป็นแควนกันดังก้อง แต่แล้วก็เงียบหายกันไปแบบไร้ร่องรอย มาพบเธออีกครั้งประมาณสองปีต่อมาเมื่อผมเรียนจบเข้าประจำการแล้ว คืนนั้นเรือเรากลับจากลาดตระเวณทะเลอันดามัน เราไปเลี้ยงฉลองให้ตนเองที่ร้านอาหารริมอ่าวเตยงาม สัตหีบ ผมตกใจที่เห็นเธอมางานด้วยพร้อมสามีที่เป็นทหารเรือนาวิกโยธินที่เป็นรุ่นพี่ผมหนึ่งปี
ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเธอไปอยู่กับเขา สมองผมสับสนคิดไปว่ามันเป็นไปได้อย่างไร สัปดนคิดไปขนาดว่าเธอเป็นสายลับ cia หรือเปล่า สาวฝรั่งแสนสวย อะไรจะคลั่งทหารเรือไทยปานนั้น ...เราสบตากันเล็กน้อย แบบว่าเข้าใจกัน คืนนั้นผมอัดบุหรี่พ่นใส่หน้าเธอข้ามโต๊ะอาหารไปหลายมวนอยู่ ต่างแสยะยิ้มให้กันและกันแบบแค่นๆ เท่าที่โอกาสอำนวย
สามเดือนจากนั้น ผมอายุได้ ๒๓ ได้ทำการบินเดี่ยวไปเรียนวิศวกรรมเครื่องกลต่อที่ usa ...การเรียนหนักและเครียดพอควร นั่งทำการบ้าน ท่ามกลางหิมะขาวโพลนเกาะริมขอบหน้าต่าง และท่ามกลางความเครียดว่าจะเสร็จไม่ทันส่ง ผมอัดบุหรี่มวนต่อมวน 2 ทุ่มถึงตีสอง หมดไปหนึ่งซองพอดี เป็นประจำทุกคืน
ช่วงนั้นสูบช่วงพระอาทิตย์ขึ้นครึ่งซอง พระอาทิตย์ตกอีกซอง ก็ตกวันละสองซองพอดี (ถ้านับการสูบในระหว่างฝันด้วย) ...เพื่อประหยัดผมเริ่มซื้อบุหรี่เป็น carton แทนที่จะซื้อเป็นซอง
แล้วผมก็เริ่มเกลียดตัวเองมากเหมือนคราที่สูบริมกราบเรือ ด่าตัวเองว่าทำไมเอ็งถึงได้โง่ปานนี้วะ หลายต่อหลายครั้ง ซื้อบุหรี่มาหนึ่งคาร์ตอน (สิบซอง) ก็เอามันมากระทืบจนแหลกลาญ เอาไปทิ้งถังขยะ แต่อีกสักหนึ่งชม. ก็ไปคุ้ยขยะค้นหามัน หาบางมวนที่มันไม่แตกยับเยินเสียทีเดียว เพื่อเอามาจุดสูบพอประทังอยาก
ตอนหลังรู้ทันความอ่อนแอของตัวเองมากขึ้น อย่ากระนั้นเลย เอาน้ำราดมันให้เปียกชุ่มเลยดีกว่า จะได้ควานหามาสูบไม่ได้อีกต่อไป
ทำแบบนั้นไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็เลิกคบกับมันไม่ได้สักที
อายุ ๒๓ ครึ่ง ยังจำได้แม่น ขับรถพาสาว (ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่สนิทสนม ที่มาหาเราที่ห้องเพื่อให้ติว math ให้จนดึกดื่น) กลับไปเยี่ยมบ้านเธอทางภาคเหนือยามปิดภาค Spring break ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น เราหยุดพักนั่งกินแซนด์วิชที่เธอเตรียมมา ใน rest area ริมป่าที่แสนโรแมนติก อากาศก็แสนบริสุทธิ์ ทิวทัศน์เป็นหุบผาสวรรค์ ..กินเสร็จ ผมควักบุหรี่ออกมาสูบพร้อมรำพึงกับเธอ ทำนองออดอ้อนว่า
Such a fine climate and fresh air, huh.
เธอตอบว่า...Yeah, but you’ve just ruined it with the stinky smoke of your cigarette.
