ตกผลึกความคิดผ่านเวทีเสวนาและประสบการณ์การพัฒนา Facilitator ในทัศนะของธิรัมภา

 

เวทีเสวนาประสบการณ์การพัฒนาครู FA  อำนวยการเรียนรู้โดยอาจารย์เอก  คุณจตุพร  วิศิษฏ์โชติอังกูร  ก็ผ่านเมื่อ ๒๙  พฤษภาคม ๒๕๕๕ แล้ว  ประสบการณ์อื่นอย่างน้อยก็เคยเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้  ที่มีการอำนวยการเรียนรู้ด้วยผู้ที่ใช้ทักษะ Facilitate  ผสม ๆ ไปด้วย  ครูบางท่านที่เคยเรียนด้วยก็ใช้ทักษะนี้  บางวงการเรียนรู้ก็มีกระบวนกรที่เน้นการเปลี่ยนแปลงจากภายใน  บางเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็มีวิทยากรกระบวนการ  ร่วมกับวิทยากรที่ถ่ายทอด  เพิ่มเติมเนื้อหาสาระความรู้ได้ด้วย

 

ที่เคยพัฒนาทักษะได้มาจากการเข้าร่วมเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ  ประชุมเชิงปฏิบัติการ System thinking และทักษะ Facilitator  การพัฒนาทันตแพทย์รุ่นผู้นำสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก  จนล่วงเข้าปีที่สอง  บางครั้ง “หัวใจ” ยังเต้นแรงขึ้น  เมื่อมีผู้เข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น  ด้วยท่าทีแข็งขัน  สีหน้า  แววตาดุดัน 

 

ดังนั้น หากพี่ ๆ ทันตแพทย์รุ่น “พี่เลี้ยง” เรียกใช้  ให้ร่วมเป็นทีมวิทยากรกระบวนการกับพี่น้องในเครือข่ายทันตแพทย์ผู้นำสร้างเสริมสุขภาพช่องปากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ทันตบุคลากร  นักสร้างเสริมสุขภาพ  นักพัฒนาสุขภาวะ  นักพัฒนาชุมชนจากรากฐานของชุมชน (Community-based development)  จึงยังเป็นการฝึกฝนตนเองต่อไปไม่สิ้นสุด

 

ส่วนที่มีความสุขทุกครั้ง  อิ่มเอมใจทุกคราที่นึกถึง  คือ การพูดคุยในทีม FA (Facilitator) และทีม HRD (Human Resources Development) ของโรงพยาบาลสระใคร  วางแผน  ดำเนินกิจกรรมพัฒนาองค์กรต่าง ๆ  เช่น วงเรื่องเล่าความดี  กิจกรรมร้องเพลงเดือนเกิด  กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนางานคุณภาพ  เป็นต้น 

 

มีจุดประสงค์เพื่อให้เพื่อน ๆ ในโรงพยาบาลใช้ชีวิตด้วยกันอย่างผาสุก  ซึ่งจะเป็นทุนสำคัญให้พร้อมทำงานอย่างมีคุณภาพ  เพื่อพี่น้องชาวอำเภอสระใคร  โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านทางฐานหัว  ฐานกาย  และฐานใจ  ไม่ว่าจะดำเนินการทั้งโรงพยาบาล  หรือกลุ่มเล็ก ๆ   

 

นอกจากนั้น ยังใช้ทักษะ FA  ในการจัดวงเสวนาเรียนรู้ “วงโสเหล่”  ร่วมกับเครื่องมือต่าง ๆ ในการศึกษาชุมชนตนเอง  ของกลุ่มแกนนำชาวบ้าน  ผู้ปกครอง  อาสาสมัครสาธารณสุขในระดับหมู่บ้านของอำเภอสระใคร  จนเกิดคลื่นการเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงดูลูกหลาน  ให้มีเป้าหมายในความหมายของชาวบ้านเอง  และที่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงช้า ๆ คือ  วิถีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในหมู่บ้านนำร่อง  การพึ่งตนเองที่เกิดจากการใช้ภูมิปัญญาและทรัพยากรของชุมชนเองเป็นส่วนใหญ่

 

เอาละ  ประสบการณ์เก่าสังสรรค์กันพอแล้วกับประสบการณ์ใหม่  ที่บ้านไม้สักหลังงามของอาจารย์นุ  ผศ.วัชรชัย  วิริยะสุทธิวงศ์  จนเกิดความสุขใจ  อวลในบรรยากาศแห่งความเป็นมิตร  ประทับใจจนเกิดความรู้ใหม่  ดังนี้ 

 

๑.        การใช้ประโยชน์จากสื่อทางไกล  สื่อสารเพื่อเตรียมผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้พร้อมทั้งกายและใจ  ทั้งที่เคยพบกันเฉพาะตัวอักษร  แต่เหมือนคุ้นเคยมานาน  หรือบางคนเคยเห็นหน้าตัวเป็น ๆ กันมาแล้ว

