"บัตรประชาชน" ในฝัน

 

 

 

"บัตรประชาชน" ในฝัน

              นับจากที่เกิดมาเป็นประชาชน "คนไทย" ร่วมจะ ๕๐ ปีแล้วนั้น ผู้เขียนได้เคยเห็นบัตรประชาชนตั้งแต่รุ่นที่ ๒ โดยเห็นจากของพ่อ - แม่ ซึ่งได้เก็บไว้ในตู้ผ้าในสมัยก่อน...มาจนถึงรุ่นที่ ๔ ทำให้เห็นถึงภาครัฐได้มีการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นและสะดวกขึ้น...แต่ในความฝันของผู้เขียนเองนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับในสภาวการณ์ปัจจุบันแล้ว ผู้เขียนต้องการให้เป็นได้มากกว่านั้น แต่ก็ไม่ทราบว่า "ความฝัน" ที่ผู้เขียนฝันไว้นั้นจะสามารถเป็นจริงหรือทำได้จริงหรือไม่

              บัตรประชาชนที่ผู้เขียนต้องการให้เป็นนั้นควรเป็นลักษณะที่สามารถพกพาได้ในกระเป๋าสตางค์ในขนาดเช่นเดียวกับปัจจุบัน แต่ข้อมูลในบัตรประชาชนนั้นควรจะมีข้อมูลที่ เรียกว่า "มีคุณภาพคับแก้ว" คือ มีข้อมูลมากพอที่จะสามารถดำเนินการหรืออำนวยความสะดวกให้แล้วเสร็จได้ภายในบัตรเดียวนั้น เช่นเดียวกับ การให้บริการที่เรียกว่า "One Stop Service"

               ข้อมูลที่มีอยู่ปัจจุบันก็ยังควรมีอยู่ พร้อมทั้งใช้ลายพิมพ์หัวแม่มือของแต่ละบุคคลเป็นการใช้แทนรหัส Code รวมถึงในอนาคตควรใช้แทนทะเบียนบ้านได้ (แต่จะทำอย่างไรเพราะถ้ามีการย้ายทะเบียนบ้านก็จะต้องมีการเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอหรืออาจะไม่ต้องโชว์ให้เห็น...แต่สามารถปริ้นส์ออกมาดูได้ก็จะได้ข้อมูลที่เป็นจริงเพราะข้อมูลที่แก้ไขสามารถ Online ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้) ทั้งยังสามารถใช้แทนใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ได้ด้วย ตลอดรวมถึงเรื่องสามารถใช้เป็นบัตรประจำตัวเสียภาษี (ซึ่งปัจจุบันบัตรประจำตัวเสียภาษีก็ใช้เลขจากบัตรประจำตัว ๑๓ แล้ว) และยังมีข้อมูลต่าง ๆ ในปัจจุบันที่จะใช้ เช่น การใช้เป็นบัตรเครดิตการ์ดต่าง ๆ ...ฯลฯ

                 ผู้เขียนยังฝันไปไกลกว่านั้น คือ น่าจะทำให้บัตรประจำตัวประชาชน ที่เป็นใบเล็ก ๆ ใบเดียวนี้ สามารถบรรจุข้อมูลมากมายอยู่ในบัตร และสามารถเรียกข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนออกมาได้ โดยอาจฝังชิปไว้ในบัตรที่มีข้อมูลทั้งหมด ถ้าจะต้องการข้อมูลออกมาก็น่าจะมีเครื่องเพื่อปริ้นส์ข้อมูลออกมาดูเป็นการประมวลผล หรือเป็นเครื่องที่เมื่อใส่บัตรเข้าไปในช่องแล้วใช้ลายพิมพ์หัวแม่มือ Scan เพื่อขอดูข้อมูลที่ต้องการจะดู ... (ถ้าไม่ปริ้นข้อมูลออกมา)...ข้อมูลใดโชว์ได้ก็ควรโชว์ แต่ข้อมูลใดไม่ได้โชว์ก็สามารถเก็บไว้ได้ภายในแผ่นชิป และจะแสดงได้ก็ต่อเมื่อนำไปใส่ในเครื่อง Scan เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการนั้นออกมา...

แต่ลายนิ้วมืออาจจะมีปัญหาก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีปัญหากับ

ลายนิ้วมือ เช่น ลายนิ้วมือลอกหรือมีบาดแผลที่นิ้วมือ

ก็จะทำให้ Scan ไม่ได้

แต่ทางออก ควรมีการ Scan ลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วอื่นเพื่อใช้

แทนกันได้ในกรณีที่มีปัญหาข้างต้น...

               สำหรับการปริ้นส์เพื่อดูข้อมูลนั้น คนที่จะปริ้นส์ออกมาดูข้อมูลได้ ก็คือ เจ้าของบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อกันข้อมูลปลอม แต่ภาครัฐก็จะต้องทำเครื่องอัตโนมัติเพื่อรองรับการประมวลผลของข้อมูลนั้นให้กับส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรองรับข้อมูลในการประมวลผล ซึ่งการจะเรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ได้นั้น ก็ใช้ลายนิ้วมือของเจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนของคน ๆ นั้น เป็นผู้ Scan เอง จึงจะทำให้สามารถดูข้อมูลที่ต้องการนั้นได้ และใช้ใบประมวลผล ณ วันที่มีข้อมูลปรากฎมาเป็นหลักฐานแนบในการตรวจสอบข้อมูล ณ วันนั้น ๆ...ซึ่งวิธีนี้ ผู้เขียนคิดว่า น่าจะใช้แทนการปลอมบัตรประชาชนได้ในระดับหนึ่ง...