ผม (จ๋อย..และจำมาได้จนวันนี้)
จบเทอร์มนั้น เธอย้าย ม.หนีผม ไปเรียนยัง ม.ใหม่ ที่ชื่อว่า MIT เพื่อจะได้ไปอยู่ใกล้ “คู่หมั้น” ของเธอ ทำให้ผมเหวอว่า มีคู่หมั้นแล้วทำไมไม่บอก มาหลอกให้ผมขับรถพาไปเยี่ยมบ้าน ที่บ้านนอกคอกนาปานนั้น ผมเศร้าหนัก.เลยแต่งกลอนปลอบใจตัวเองไว้ว่า....
It’s an early Spring’s day,
She left and took my heart away.
I cried deeply inside.
My eyes would full of tears, otherwise.
พร้อมเอามาใส่ทำนอง และร้องปลอบใจตนเอง คลอเสียงกีตาร์ที่เพิ่งไปซื้อมาจากเพื่อนนศ.ฝรั่งที่ขายทิ้งเลหลังที่จบการศึกษา ราคาตั้ง 13 เหรียญแน่ะ ยี่ห้อญี่ปุ่น ผลิตในไต้หวัน เล่นโดยคนไทย ในประเทศ usa
(ปีก่อนนี้ ผมค้นหาเธอเจอทางเฟสบุค ส่งกลอนเก่าให้เธอ เธอร้องไห้รำพันว่า ไม่เคยมีใครแต่งกลอนให้เธอหรอก สามีเธอวันนี้ไม่ใช่คนนั้นที่เรียนวิศวะไฟฟ้า MIT ที่เธอหนีตามไป แต่เป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มาซื้อสนามกอล์ฟถึงเมืองไทย..วาว โลกาภิวัฒน์หมุนวนจนเวียนหัว แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างฟ้องหย่า..เฮ้อ )
Meanwhile, ได้ข่าวว่าครูเก่าหย่ากับสามีนาวิกโยธินแล้ว เพราะทนกินผักบุ้งน้ำพริกต่อไปไม่ไหว (ได้ข่าวว่าเธอต้องนุ่งผ้าถุงไปเก็บผักบุ้งกินจริงๆด้วย ที่บ้านพักหน้ากรมทหาร)
พออายุได้ ๒๕ ผมได้มีโอกาสไปเที่ยว พิพิธภัณฑ์ Smithsonian ที่วอชิงตันดีซี (เมืองหลวงของ usa) เขามีห้องพิเศษสำหรับกวีเอกของเขา คือ Mark Twain ...ผมเข้าไปเดินชมอยู่นานโข เดินไปมาไปเห็นคำกล่าวเด็ด (quotation) ของ Twain ..เขียนไว้ว่า
"Quitting smoking is easy, I've done it hundreds of times."
ผมอ่านแล้วขนลุกมากๆ ว่า เฮ่ย..ทำไมมันเหมือนกันกับที่เราเขียนแต่งให้ครูอังกฤษแควนเก่าสมัยเป็นนนร.เลยล่ะ ทั้งที่เราก็เด็กน้อยไทยที่ไม่ประสาอังกฤดนัก ...กลับมาถึง U ทำให้ผมเข้าห้องสมุดไปค้นประวัติ MT ใหญ่ ว่าเกิดเมื่อไหร่ ตายเมื่อไหร่ ชะรอยจะเกิดใหม่มาเป็นเราหรือเปล่า (คิดเข้าข้างตัวเอง) .... แถมนิสัย “เสียดสี” “ถากถาง” ก็เหมือนกันอีกต่างหาก ...ชีวิตวัยเด็กก็เหมือนกันคือ ร่อนเร่ แรด ไปมากหลายถิ่น พบเห็นอะไรมากหลายเกินวัยแห่งตน (แก่แดดว่างั้นเถอะ)
ชีวิตผม..ต่อสู้กับจิตสำนึกตนเองมายาวนานหลายปี มาเลิกบุหรี่เอาได้เมื่ออายุ ๓๕ ปีบริบูรณ์ คราวที่ย้ายงานจากบริษัทจีอีแอร์คราฟท์เอ็นจิ้น กลับไปอยู่นาซ่าอีกครา แต่คราวนี้เปลี่ยนศูนย์ไปอยู่ศูนย์วิจัยลูอิส (Lewis Research Center) ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สิริเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อปลดแอกตนเองได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์
