กราบสวัสดีค่ะครู
ตอนนี้นั่งระลึกกับตนเองถึงความหมายของการอธิษฐาน เชื่อมโยงกับความตั้งใจ การดำรงไว้ซึ่ง หลักปฏิบัติ การอธิษฐานในการตั้งใจทำ สำคัญ สำหรับหนูมาก ที่ผ่านมาเหลาะแหละเพราะข้างในมันสงสัยอยู่เสมอว่า
"ครูให้ทำ ทำไม"
แต่ก็ทำแบบสงสัยๆ แล้วใจก็อยากได้ดี อยากเอาดี แต่พอเจอสภาวะบีบคั้นก็สาดทุกข์ มันเป็นอย่างนี้
แล้วก็หาเรื่องคร่ำครวญ โดยที่ไม่มองเลยว่า
แท้ที่จริงนั้น ใจนี่เอง "ใจหนู" ที่เกรอะกรังไปด้วยกิเลส ไม่ได้ถูกชำระ มันสะเทือนกับการที่ลุกขึ้นมาทำสิ่งต่างๆ ตามที่ครูชี้แนะ
ณ ตอนนี้การอธิษฐานแบบเอ่ยอยู่ภายในกับตนเอง ทำให้เกิดพลังใจบางอย่างในการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แม้จะยังไม่ทุกสิ่ง แต่ก็ค่อยๆคืบกับตนเองค่ะครู
จากที่เมื่อวาน (๓๐ พ.ค. ๕๕) ประชุมทั้งวัน ใจไม่ได้อยู่กับการประชุมเลยเป็นการไปอัพเดตความรู้ใหม่ๆเชิงวิชาการแต่บริษัทเป็นผู้จัด มีการโฆษณาแฝงมากพอสมควร ใจนี้รู้สึกตำหนิ ศีลข้อหนึ่งและข้อสี่ด่างพร้อย แต่ก็พยายามอยู่แบบหาที่พิงค่ะครู
จนตกเย็นแวะไปซื้อของเตรียมการสำหรับการเดินทางและของที่ต้องถวายให้ครู แวะส่งน้องที่ทำงานแล้วก็เข้าบ้าน
วันนี้ไม่ได้ไปวิ่งค่ะ
แต่เดินจงกลมภายในบ้านเก็บเสื้อผ้ารีดชุดเตรียมเดินทาง ระหว่างนั้นครูเมตตาโทรมา การได้ฟังครูทำให้ใจรู้สึกเบิกบาน สายใยนี่เป็นสิ่งที่เหนือการคาดเดาเป็นสิ่งที่ยอมรับกับตนเองค่ะว่า
"มันถูกกำหนดไว้แล้ว"
รับรู้เรื่องราวที่ครูเมตตาให้ร่วมเรียนรู้ประหนึ่งเศรษฐีอยากช่วยผู้ยากไร้ทั้งประเทศ รวมถึงภาพรวมของเศรษฐกิจชาติด้วย แต่มีหลายสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ กับเรื่องราวที่ครูเมตตาใจหนูสรุปเป็นเช่นนี้แต่ปัญญาหนูน้อยนัก การเข้าถึงเข้าใจเป็นเรื่องที่เกินกว่าสติปัญญาผู่โง่เขลาเป็นสิ่งที่พึงย้ำกับตนเองให้มีสติ คำสุดท้ายของครูสะเทือนเข้าไปในใจว่า
"เร่งเพียรนะติ๋วตั้งใจ"
หนูรับคำครูแบบทุกครา แล้วก็เก็บมาคิด ลุกขึ้นเดินจงกลม ใจฟุ้งซ่านมากอยู่ค่ะครู ณ ช่วงนี้งานคั่งค้างมากมายที่ใจไม่ยอมปล่อยแต่ก็ไม่ยอมทำ จึงปรากฏให้ใจหมอง เข้าสมาธิได้ยาก นั่งๆอยู่รู้สึกเพลียกะว่าจะงีบเสียหน่อยก็หลับยาว ตื่นขึ้นมาก็ตำหนิตนเองค่ะ มานั่งทบทวนกับตนเองเช้านี้ ดูคลิปครูบาอาจารย์แล้ว
"ตั้งสติ หลับตาตามรู้อยู่ภายในปรากฏความสว่างอยู่เหนือหัวรู้สึกถึงกระแสบางอย่างแผ่อยู่รอบกายบางๆเบาๆแต่สบาย ยังรับรู้ได้ทั้งร่างกาย ประหนึ่งเป็นที่ชาร์ทพลังงานกับตนเอง ณ เช้านี้ สภาวะนี้ดับลงมีเสียงระลึกอธิษฐานกับตนเองให้มั่นคงต่อพระรัตนตรัย เชื่อฟังครู ละชั่วให้ได้ ถ้ายังไม่ได้ก็ข่มไว้"
ที่ผ่านมาสองสามเดือนพิสูจน์แน่แล้วว่า การไม่ข่มใจ ไม่ห้ามตนเอง จากกิเลส จากความอยาก มันทำให้ถลำ ไถล ไปไกล นอกลู่นอกทาง จนแทบกู่ไม่กลับ โชคดีเท่าไหร่ที่ทั้งหลวงปู่ ครู รวมถึงหลวงพี่ ท่านเมตตาค้ำชู ค้ำยัน ทำให้พอประคองตน อยู่ได้
ทุกครั้งที่ไปกราบหลวงปู่ก็ให้กำลังใจ
ครูก็เมตตาให้อภัยและคอยสอน
หลวงพี่ก็ย้ำมั่นว่า
"เชื่อท่าน เชื่อครู ดีขนาดไหนที่มีคนคอยนำทาง คอยบอกคอยสอน แบบนี้ใครๆก็อยากได้ ติ๋วมีอยู่แล้วก็ทำเอา"
สารภาพซึ่งเป็นสิ่งที่หนูเชื่อว่า "ครูรู้อยู่แล้ว"
แม้หนูจะเดินตามหลังครูมากว่าสามปี แต่ความลังเลสัย ในใจหนูมีเสมอ ทำให้ไม่มั่นใจในการทำการงานถวายครู ซึ่งผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ ดีบ้างไม่ดีบ้างเป็นสิ่งบ่งชี้ สภาวะแห่งจิตใจหนูได้ดีมาก ศรัทธาที่สั่นคลอนเป็นเช่นนี้ใช่ไหมค่ะครู กิเลสมันยังคอยตลบหลัง
แต่ขอยืนยันว่า
"จะขอก้าวเดินตามหลังครูต่อไป จนกว่าจะถึงเส้นชัยแห่งความพ้นทุกข์ทั้งปวงเจ้่าค่ะ"
รักครูเจ้่าค่ะ