                ส่วนเรื่องการใช้แทนบัตรเครดิตการ์ด ก็เช่นเดียวกัน ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนในการจำเลขรหัสของบัตร ฯ เพราะบางคนมีหลายใบก็จะยุ่งยากในการจดจำเลขรหัส...

                ซึ่งวิธีนี้ น่าจะเป็นการใช้บัตรประจำตัวประชาชนที่มีข้อมูลมากพอได้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เพราะปัจจุบันที่เห็นจะมีข้อมูลที่สามารถโชว์ให้เห็นได้ไม่มากพอ เมื่อบัตรประจำตัวประชาชนมีข้อมูลมากพอได้ เราก็สามารถที่จะพกพาเป็นบัตรใบเดียวได้...แต่ผลก็จะต้องเดือดร้อนในการที่ให้แต่ละส่วนราชการมีเครื่องเพื่อรองรับการประมวลผลของข้อมูลนั้นออกมาเช่นเดียวกับเครื่องปริ้นส์หรือเครื่องที่รองรับการประมวลผลของข้อมูลนั่นเอง...แต่วิธีนี้ ก็น่าจะทำให้บัตรประชาชนสามารถรองรับข้อมูลมากพอ หรือเรียกว่า "บัตรใบจิ๋วแต่แจ๋ว"...

 

ผู้เขียน...ก็ไม่ทราบว่าความฝันนี้จะเป็นจริงได้หรือเปล่า

หรือมีข้อจำกัดใด ๆ มาเป็นเครื่องกีดขวางบ้าง...

แต่ในอนาคตก็ยังต้องการที่จะเห็นว่า คนไทยทุกคน

ควรพกบัตรทุกอย่างเป็นเพียงบัตรใบเดียวเท่านั้น

ไม่ควรพกให้เห็นเป็นกระเป๋าตุงกัน

เช่นปัจจุบันนี้...เพราะปัจจุบันเป็นโลกของการ Online แล้ว

ควรที่จะใช้ประโยชน์จากการทำข้อมูลตรงนี้

"แต่ก็ควรระวังพวกมิจฉาชีพด้วย หากพวกเขามีวิธีที่แยบยล

กว่าและเหนือกว่าที่ภาครัฐจะทำ"

 

หมายเหตุ  :  สำหรับนโยบายภาครัฐต้องให้ประชาชนทุกคนที่เป็นคนไทยได้ปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เสมือนเป็นการเริ่มต้นในการสร้างค่านิยมใหม่ให้ทันต่อกระแสโลกปัจจุบันเพราะไม่เช่นนั้น การคิดอะไรใหม่ ๆ แล้วไม่มีผู้ที่ปฏิบัติตามก็จะไร้ความหมาย + การเสียเวลา...ต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง โดยสื่อทุกช่องทางต้องให้ความร่วมมือกัน...ตลอดจนถึงผู้คิดสร้างก็ต้องทำงานอย่างมีระบบ + มองการณ์ไกลสำหรับการสร้างข้อมูลที่จะเพิ่มเติมในภายหน้า เพราะจะได้ไม่เสียเวลาในการสร้างระบบใหม่นี้ให้เกิดขึ้น สามารถที่จะต่อยอดข้อมูลได้ในอนาคต...สำหรับบัตรประชาชนใหม่ที่ดีควรออกแบบให้เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้นให้สมกับเป็นบัตรประชาชนใบเดียวแต่มากด้วยคุณภาพจริง ๆ...(เหมือนกับเป็นบัตรสารพัดนึกสำหรับคนไทย)...

           การใช้ระบบปริ้นส์ข้อมูลอาจดูสะดวกในการใช้สำหรับในเมือง ส่วนชนบทอาจไม่สะดวก แต่ก็สามารถ Print Out ออกมาได้ อาจเป็นที่ที่ว่าการอำเภอแต่ละอำเภอ แล้วให้มีข้อมูลที่แสดงออกมาให้เห็นนั้นว่า Print ไว้ ณ วันที่เท่าใด และข้อมูลนั้นควร Print ออกมาได้ไม่เกิน ๓ วัน, ๗ วัน หรือ ๑๕ วัน โดยมีการรับรองสำเนาที่ถูกต้องด้วยตนเอง...

            ตามที่ผู้เขียนได้เขียนข้างต้น อาจดูเหมือนว่า "ยาก,เป็นไปไม่ได้" มองถึงจุดที่น่าจะเป็นปัญหา แต่ผู้เขียนมีความคิดว่า สิ่งใดที่ว่ายากหรือมีปัญหา ถ้าภาครัฐและประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำอย่างจริงจังแล้ว ทุกปัญหาก็จะมีหนทางในการแก้ไขปัญหานั้นได้...เพราะไม่น่าจะมีปัญหาใดในโลกนี้ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (ผู้เขียนเชื่ออย่างนั้น)...แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำในตอนนี้ ขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย ซึ่งผู้เขียนมีความคิดเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพราะในการจัดทำครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณเพื่อมาช่วยสนับสนุนในการจัดทำระบบอย่างมากทีเดียว...

 

"งานใด ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจกันทำอย่างจริงจังแล้วละก็

ผู้เขียนเชื่อว่า ต้องสำเร็จอย่างแน่นอน"...