บู๊ล้างผลาญรบกันมานานกับบุหรี่ สู้กี่ครั้งก็แพ้มันทุกคราไป แต่จู่ๆ มันก็ชนะได้เองโดยไม่ต้องรบให้เสียเลือดเนื้อ อาจเป็นเพราะมันได้ถูกบ่มเพาะมาจนสุกได้ที่พอดีที่อายุปานนี้
เรื่องมีอยู่ว่า...วันหนึ่งของปีที่อายุครบ ๓๕ ขณะบำเพ็ญเพียรทำสมาธิด้วยตนเองเพื่อหวังการหลุดพ้น แบบไม่มีครู (นอกจากหนังสือที่หาอ่านเอาในห้องสมุดมหาลัยฝรั่ง (ชุดธรรมโฆษณ์ของท่านพุทธทาสมีครบหมด..ห้องสมุดมหาลัยไทยยังไม่มีเลย)) ทำไปทำมา ก็เกิดญาณปัญญาว่า อายุปูนนี้..พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองแล้ว แล้วตัวเรา อย่าว่าแต่ตรัสรู้เลย กะอีแค่บุหรี่ยังติดงอมแงม ทำไมมันน่าสมเพชเวทนาถึงเพียงนี้
เพียงคิดได้แค่นี้ จิตมันหล่นตุ้บ ว่าต้อง “เลิก”
แล้วก็เลิกมาได้ แต่บัดนั้นจนบัดนี้ ๒๒ ปีแล้ว (วันนี้มาคิดว่าขนาดเลิกบุหรี่ยังทำได้ แล้วแค่รางวัลโนเบลนั้น ถ้าตั้งใจจริง ก็ไม่น่ายาก)
เรื่อง “เลิกบุหรี่” ของผมนี้น่าจะพอแสดงให้รู้โดยนัยว่า หากเรามีจิตคิดครุ่นมุ่นหมกอยู่ในสิ่งใดที่เราอยากแก้ไขในสิ่งผิดแห่งตน หากมันได้ผลดั่งใจในระยะสั้นก็ยิ่งดี แม้หากไม่เห็นผลทันตา แต่หากเราจริงใจกับมัน ไม่ทอดทิ้งมันไปสักทีเดียว อีกประเดี๋ยวมันก็จะประทุคืนกลับมา ส่งผลดีต่อเราอย่างเหลือเชื่อในเวลาและโอกาสที่เหมาะ เพราะมันมีเชื้อเริ่มต้นที่บ่มเพาะรอวันงอกไว้นานแล้ว
วันนี้ผมมีวจีส่งฝากลอยลมผสมควันบุหรี่จางๆ ออกไปด้วยว่า...
Acceptance of addiction to smoking is not easy.
I’ve tried it, 2 packs a day, for the past 20 years,
Without success.
การยอมรับอะไรที่ทำให้อัตตาเราด้อยลง ...มันยากเสมอแหละ
ไม่เชื่อดูทักษิณ และัหรือแกนนำการเมืองฝ่ายต่างๆ ในวันนี้สิ ฮี่ฮี่
...คนถางทาง (๓ พ.ค. ๒๕๕๕)
ว๊าว.....นิยายรัก กับ นักสูบ โรแมนสสสส์ ......สุด
คนที่ สามารถเลิกบุหรี่ได้ ในขณะที่เคยสูบมามากกว่าซองนี่มันไม่ธรรมดา เพราะว่า ชลัญเคยทำคลินิกเลิกบุหรี่มา แล้ว รู้ว่า มันเป็นสิ่งที่ยากเย็นมาก หลายคนยอมแพ้กลางครัน หลายคนดิ้นรนหนีไปพ้นได้ แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรัง น้อยคนที่จะทำได้สำเร็จและยั่งยืน เพราะการเลิกบุหรี่นั้น มันต้องอาศัยความเข้ม แข็ง และการเอาชนะใจตัวเองอย่างแรงกล้า ถือว่า เป็น Hero ได้ทีเดียว ในบันทึกของชลัญที่จะเขียนถึง จากการทำคลินิกเลิกบุหรี่มา 3 ปี มีเรื่องราวเข้ามามากมายนั้น อะไรที่เป็นเหตุให้เลิกบุหรี่ยาก ชลัญธรเคยกราบคาระวะคนไข้ที่เลิกบุหรี่ได้มาแล้ว ......ขอบอกว่า ....สุดยอด ...เดี๋ยวจะนำมาเล่าให้ฟัง
ขอให้บทความนี้ เป็น big vote ในครั้งนี้ด้วยค่ะ
ชอบมาก ขอบคุณอาจารย์ที่แบ่งปัน
แต่นิยายรักของชลัญกัยนักสูบก็มีเหมือนกัน แต่มันคงไม่โรแมนสสสส์ เหมือนอาจารย์
ฮ่า ฮ่า ฮ่า .............
