สายน้ำนครชัยศรียังไหลเอื่อยรินอย่างช้า ๆ  พร้อม ๆ กับกลืนกินวิถีชีวิตที่เรียบง่าย   มรดกทางวัฒนธรรมอันงดงาม ความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย  ความเร่งรีบมักง่ายที่ทำลายความประณีตละเอียดอ่อนแห่งจิตวิญญาณ  เฉกเช่นเดียวกับเครื่องปั้นดินเผาที่อาจเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชุมชนบ้านโรงหวด.....

    บ้านโรงหวดเป็นชุมชนเล็ก ๆ  ในตำบลงิ้วราย  อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผามรดกผืนสุดท้ายของเมืองนครชัยศรีมากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบปี  นับผ่านผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่ากว่าห้าชั่วคน


           ผู้เขียนและคณะศึกษาดูงาน  

         ชุมชนแห่งนี้แต่เดิมเรียกว่า “ บ้านท่าเกวียน”     เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  มีลักษณะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมและยังมีดินเหนียวเหมาะสำหรับการทำเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดี  ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บ้านโรงหวด”  เนื่องจากการปั้นหวดดินเผา หวดที่นิยมปั้นกันที่นี่ไม่ใช่ไม้ไผ่สานอย่าหวดนึ่งข้าวเหนียว  แต่เป็นหวดใส่น้ำตาล...”

           

           คุณลุงบุญมี  พุ่มพอง   ผู้อาวุโส วัย  ๗๒  ปี บอกเล่าเรื่องราวการทำเครื่องปั้ันดินเผา ผ่านยุคสมัย ผ่านกาลเวลาจากเดิมบ้านโรงหวดเคยทำเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ในครัวเรือน  เช่น โอ่ง  กระทะ หวดนึ่งข้าวเหนียว  หวดใส่น้ำตาล  

           ต่อมาความนิยมในการใช้หม้อดินเผาลดลง  เพราะผู้คนหันมาใช้ภาชนะที่ทำจากอลูมิเนียม  และสแตนเลสมากขึ้น   จึงปรับเปลี่ยนหันมาทำกระถางต้นไม้ขนาดต่าง ๆ แทน    แต่ปัจจุบันกระถางพลาสติกเริ่มเข้ามามีบทบาทเพราะทนทาน  และมีน้ำหนักเบากว่า   คนจึงนิยมใช้มากขึ้นทำให้กระถางดินเผาเริ่มลดบทบาทลง
 

                  คุณลุงบุญมี  พุ่มพอง บอกเล่าวิธีการปั้นเครื่องปั้นดินเผา

           คุณลุงเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านความทรงจำในวัยเด็ก    ผ่านภาพประสบการณ์การทำเครื่องปั้นดินเผามาอย่างโชกโชน  ด้วยแววตาที่ฉายแสงแห่งความสุข พร้อม ๆ กับบอกเล่าขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียดด้วยความภาคภูมิใจ  ตั้งแต่การเตรียมดิน  จนถึงขั้นตอนการปั้นและนำไปเผาในเตาเผากระถาง
 

           
            คุณลุงพาพวกเราไปดูเตาเผาซึ่งบัดนี้ร้างราไฟไปนานเพราะไม่มีผู้สืบทอดเจตนารมณ์  ลูกหลานส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นจึงปล่อยวางอาชีพดั้งเดิมของบรรพชน   ประกอบกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้อยู่รอดในสังคมปัจจุบันที่มีแต่การแข่งขัน   การก้าวเข้าสู่ระบบวัตถุนิยมที่มุ่งเน้นในเรื่องบริโภควัตถุมากกว่าการอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาด้วยการวางเฉย 

           "ชักแป้นถีบ" แป้นหมุนสำหรับขึ้นภาชนะดินเผาแบบดั้งเดิม

            ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเครื่องปั้นดินเผาบ้านโรงหวดจะสิ้นสุดลง กรมศิลปากรได้เห็นความสำคัญและส่งนักวิชาการช่างศิลป์มาช่วยเหลือในเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ การประยุกต์ลวดลายศิลปะลายทวารวดีของท้องถิ่นโบราณ  รวมถึงการออกแบบสัญลักษณ์  และการบรรจุภัณฑ์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น  

                 "ชักแป้นถีบ" แป้นหมุนสำหรับขึ้นภาชนะดินเผาแบบดั้งเดิม
                                บัดนี้เหลือเพียงความทรงจำ

          หนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่สำคัญได้แก่ ธุรกิจสปา เน้นการผลิตโคมไฟกับดินเผาลอยน้ำ  เพื่อใส่ดอกไม้หอมหรือผงสมุนไพร ตรงกลางจุดเทียนหอมเพื่อสร้างบรรยากาศ 

          นอกจากนั้นยังมีที่วางสบู่และเครื่องหอมอื่น ๆ มีการคิดค้นอุปกรณ์ใส่ผลิตภัณฑ์  เช่น  ถุงกระดาษมีตราสัญลักษณ์  และผักตบชวาสานใส่ผลิตภัณฑ์เป็นต้น  ในส่วนของนักท่องเที่ยว มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทต่าง ๆ  เช่น พวงกุญแจดินเผา ตุ๊กตารูปสัตว์  ภาชนะดินเผาสำหรับใส่น้ำพริก  หรือ ขนมไทย

 

           ชุมชนบ้านโรงหวดในวันนี้ มีการเผยแพร่ความรู้สู่เด็กรุ่นใหม่ที่สนใจซึ่งเป็นนักเรียนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้มาฝึกหัดเรียนรู้เพื่อสืบสานและอนุรักษ์   สร้างความอิ่มเอมใจให้วิทยากรผู้เฒ่าและชาวบ้านที่พบเห็นเป็นยิ่งนัก และได้แต่หวังว่าเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ เหล่านี้คงจะมีบางเมล็ดพันธุ์ที่เติบกล้าและยืนต้นพอที่จะโอบอุ้มมรดกชิ้นสุดท้ายที่พวกเขาหวงแหนตราบนานเท่านาน

            สายลมอ่อน ๆ ยังพัดรวยริน   ขณะที่สายน้ำสายชีวิตแห่งลำน้ำนครชัยศรียังคงพลิ้วไหวไม่เคยหยุดนิ่ง สรรพสิ่งยังคงเปลี่ยนแปลงพร้อมกับสิ่งใหม่ ๆ ที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ ผ่านยุคผ่านสมัยที่เร่งรีบ  “การสร้างสรรค์กับการทำลายมักอยู่คู่กันเสมอ”  เครื่องปั้นดินเผากับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่บ้านโรงหวดจะต้านกระแสสังคมยุคพลาสติกได้นานเพียงไรหนอ ?

                     ……………………………………………………

                                          ธรรมทิพย์