อ่านบันทึก ยางลบและเยลลี่ของพ่อ ของคุณหมอ ป แล้ว


อยากจะเขียนเรื่องคล้ายๆกัน เขียนบันทึก


อ่านหนังสืออย่างเดียวไม่พอ ถึงเรื่องลูกสาวที่

กว่าจะจบปริญญา สอบใบประกอบโรคศิลป์

ประเภทหืดขึ้นคอ ได้ใบประกอบโรคศิลป์ มา

แล้ว เธอก็ต้องสอบกฏหมายยาของรัฐที่เธอ


ต้องการทำงาน ประเทศอเมริกามี ๕๐ กว่า

รัฐ ต้องเลือกเอาว่าจะทำงานรัฐไหน เธอ

อยากอยู่ใกล้พ่อแม่พี่น้อง เลยเลือกที่จะสอบ

ในรัฐอิลลินอยส์ ขนาดคนเขาบอกว่าสอบแค่

กฏหมายง่ายจะตายไป หลับตาสอบก็ยังสอบ

ได้

 

แต่ลูกสาวพอรู้แจว เตรียมตัวสอบอย่างดี

เป็นเวลาสองเดือนเต็มๆ ทำงานเป็นผู้ช่วย

เภสัช แค่เดือนละครั้งสองครั้ง เตรียมตัวชนิด

ที่ว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก

 

 

ขนาดเตรียมสุดกำลังแล้ว


ประกาศผลออกมา โทรมาบอกเสียงอ่อยๆว่า ขาดไปสองคะแนน ได้แค่ ๗๓ จะผ่านได้ต้องได้ ๗๕ คะแนน

ทุกคนเงียบเกรียบ พูดอะไรไม่ออก นอกจากจะปลอบใจลูกว่า ไม่เป็นหรอกลูก สอบตกก็สอบใหม่ ไม่ได้คราวนี้ คราวหน้าก็ต้องได้

 

เธอเตรียมตัวสอบอีกครั้ง ในขณะเดียวกันก็เริ่มสมัครหางานเภสัช ส่งไป ห้าสิบแห่ง ไปสัมภาษณ์ แล้วทางบริษัทรับเข้าทำงานเลย โดยให้ฝึกงานสามอาทิตย์ มีข้อแม้ว่าต้องสอบกฏหมายยาของรัฐผ่าน ไม่เช่นนั้น ตำแหน่งเภสัชที่จ้าง จะต้องเปลี่ยนไปเป็นเภสัช Intern

 

สอบครั้งที่สอง เธอบอกกับพ่อแม่ว่า ทำไม่ได้เลยคราวนี้ ข้อสอบไม่เหมือนเก่า สงสัยจะแย่แน่ ๆ เธอโทรไปบอกเจ้านายที่จ้าง ว่าอาจจะสอบกฏหมายยาไม่ผ่าน เจ้านายบอกว่า ถ้าไม่ผ่านตำแหน่งเภสัชกรที่จ้าง ก็ต้องเปลี่ยนไป เป็นตำแหน่งอื่น

 

 

พอดีพระอาจารย์ผมมาที่ชิคาโก มาโปรดญาติโยม เธอบอกผมว่า พ่อช่วยไปขอให้พระอาจารย์ช่วยด้วยเถอะ ให้อาจารย์ช่วยพิจารณาให้ด้วย


 

ผมก็บอกเธอว่า จะประกาศผลสอบอยู่ไม่กี่วันแล้ว จะให้พระอาจารย์ช่วยได้อย่างไร สายไปเสียแล้ว แต่เธอรบเร้าให้บอกพระอาจารย์ให้ด้วย

 

พอผมเจอพระอาจารย์ สิ่งแรกที่พูดคือพูดถึงเรื่องลูกสาว ที่อยากจะให้พระอาจารย์ช่วยเมตตาช่วยให้ด้วย

 

พระอาจารย์ได้ยิน แล้วเงียบไปทันที ไม่พูดอะไรสักคำ

ลูกสาวโทรมาถามว่าพระอาจารย์ตอบว่าอย่างไร

ผมก็ตอบเธอไปตามความเป็นจริง ว่าพระอาจารย์ไม่ได้พูดอะไร

 

วันรุ่งขึ้นพาพระอาจารย์และคณะไปชมเทือกเขารอกกี้ เมือง Vail Denver

ระหว่างทางที่ขับรถมี่เสียงโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของภรรยา........


แล้วเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณหมอ ปัทมา ได้อย่างไร

ก็ต้องรออ่านตอนต่อไป