พระจันทร์ และเกล็ดทอง กรุงทอง เคยลองเมื่อเด็กๆ
๕๕ ท่านวอญ่า พระจันทร์ ผมก็เคยลองครับ ..สมัยนั้นซองละ สิบสลึง (แสดงว่าเงินสลึงยังมีค่า)
ผมสูบอยู่ประมาณ 6 เดือนเห็นจะได้ เพื่อเอาชนะเพื่อน ที่มันหันมาสูบเกล็ดทอง (ซองละสามบาทห้าสิบ)
เพื่อมันเอาชนะผมด้วยการหันมาสูบ รวงข้าว (ซองละห้าสลึ่ง)
ผมเลยเอาชนะมันด้วยการสูบใบจาก ...มันยอมแพ้ หันมาสูบใบจากด้วยกัน อย่างสนุกสนาน
เพื่อนรักมันตายด้วยมะเร็งปอดเมื่อสัก 5 ปีก่อน ยังหนุ่มแน่น แถมหล่อมาก เพราะเป็นลูกครึ่ง ผิวขาว ตาโต หน้าแหลม ปากบาง จมูกโด่ง เลยได้ชื่อเล่นว่า "หรั่ง" ....ผมไปงานศพมันขับรถลุยเดี่ยวคนเดียวจากโคราชถึงกทม. เพื่อนๆ เล่าให้ฟังว่า มันเป็นมะเร็งจากการสูบบุหรี่ แม้จะเลิกมาได้สิบปีแล้วก็ตาม ...สู่สุคติเถิด เพื่อนรัก
เป็นพยาบาลแบบชธ. เห็น case มามาก ช่วยเอามาตีแผ่หน่อยสิครับ ส่วนผมก็คบหาสมาทื่อกับพวกโจรมามาก เด๋วจะเอามาแผ่เพิ่ม
ปิ๊งแว๊บ.. มันเหมือนกับ เราเคยรู้-เคยเห็น-เคยคิด-เคยทำมานานแสนนาน แต่คิดไม่ได้.. เมื่อถึง ณ จุดๆหนึ่ง กลับคิดได้-ทำได้
ขอยกความดีให้อาจารย์ สำหรับเรื่องเล่า ประสบการณ์ชีวิตดีๆค่ะ
kunrapee ครับ ..ผมเชืือว่าความคิด ความฝัน เป็นพลังที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิต...แต่คนจำนวนมากเขาเย้ยว่าได้แต่คิด ทำไม่เป็น
แล้วผมถามย้อนกลับว่า ที่ทำน่ะ ทำโง่ หรือทำฉลาด .....ผมว่า การทำโง่นั้น อย่าทำเสียดีกว่า
*** ... Congratulations ! Na Kah...***

บางคนบอกว่ายาก บางคนบอกว่า แค่อ้างปากมันก็หลุดแล้ว
และเช้าวันนี้ท่านก็ทำให้ทึ่งอีกแล้ว ดูออกจะเป็นคนขวานผ่าซาก (ขออภัยที่พูดแบบขวานผ่าซากเช่นกัน) แต่มีอารมณ์ละเมียดละไม เขียนบทกวี (Poem) ได้เพราะพริ้งเทียบได้กับบทกวีของ Mark Twain ที่เคยเรียนในระดับปริญญาตรี
It’s an early Spring’s day, She left and took my heart away.
I cried deeply inside, My eyes would full of tears, otherwise.
พร้อมเอามาใส่ทำนอง และร้องปลอบใจตนเอง คลอเสียงกีตาร์ที่เพิ่งไปซื้อมาจากเพื่อนนศ.ฝรั่งที่ขายทิ้งเลหลังที่จบการศึกษา ราคาตั้ง 13 เหรียญแน่ะ ยี่ห้อญี่ปุ่น ผลิตในไต้หวัน เล่นโดยคนไทย ในประเทศ usa...
ขอบคุณมากนะคะ ที่ทำให้เช้านี้ได้อ่านบันทึกที่ดีที่สุดเป็นเรื่องที่สอง ชีวิตของท่านถ้านำไปทำภาพยนต์ น่าจะทำเงินได้ดี เพราะเรื่องสนุกมีข้อคิดและแถมด้วยฉากชีวิตรักโรแมนติกอีกต่างหาก
ขอโหวตให้ 5 ดาวในบันทึกนี้ค่ะ และขอนำไปเป็นสื่อการจัดการเรียนรู้วิชา "พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน" ในภาคเรียนนี้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ถ้าพลาดจากรางวัลเดือนพฤษภาคม ขอเชียร์ให้ได้รับรางวัลในเดือนมิถุนายนนะคะ
มาแปะดอกไม้ไว้ให้ 10 ดอก สำหรับบันทึกนี้...