 

๒.      ขั้นตอนการเตรียมและนำเครื่องดื่ม  อาหารคาวหวานมารับประทานร่วมกัน  เป็นกิจกรรมเชื่อมกระชับสัมพันธ์  ละลายพฤติกรรม  เป็นจุดเริ่มสุนทรียสนทนาที่เรียบง่าย  เข้ากับวิถีชีวิตคนไทยอย่างยิ่ง (คนทำอาหารมาเองคงไม่ง่ายนัก  เช่น หมี่ผัดดอกอัญชันสูตรคุณนายดอกเตอร์  จัดหน้าตาอาหารประณีตมาก  ขนมบ้าบิ่นในกระทงใบตอง  จากอำเภอท่าเรือ   ขนมจีน อ.นุ ในขันโตกรองด้วยใบตอง  น้ำมะตูมในโหลแก้วเจียระไน เป็นต้น)

 

๓.      แม้คนสนใจมาเกินขนาดห้อง  โต๊ะวางโปรเจคเตอร์ทำให้เราไม่เห็นหน้าเพื่อนฝั่งตรงข้ามบ้าง  การนำอาหารว่างออกมารับประทานก่อนช่วงของโค้ชปุ้ย  ดูเหมือนสกัดดาว  แต่ความมั่นคงและนุ่มนวลของอิริยาบถ  และบางประโยคของ อ.เอก  ทำให้รู้สึกว่าอุปสรรคของการจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นสิ่งเล็กน้อยมาก  มุมมองต่อความเป็นไปของปรากฏการณ์ตรงหน้า  ขึ้นกับทัศนคติ  ความเข้าใจต่อโลกและชีวิตจริง ๆ   มองบวกเข้าไว้  (อิ อิ อิ  อายุไม่เกี่ยว  อ.เอก หน้าเด็กมาก)

 

๔.      ไม่ว่าความสดใหม่  กระตือรือร้น  เต็มไปด้วยพลัง  เปล่งประกายชีวิต  ทำให้หัวใจตื่นเต้น  จากกิจกรรม Coach ที่ส่งผลกระทบถึงใจ  จนพร้อมจะลงมือทำ  เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง  หรือจากการเสพงานศิลปะ เช่น ดนตรีพิณแก้ว  พร้อมการบรรยายที่ทรงพลัง  จนก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน  อยากเปลี่ยนแปลงตนเองในทางที่ดีขึ้น  หรือการลงมือทำงานละครด้วยขั้นตอนมากมาย  มีเรื่องราวต่อเนื่อง  จำลองชีวิตจริงสะท้อนผ่านออกมา  จนสามารถยกระดับการเรียนรู้ของคนและกลุ่มที่ทำเองกับมือ  หรือการตั้งใจใช้ทักษะ  จัดกระบวนการเรียนรู้หลากหลายผสมผสานให้กับกลุ่มแกนนำครู  เพื่อสร้างครู FA ขยายต่อ ๆ ไป  เป็นกรณีตัวอย่างของการใช้แขนงศิลปะที่ผู้เป็น FA มีความถนัด  เพื่อเปิดประตูใจผู้เรียนรู้  ให้ก้าวออกมาสู่การเปลี่ยนแปลงความคิด  จิต  และการกระทำด้วยตนเอง  ในทิศทางกุศลกรรม 

 

๕.      ประทับใจอาจารย์วีระพงษ์  ทวีศักดิ์  มากมาย  ตั้งแต่สบแววตาแจ่มใสพร้อมรับฟัง  บุคลิกกันเอง  นิ่มนวล  รอยยิ้มเพื่อคนรอบข้างมีความสุข  จากที่ได้ยินพิณแก้วเต็มสองหู  ด้วยดวงใจในครั้งแรก  หยอดมุกฮาเป็นระยะ ๆ  สัมผัสได้ถึงจิตบริสุทธิ์มีเมตตา  ได้เรียนรู้ที่ต้องฝึกต่อ  คือ  จิตแจ่มใส  ความนิ่งของใจ  พัฒนาศักยภาพในการคิดสร้างปัญญาด้วยตัวเอง 

 

๖.      การใช้เรื่องราวจากสถานที่บ้านเรียนสมดุลชีวิต  จากการถ่ายทอดของ อ.นุ  เชื่อมโยงเรื่องราวมาสู่การเรียนรู้ในวันนี้  เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้สมดุลตราบสิ้นลมหายใจ  ทิ้งแต่ความดีไว้เบื้องหลัง

 

หากเขียนความประทับใจถึงรายบุคคลที่ร่วมวง   เกรงว่าคืนนี้จะไม่ได้นอน  จึงขอส่งการบ้านจากทหารพรานหญิง  ถึงอาจารย์เอกแต่เพียงเท่านี้

 

คุณพระคุ้มครองทุกท่านนะคะ

หลับฝันดีค่ะ  ^_,^