คนทำงานอาสาพัฒนาต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวข้ามบางอย่าง เอาเวลาไปคิดและพัฒนายกระดับจิตใจนำพาตนเองให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่ดี

           ผู้เขียนได้รับเชิญจากสรพ. ให้เข้าร่วมเสวนา"เรื่องทำอย่างไรให้หัวใจมีsha ตอบตกลงเข้าร่วมเสวนาไป  หลังจากนั้นก็จะมีเสียงหวานๆจากคณะทำงานกองเลขาของ สรพ. โทรมาทวงงานเป็นระยะๆ   ทั้งประวัติวิทยากร ทั้งเพาว์เวอร์พอยด์ ก็รับปากไปแต่ไม่ได้ส่งให้สักที  

 

      ด้วยว่าขึ้นเวทีที่ไหนๆก็ตามไม่เคยทำเพาเวอร์พ้อยด์    เหตุผลเพราะทำงานไม่เป็น  น้องเขาทวงทางสายไฟฟ้า(โทรศัพท์)และทางอีเมล์ บอก หนูต้องทำหนังสือให้ทันในวันประชุม  อาจารย์ขอเป็นวันที่ 15 น่ะ หนูจะได้ทำหนังสือ ไม่ยื่นคำขาดแต่ตัดความยืดอย่างน่ารัก งานนี้จึงต้องหาตัวช่วย บอกตัวช่วยพร้อมทั้งเขียนโจทย์ให้ว่า "ชาในหัวใจลูกจ้างคือ   "เรียนรู้ ศัทธา ประสาน พัฒนา"จากองค์กรลูกจ้าง  จึงได้ส่งทันตามกำหนดการ  

 

      วันที่ 20 ตั้งใจจะเดินทางล่วงหน้าไปเรียนรู้ในเวที ในวันที่  21 ด้วย แต่ทางหัวหน้าศูนย์คุณภาพบอกว่าต้องอยู่ รันเวที เรื่อง พาลลิเอทีฟแคร์ ที่อาจารย์ จาก มอ. มาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสร้างเครือข่ายในภาคใต้  และเป็นโรงพยาบาลแรกที่ได้รับเกียรติจากอาจาย์ กานดาวศรี และอาจารย์สุณี ที่ทำเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมาหลายสิบปี   งานนี้จึงต้องอยู่  

 

        วันนี้ออกเดินทางแต่เช้า   ต้องเข้าไปขึ้นรถที่หาดใหญ่จึงสะดวก อำเภอปากพะยูนกันดารในเรื่องการโดยสารมาจังหวัด เพราะมีรถเที่ยวเดียว แต่หากไปหาดใหญ่ มีทุกชั่วโมง  วางแผนเดินทางโดยนั่งรถตู้หาดใหญ่สุราษฎ์  คาดหวังว่ามาถึงสุราษฎร์ได้ร่วมเวทีเรียนรู้แต่รถมาเสียเวลาที่นคร

 

      เสียงหวานๆ โทรถามเรื่องการเดินทาง  พร้อมทั้งอาสาว่า มาถึงสุราษฎร์ให้โทรบอกจะให้รถออกไปรับ  แต่พอมาถึงสุราษฎร์ก็จัดการหารถรับจ้างมาเอง  เพราะเกรงใจ ไม่อยากให้เป็นภาระกับคนทำงาน  จัดการตนเองได้ก็สบายใจ มาถึงเข้าที่พักได้ก็โทรรายว่ามาถึงแล้ว  กำลังจะขึ้นไปร่วมเวที  น้องเสียงหวานใจดี ถามไถ่เรื่องข้าวปลาอาหารการกิน ยิ่งเพิ่มความเกรงใจไปมากขึ้น

 

       มาถึงห้องประชุมกำลังเบรค ก็เข้าไปผสมโรงแบบเนียนๆ  พบกับท่าน ท่านอาจารย์ ธวัช จาก มอ.ยกมือวันทา แล้วมาคุยกับชาวพัทลุงจากโรงพยาบาล ควนขนุน  น้อง อองกับน้องดา

 

     เข้ามาห้องประชุม วันทาสวัสดี แม่ต้อย แล้วสร้างภาพร่วมกัน.....วันนี้ยังไม่น้องพรทั้งหล้า ไม่ชูสัญลักษณ์ สองนิ้ว

 

ศาสตราจารย์ เปล  กับแม่ต้อย

        มาทันโจทย์สุดท้ายที่แม่ต้อยให้ ผู้ร่วมเรียนรู้ได้คิดได้ เขียน  ได้เรียนรู้  ด้วยการนิ่งอย่างสงบทบทวนเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขียนออกมาว่า

"ฉันคือไครในองค์กร

 อะไรคืองานของฉัน

ฉันจะทำให้ได้ดีอย่างใร"

 

แล้วออกมาคุยให้เพื่อนๆฟัง เริ่มจาก เภสัชกร และพยาบาลจากโรงพังงาบ้านเกิดผู้เขียน   ตามด้วยหมอ ฟันโรงพยาบาลกระบี่ ถิ่นหมอเจ๊ คนหน้าตาดีแห่งGotoKnow หมอฟันเล่าสนุกมีความสุขที่ได้ ฟัน..เอ้ยฟัง และหมอจิตแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลา  จากนั้นก็ร้างรากลับที่พัก

 

คุณหมอจิตแพทย์จากรพสงขลา

      แม่ต้อยให้ดอกไม้แล้วแซวผู้เขียนว่า "เอาไปใหกิ๊ก ผู้เขียนก็เรียนแม่ต้อยไปว่า

 

"คนทำงานอาสาพัฒนาต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวข้ามบางอย่าง หากคนทำงานพัฒนาให้เวลากับเรื่องกิ๊ก ก็จะไม่มีเวลาคิดและพัฒนายกระดับจิตใจนำพาตนเองให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณไม่ได้" ง่ายคือไม่คอรัปชั่นความไว้วางใจของภรรยา......  

 

น้องเสียงหวานโทรมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน แต่......เกรงใจ(ความจริงมานั่งคิดเขียนบันทึกนี้อยูู่่่)

 

 ความสุขที่ยั่งยืน  คือความสุขครอบครัว ยกระดับจิตวิญญาณไปสู่   ความดี ความมีคุณค่า การมีจิตใจสูง)(ศ.ประเวศ วะสีในหนังสือ "การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพอย่างบูรณาการมาตรฐานและจิตวิญญาณ   ภาคใต้

 

ขออนุญาติสร้างภาพแล้ว 

 

ช่วงการคิดอย่างลึกแล้วเขียน  ไม่ควรทำลายสมาธิโดยการสร้างภาพ ไปกวนความคิด

 

รพ.ปากพะยูนเราอุปโลกตำแหน่งมาให้เป็นการเสริมพลังคนทำงาน คือ ด๊อกเตอร์บ่อบัด(ช่างท่อ) อธิการยานฯ (หัวหน้าพขร)และผู้เขียน ศาสตราจารย์  เปล