ขึ้นต้นเรื่องหนึ่ง และลงท้ายด้วยเรื่องหนึ่ง... ช่างลงตัว
ขอบคุณค่ะ
ปล. ชอบประโยคนี้ที่สุด...
"การยอมรับอะไรที่ทำให้อัตตาเราด้อยลง ...มันยากเสมอแหละ"
ยินดีด้วยกับการเป็นผู้เข้ารอบ 5 คนกับรางวัลสุดคนึง พ.ค. 2555
ชลัญชอบบันทึกของท่านในมุมมองที่เป็นเรื่องจริงที่ควรตีแผ่ ซึ่งหลายคนไม่กล้า ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ชอบแนวคิด ที่น่านำมาต่อยอดอันจะก่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ อาจารย์ชอบที่จะถูกใครหลายคนเคือง แต่ทำให้ใครหลายคนมาฉุกคิด ในสิ่งที่อาจารย์วิจารณ์ ท่านยอมที่จะเปิดทางที่ระเกะระกะกับปัญหา ต่างๆความไม่เป็นธรรมในทางเดิน เพื่อให้เส้นทางนั้นสะอาด น่าอยู่ น่าเดิน แม้อาจารย์จะได้รับบาดเจ็บก็ตาม น่าชื่นชมยิ่ง เหมาะกับนาม "คนถางทาง" ที่สุดแล้ว ทางที่ท่านนำไปนั้น หลายคนน่าจะเดินตามมากน้อยชลัญไม่รู้แต่ชลัญเป็นคนหนึ่งที่จะเดินตามทางที่ท่านนำ ...........ชลัญธร.......
มาบอกว่าขออนุญาตเอบทความไป link นะค่ะ ชอบบทความนี้ ขอบคุณค่ะ
"Quitting smoking is easy, I've done it hundreds of times."
โอ้โห เหมือนแป๊ะๆ เลยเหรอค่ะอาจารย์ ไม่ไปได้ไงค่ะนี่ กลับมาเกิดใหม่แน่นอนค่ะ :)
ขอโทษเพื่อน gtk ด้วยครับ ตั้งแต่ท่านวิไล ถึง ดร. จันฯ ที่่ไม่ได้ตอบ ...ผมหายไปสองวัน เพื่อไปชำระใจที่วัดแ่ห่งหนึ่ง บนเขาสูง ที่ปากช่อง เพิ่งกลับมาเนี่ยครับ โห..ดีนะที่ไม่บรรลุเสียก่อน ไม่งั้นคงสละเพศคฤหัสน์ไม่ได้กลับมาอีกแล้ว อิอิ
ผมเขียนอะไร นิสัยผมมักไม่อายในสิ่งผิดๆในชีวิต และไ่ม่อายที่จะอวดในสิ่งที่มี กล้าที่จะด่า เพราะวัยนี้แล้วถ้ามัวแต่ชมมันช้าเกินไปครับ ต้องใช้วัยวุฒิและคุณวุฒิให้เป็นประโยชน์ เราไม่มีเจตนาจะอ่าเพื่อลบหลู่เอามัน แต่ลึกๆแล้วเราด่าเพื่อเตือนสติ แบะกระคุกให้ลดมิจฉาทิฐิ ที่เราตรองดีแล้วว่าเป็นมิจฉาแน่ๆ ไม่งั้นเราไม่กล้าด่า กลัวพลาด การด่าคนนั้นถ้าพลาดแล้วเสียหายหนักมาก ส่วนการชมมันง่าย พลาดหรือตรงเป็าก็เป็นคุณกับผู้ชมเสมอ
เราจะเป็นต้องด่าเพื่อชาติ ไม่งั้นอาจไม่ทันกาล เพราะชาติไทยเราถลำลึกมามากแล้วในแทบทุกด้าน
ขอบคุณมิตรทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ จะด่าเพื่อชาติเพื่อสังคมต่อไป ตามศักยภาพเท่าที่มี
อ่านเรื่องราวแล้วสรุปว่า เลิกทั้งสอง...อย่างเลยเนาะ เล่าสนุกดี ถึงว่าทำไมเขียนอะไรแต่ละเรื่อง ดูดีไปหมด อ้อ.. ประสบการณ์เยอะนี่เอง